ในประเทศ

นนทบุรี ไม่เกรงกลัวกฎหมาย วงจรปิดนาที ชายฉกรรจ์ 4 คน ถืออาวุธไม้ รุมกระทืบ สามี-ภรรยา ถึงในบ้าน จิกหัวเตะหน้าไม่ยั้งภรรยาสลบคาตีน

นนทบุรี ไม่เกรงกลัวกฎหมาย วงจรปิดนาที ชายฉกรรจ์ 4 คน ถืออาวุธไม้ รุมกระทืบ สามี-ภรรยา ถึงในบ้าน จิกหัวเตะหน้าไม่ยั้งภรรยาสลบคาตีน

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 นางธิตาภรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี พร้อมด้วยนายสมมาตร อายุ 69 ปี (ขอสงวนนามสกุล) สองสามีภรรยา อาชีพค้าขาย ได้นำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดและใบแจ้งความของสภ.รัตนาธิเบศร์ จำนวน 6 ใบ เดินทางขอความช่วยเหลือจาก ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ (ดร.แก้ว) ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาอัยการจังหวัดนนทบุรี , ประธาน กต.ตร.สภ.รัตนาธิเบศร์ และผู้ก่อตั้งเพจ “ดร.แก้วช่วยได้” หลังถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ (ไม่ทราบชื่อ) จำนวน 4 คน ขับขี่รถจยย. (ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน) เข้ามาจอดหน้าบ้านภายในซอยประชานิเวศน์ 3 ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี โดยชาย 2 คน ยืนดูต้นทาง ส่วนอีก 2 คน เข้ามาภายในบ้านช่วยกันรุมทำร้ายร่างกายนางธิตาภรณ์ เมื่อนายสมมาตรเห็นเหตุการณ์เข้าช่วยเหลือก็ถูกทำร้ายร่างกายไปด้วย ซึ่งทุกวันนี้ต้องอยู่แบบหวาดผวา ไม่กล้าออกไปไหน เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน กลัวคนร้ายจะกลับมาทำร้ายซ้ำอีก และเกรงว่าคดีจะไม่มีความคืบหน้า

นางธิตาภรณ์ ผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนเคยรักใคร่กับนักการเมืองท้องถิ่นอยู่คนหนึ่ง ดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกันมานานกว่า 15 ปี ต่อมาเกิดผิดใจกันจากเรื่องการแต่งงานของลูกเลี้ยงตน เนื่องจากสามีและลูกชายของเขามีเรื่องไม่เข้าใจกัน ไม่ได้พูดคุยกันมานานเกือบ 6 ปี จู่ๆจะให้ไปสู่ขอหญิงสาวมาแต่งงาน สามีจึงไม่ยอม นักการเมืองท้องถิ่นจึงได้มาขอร้องสามีแทน แต่สามียืนยันคำเดิม ซึ่งนักการเมืองท้องถิ่นก็เห็นด้วย แต่ภายหลังนักการเมืองท้องถิ่นได้ไปทำการสู่ขอหญิงสาวให้กับลูกชายของสามีแทน และไปร่วมงานแต่งงานมาด้วย ตนและสามีจึงถอยห่างออกจากนักการเมืองท้องถิ่นเพราะมองว่าความคิดเริ่มต่างกัน

ต่อมา เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 69 ช่วงใกล้เลือกตั้ง สส. มีนักการเมืองท้องถิ่นหลายคนเดินทางมาหาเสียงบริเวณชุมชนใกล้บ้าน ลูกน้องของนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่งได้เดินมาไล่ตน และบอกว่า “ไป อีตัวเสนียด มึงไม่ต้องมายืนใกล้ลูกพี่กู เดี๋ยวเสนียดติดลูกพี่กู“ ตนเลยย้อนกลับว่า ”ทีเวลานี้ว่ากูเสนียด แต่เวลาเงินกูไม่เห็นเป็นเสนียดเลย“ ลูกน้องนักการเมืองจึงพูดว่า ”เขาไม่ให้มึงมาช่วยหาเสียง มึงออกไปเลยนะ มึงชอบด่าแม่ค้า มาหาเสียงก็เสียคะแนน“ ตอนนั้นก็มีนักการเมืองท้องถิ่นหลายท่านยืนอยู่บริเวณนั้น และคาดว่าได้ยินทั้งหมด ซึ่งหลังจากนั้นลูกน้องนักการเมืองท้องถิ่น ได้ขับขี่รถจยย.ผ่านหน้าบ้านบ่อยๆ พร้อมแจกของลับ บางครั้งก็ตะโกนด่าหยาบคาย เอาคนมายืนด่าหน้าบ้านว่า “มาแย่งผัวเขา” “มาทำเมียเขาตาย” ด่าประจานให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง อับอายคนในตลาด

