นนทบุรี เปิดใจคนขับเรือโยงชนเสาไฟเกาะเกร็ด เผยปะเก็นเครื่องแตกไฟลุก เรือไร้กำลัง ก่อนพ่วงถั่ว 7 พันตันลากเสาไฟล้มระเนระนาด เสียหาย 7 หลังคาเรือน
ความคืบหน้ากรณีเรือโยงบรรทุกสินค้าพุ่งชนเสาไฟฟ้าริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหมู่ 1 ต.เกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จนเสาไฟฟ้าล้มหลายต้น บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย และไฟดับเกือบทั้งชุมชน ล่าสุดเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 27 พ.ค. 69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดตามเหตุการณ์อีกครั้ง บริเวณจุดเกิดเหตุพบเรือลากจูงต้นเหตุยังจอดอยู่ใกล้บ้านผู้เสียหาย โดยมีการประสานเรืออีกลำเข้าช่วยลากเรือพ่วงบรรทุกเม็ดถั่วออกไปยังจุดปลอดภัย ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานยังคงปิดพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายอย่างต่อเนื่อง
นายดุล อายุ 62 ปี ผู้ช่วยคนขับเรือ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุกำลังขนส่งเม็ดถั่วไปยัง จ.พระนครศรีอยุธยา ระหว่างเดินเรือเครื่องยนต์เกิดขัดข้องและมีไฟลุกไหม้ ทำให้เรือไม่มีกำลัง พยายามเร่งเครื่องแต่เร่งไม่ขึ้น ต้องผ่อนคันเร่ง ก่อนที่เรือจะพุ่งเข้าหาแนวเสาไฟฟ้าริมน้ำ
ด้านนายธงชัย ประดิษศิลป์ อายุ 62 ปี คนขับเรือ กล่าวว่า ตนและผู้ช่วยรวม 2 คน ขับเรือมาจากพื้นที่พระประแดง โดยเรือพ่วงบรรทุกเม็ดถั่วประมาณ 7 พันตัน และมีเรือพ่วงรวมทั้งหมด 3 พ่วง ปลายทา จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อมาถึงบริเวณบ้านเลขที่ 33/1 หมู่ 1 ต.เกาะเกร็ด ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ ขณะนั้นเรือกำลังขับทวนกระแสน้ำ ก่อนเกิดเหตุปะเก็นเครื่องยนต์แตกจนเกิดระเบิดและไฟลุกบริเวณเครื่องยนต์ มีประกายไฟคล้ายจุดพลุ ทำให้กำลังเรือตก เหยียบคันเร่งไม่ขึ้น
นายธงชัยกล่าวต่อว่า จากนั้นเรือโยงที่บรรทุกสินค้าจึงกระแทกแนวเสาไฟฟ้า แต่ไม่ได้พุ่งชนตรงๆ ลักษณะเป็นการลากจนทำให้เสาไฟฟ้าต้นอื่นล้มตามหลายต้น ระหว่างเกิดเหตุพยายามควบคุมเรือให้ออกห่างจากบ้านเรือนประชาชนมากที่สุด พร้อมวิทยุประสานเรืออีกลำเข้ามาช่วยลากออกไป ซึ่งตามปกติบริษัทจะมีการตรวจสภาพเรือก่อนใช้งานทุกครั้ง โดยเหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว 1 ครั้ง แต่ครั้งก่อนพื้นที่กว้างไม่มีบ้านเรือนจึงไม่เกิดความเสียหาย เบื้องต้นเรือตนไม่มีประกัน ได้บอกกับทางหัวหน้าตนแล้วซึ่งมีการนัดหมายเข้าพบกรมเจ้าท่าเพื่อสอบปากคำแล้ว
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมรับแจ้งความจากชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ พบว่ามีบ้านเรือนได้รับความเสียหายรวม 7 หลังคาเรือน โดยเจ้าหน้าที่แจ้งให้เจ้าของบ้านประเมินมูลค่าความเสียหายก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย
ขณะที่เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าได้ทำการตัดกระแสไฟฟ้า พร้อมแจ้งเตือนชาวบ้านในพื้นที่ โดยประเมินเบื้องต้นพบเสาไฟฟ้าได้รับความเสียหายรวม 6 ต้น และอยู่ระหว่างประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการเคลื่อนย้าย
ด้านนายอำนาจ สอนหมวก ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขานนทบุรี เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งเหตุ ทางกรมเจ้าท่าได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและสอบสวนหาสาเหตุ พร้อมเรียกผู้ประจำเรือเข้าพบ เบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือนเสียหายประมาณ 7 หลัง เสียหายหนัก 1 หลัง ส่วนที่เหลือได้รับผลกระทบบริเวณชายคา และเสาไฟฟ้าเสียหายประมาณ 5 ต้น
นายอำนาจ กล่าวต่อว่า ขณะนี้กรมเจ้าท่าได้มีคำสั่งงดใช้เรือลำดังกล่าว พร้อมประกาศควบคุมการสัญจรทางน้ำเพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน และหากผลสอบสวนพบข้อเท็จจริงชัดเจน อาจพิจารณายึดใบอนุญาตผู้ขับเรือ ฐานขับเรือโดยประมาท โดยเบื้องต้นสาเหตุเกิดจากเครื่องยนต์ขัดข้องและปะเก็นแตก แต่จะต้องสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง
พร้อมฝากเตือนไปยังผู้ประกอบการเรือโยงทุกลำว่า แม่น้ำลัดเกร็ดเป็นพื้นที่ทางน้ำค่อนข้างแคบ ประกอบกับช่วงนี้มีฝนตกและกระแสน้ำแรง จึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ รวมถึงตอนนี้ชาวบ้านหลายหลังคาเรือนกังวลเรื่องความปลอดภัย ฃจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทางเจ้าท่านั้นให้ความมั่นใจว่า ทางเรามีการออกตรวจเป็นประจำอยู่แล้ว ในการตรวจเรือและประกาศนียบัตร ในการตรวจสอบความรู้คนประจำเรือ และจะดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ชาวเรือได้รับทราบในแม่น้ำลัดเกร็ด ทั้งนี้อยากฝากเรือขนสินค้าตรวจสอบสภาพเรือก่อนออกเดินทางทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยอีก










