ในประเทศ

นนทบุรี แม่หลั่งน้ำตา นำกล้องวงจรปิดร้องทนายดัง ลูกชายได้งานวันแรกโดนปิคอัพชนเสียชีวิตประกันให้แค่แสนเดียว

นนทบุรี แม่หลั่งน้ำตา นำกล้องวงจรปิดร้องทนายดัง ลูกชายได้งานวันแรกโดนปิคอัพชนเสียชีวิตประกันให้แค่แสนเดียว

วันที่ 25 มิถุนายน 69 ที่สำนักงานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ถ.แจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นางอุไร สูงสันเขต อายุ 52 ปี (แม่คนตาย) นายศราวุธ สุพะนัต อายุ 58 ปี ลุงคนตาย นำเอกสารหลักฐานต่างๆเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ประธานมูลนิธิ ว่าที่ร.ต.รภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน รองประธานมูลนิธิ หลังลูกชายตนเองถูกรถปิคอัพชนจนเสียชีวิตคู่กรณีมีประกันชั้น 1 แต่กลับ ยื่นข้อเสนอจ่ายเงินให้ แค่ 100,000 บาท แถมพูดให้เจ็บทรวงว่าถ้าอยากได้มากกว่านี้ให้ไปฟ้องเอาที่ช้ำใจที่สุดตัวแทนประกันพูดว่า “รับๆไปเถอะ 100,000 เคสแบบนี้ผมทำมาเยอะละ ไปศาลแพ้ทุกราย”
นางอุไร ผู้เป็นแม่กล่าวทั้งน้ำตาว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 69 เวลา 10.30 น.
พ.ต.ท.ธงชัย ต่อพิมาย สว.(สอบสวน) สภ. นิคมพัฒนา จังหวัดระยอง ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์
มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดที่สี่แยก ถนนชอย 11 สาย 9 ต.มะขามคู่ อ,นิคมพัฒนา จ.ระยอง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบ พบ
รถยนต์กระบะตู้ทึบตอนเดียว ยี่ห้ออีซุ ทะเบียน ผธ-6226 ระยอง ได้รับความเสียหายด้านหน้ารถ มีคนขับทราบชื่อคือนายวันชัย เลวสีวัลลภ อายุ 65 ปี ที่อยู่เลขที่ 73 ม.3 ต.มะชามคู่ อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
โดยมีรถจักรยานยนต์รุ่นเวฟ 125 le ทะเบียน 1 กฒ-5185
กำแพงเพชร พลิกคว่ำได้รับความเสียหาย ผู้ ผู้บาดเจ็บถูกน้ำส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมาคือ นายทักษิณ สูงสันเขต อายุ
25 ปี เป็นลูกชายของตนเอง
นางอุไร หัวอกผู้เป็นแม่เล่าทั้งน้ำตาว่า วันเกิดเหตุลูกชายเพิ่ง กลับจากสมัครงาน และได้งานเรียบร้อยแล้ว จึงขี่รถจักรยานยนต์ เพื่อที่จะกลับบ้านและถูกรถปิคอัพคันดังกล่าวชนจนเสียชีวิต ตั้งแต่เกิดเหตุ คู่กรณีไม่เคยมาถามไถ่หรือว่ามางานศพ ไม่เคยแสดงความเสียใจกับครอบครัว แต่อย่างใดเลยมีเพียงแค่ให้เงินปรงศพบนโรงพักมา 30,000 บาท ทางครอบครัวได้ขอเป็น 50,000 บาทเนื่องจากว่าค่าใช้จ่ายในการจัดงาน มีมากกว่าที่เขายื่นให้ แต่ทางคู่กรณีบอกว่าช่วยได้แค่นี้ ถ้าอยากได้มากกว่าก็ต้องไปฟ้องเอา ตนอยากให้คู่กรณีสงสารครอบครัวเราบ้างถ้าเขาเจอแบบนี้เขาจะรู้สึกยังไง ตอนไปรับศพ จัดงานศพ จนถึงพิธีเผาก็ต้องใช้เงินเยอะ เขาบอกมีปัญหาอะไรไปคุยกับประกันของเขาๆไม่เกี่ยว ตอนนี้รู้สึกเสียใจมากชีวิตลูกชายทั้งคนวันนัดเจรจาไกล่เกลี่ย ก็ให้เราไปรอทั้งวัน ตำรวจก็ทำคดีแปลกๆตอนแรกเขียนในบันทึกประจำวันว่าเขาเป็นผู้ต้องหา พอประกันเขามาคุยแป๊บเดียวก็ขีดคำว่าผู้ต้องหาทิ้ง ตนเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงต้องมาร้องเรียนที่มูลนิธิให้ช่วยเหลือ
นายศราวุธ ลุงคนตาย กล่าวว่า ทางครอบครัวได้เสนอ จำนวนเงินในการเยียวยาให้กับหลานเป็นจำนวน 1 ล้านบาท เขาก็บ่ายเบี่ยงแล้วบอกว่าไปคุยกับประกันเอง พอถึงวันนัดเจรจาไกล่เกลี่ย ปรากฏว่าทางประกันภัยเขามาบอกกับตนและผู้เป็นแม่ว่า “บริษัทประกันจ่ายได้แค่แสนเดียว ให้รับๆไปเถอะ เคสแบบนี้เขาทำมาเยอะแล้วขึ้นศาลชนะทุกราย” ตนจึงอยากให้ถึงวันนั้นและให้ศาลเป็นคนสั่งก็พร้อมน้อมรับคำที่พิพากษา แต่ครอบครัวรับไม่ได้กับคำพูดที่เขาพูดกับเราแบบนี้ หลานตนยังมีลูกเล็กแค่ 2 เดือน คนโต 5 ขวบ เพิ่งจะได้งานทำวันแรก ก็ต้องมาประสบเหตุถูกรถชนเสียชีวิตแบบนี้ เขาเป็นเสาหลักของครอบครัว ก็อยากให้ทางคู่กรณีเห็นใจฝ่ายเราบ้าง
ทางด้านทนายรณณรงค์ กล่าวว่า กรณีแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยชาวบ้านเข้าใจว่าประมาทร่วมจริงๆภาษาทางกฎหมายคือต่างคนต่างประมาทคนขับรถยนต์ประมาณ จยย.ประมาท สัดส่วนประมาทศาลจะเป็นคนตัดสินว่าจะต้องรับผิดชอบเท่าไหร่สมมุติจยยเ.สียหายเข้าใจว่ามีลูก 2 คนคำนวณจากค่าเสียหายที่น่าจะได้ถ้าฟ้องร้องกันตามกฎหมายน่าจะได้สัก 15 ล้าน เพราะลูก 2 คนเป็นยังเล็ก ส่วนฝั่งรถยนต์ถ้ามองว่าจะยย.ประมาท ค่า ซ่อมรถยนต์เท่าไหร่คุณก็มีสิทธิ์ฟ้องฝั่งจยย.ได้ หักกลบลบหนี้กันเหลือเท่าไหร่ เหลือยังไง คนตายก็ต้องได้เยอะกว่าอยู่แล้ว ประกันจะมา
บอกให้ 100,000 เพื่อจบตนมองว่าไม่ใช่ คู่กรณีตนบอกเลยปลายทางแม้จะไม่ติดคุกแต่การพูดจาสื่อสารกับญาติคนตายให้นึกถึงใจเขาใจเราบ้าง ตนอาจจะพาญาติไปที่โรงพักระยองเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี เบื้องต้นพบว่าตำรวจทำตามหน้าที่ไม่ได้ล่าช้า แต่ก็อยากให้ รีบนำสำนวนส่งให้อัยการแล้วให้ไปว่ากันในศาลเวลาฟ้องศาลจะได้ให้ทางฝ่ายทนายผู้เสียหาย ยื่นผ่านอัยการคุ้มครองสิทธิ เพื่อเรียกค่าเสียหายที่ลูกยังเล็ก เป็นเงิน 15 ล้าน เดี๋ยวก็มีคนมีเจ้าหน้าที่ตามคดีให้ ความยุติธรรมต้องมีอยู่แล้วกฎหมายเขาก็บอกไว้