กรุงเก่าประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้าน 25 จังหวัดภาคกลาง ชูมาตรการคุมอาวุธปืน ระงับออกใบอนุญาต ป.3 ชั่วคราว เร่งปราบปืนเถื่อน
กรุงเก่าประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้าน 25 จังหวัดภาคกลาง ชูมาตรการคุมอาวุธปืน ระงับออกใบอนุญาต ป.3 ชั่วคราว เร่งปราบปืนเถื่อน
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีการประชุมชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน 25 จังหวัดภาคกลาง โดยมี นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธาน พร้อมด้วย นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ กำนัน ดร.ธวัชชัย นิมา นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านพระนครศรีอยุธยาและประธานชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน 25จังหวัดภาคกลาง
ซึ่งกล่าวรายงานและให้การต้อนรับ มีสมาชิกชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จาก 25 จังหวัดภาคกลาง เข้าร่วมกว่า 200 คน
การประชุมมีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายปกครองในระดับพื้นที่ เพื่อให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และบุคลากรฝ่ายปกครอง นำความรู้และแนวทางต่าง ๆ กลับไปประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชน รวมถึงสร้างการรับรู้เกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลในพื้นที่
ประเด็นสำคัญของการประชุม คือมาตรการควบคุมและปราบปรามอาวุธปืน ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย โดยมีการแจ้งมาตรการทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาว เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมอาวุธปืนที่อยู่ในระบบ และเร่งจัดการกับอาวุธปืนผิดกฎหมาย
สำหรับมาตรการเร่งด่วน มีการกำหนดให้ ระงับการอนุมัติโครงการปืนสวัสดิการใหม่ และระงับการออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน หรือใบอนุญาต ป.3 เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีมติคณะรัฐมนตรีเป็นอย่างอื่น พร้อมให้ฝ่ายปกครองตรวจสอบใบอนุญาต ป.3 ที่ค้างอยู่และยังไม่มีการซื้อขาย ก่อนรายงานผลภายใน 30 วัน
นอกจากนี้ ยังให้ตรวจสอบการจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนของร้านค้า รวมถึงสนามยิงปืน หากพบความผิดปกติให้ดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมตรวจสอบด้านภาษี ขณะเดียวกัน ผู้ที่ได้รับใบอนุญาต ป.3 และซื้ออาวุธปืนแล้ว ต้องดำเนินการขอใบอนุญาตมีและใช้อาวุธปืน หรือ ป.4 ตามระยะเวลาที่กำหนด
อีกประเด็นสำคัญคือการ เร่งปราบปรามอาวุธปืนเถื่อนอย่างเด็ดขาด โดยให้ฝ่ายปกครองบูรณาการร่วมกับตำรวจในการตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนผิดกฎหมาย
ส่วนมาตรการระยะยาว มีแนวทางเสนอปรับปรุงกฎหมายอาวุธปืน นำระบบอิเล็กทรอนิกส์และระบบอนุญาตแบบ Real-time มาใช้ เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมศุลกากรและกรมสรรพากร เพิ่มการตรวจสอบร้านจำหน่ายอาวุธปืนและบทลงโทษผู้กระทำผิด รวมถึงมีข้อเสนอให้ใบอนุญาตมีและใช้อาวุธปืน ป.4 มีการต่ออายุทุก 5 ปี
นอกจากเรื่องอาวุธปืน ที่ประชุมยังหารือแนวทางการจัดโครงสร้างชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านระดับอำเภอ โดยเปิดรับความคิดเห็นเกี่ยวกับการมีผู้บริหารทั้งชายและหญิง เพื่อสร้างความเท่าเทียมและลดความขัดแย้ง รวมถึงเสนอแนวทางให้แต่ละอำเภอมีชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านเพียงหนึ่งชมรม เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ทั้งนี้ ยังมีการขอความร่วมมือสมาชิกสมัครเป็นสมาชิกระบบ ฌกน.+พลัส เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบและเพิ่มความสะดวกในการชำระเงิน
การประชุมครั้งนี้จึงถือเป็นเวทีสำคัญในการขับเคลื่อนงานฝ่ายปกครองในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะ มาตรการควบคุมอาวุธปืน การตรวจสอบใบอนุญาต การควบคุมการจำหน่ายปืนและกระสุน และการปราบปรามปืนเถื่อน ก่อนนำแนวทางไปเผยแพร่และปฏิบัติในพื้นที่ 25 จังหวัดภาคกลาง เพื่อสร้างความปลอดภัยและช่วยเหลือประชาชนให้เป็นไปตามเป้าหมายนโยบายของรัฐบาล