ล่าสุด ช่วงเช้าวันที่ 17 มิ.ย. 69 เวลาตี 4.32 น. มีกลุ่มผู้ชายวัยรุ่น อายุ 26-30 ปี รวม 4 คน ขับขี่รถจยย.ผ่านหน้าบ้าน และมองเข้ามาในตัวบ้าน แต่ตนไม่ได้รู้สึกเอะใจอะไร คิดว่าคงไปเที่ยวและเพิ่งกลับมา แต่หลังจากนั้นประมาณตี 4.35 น. มีกลุ่มชายวัยรุ่นขับขี่รถจยย. ซ้อนท้ายกันมา 2 คัน รวม 4 คน เดินเข้ามาทำร้ายร่างกายตนภายในบ้ายอย่างรุนแรง ทั้งกระชากหัว เอาเท้าเตะเสยเหมือนลูกฟุตบอล เอาไม้สนุ๊กเกอร์มาตีจนตนสลบ ทำให้ตนได้รับบาดเจ็บบริเวณดวงตาเขียวช้ำทั้ง 2 ข้าง และตามลำตัวหลายจุด จากนั้นดลุ่มชายวัยรุ่นได้เข้าไปทำร้ายร่างกายสามีตนที่พยายามจะเข้ามาช่วยตน จนได้รับบาดเจ็บศีรษะแตก ใบหน้าเขียวช้ำ ถ้าวันนั้นสามีไม่เข้ามาช่วยตนคงไม่รอด

วันนี้ตนมาร้องเรียน ดร.แก้ว เพราะอยากได้รับความเป็นธรรม รู้สึกกังวลเรื่องความปลอดภัย และอยากให้คดีมีความคืบหน้า ตั้งแต่เกิดเรื่องตนกับสามีไม่กล้าออกจากไปไหน ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ตนไม่อยากสรุปว่าเป็นใคร แต่ที่เล่าย้อนไปถึงนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่งเพราะเคยมีปัญหากัน หรือไม่ก็อาจจะเป็นลูกชายของสามีที่จ้างคนมาทำร้ายตนก็ได้ ตนอาจจะไม่ใช่คนดี มีบ้างที่ทะเลาะกับคนอื่นๆ แต่ไม่เคยคิดเอาใครไปทำร้ายร่างกายใคร

//////////

นายสมมาตร ผู้เสียหาย กล่าวว่า ย้อนกลับไปครั้งแรกที่ตนถูกทำร้ายร่างกาย คือภายในซอยมีงานเลี้ยง ซึ่งปกติตนจะไปทุกปีแต่ปีนี้ไม่อยากไป ภรรยาบอกกับตนให้ไปร่วมงานเพราะเคยไปทุกปี ตนจึงตัดสินใจไป แต่เมื่อไปถึงรู้สึกแปลกๆ เพราะปกติจะมีแต่คนรู้จัก ยกมือไหว้ทักทายกัน จนเวลาผ่านไป มีคนมายืนหน้าประตูทางออก ตนจึงหลบไปข้างหลัง และโทรไปบอกภรรยาว่าวันนี้คงโดนแล้ว จนกระทั่งภายในงานมีการเชิญนักการเมืองท้องถิ่นขึ้นไปบนเวที ตนรู้สึกไม่ปลอดภัยจึงรีบออกมาเอารถจยย. เมื่อเดินมาถึงเห็นลูกน้องของนักการเมืองท้องถิ่นนั่งอยู่บนรถจยย.ของตน ตนขอแล้วแต่ไม่มีการหลบให้ หลังจากนั้นตนถูกทำร้ายโดนตบด้วยอาวุธปืน จนล้มลงไปอุจจาระแตก พอลุกขึ้นมาได้ก็โดนตบซ้ำอีก

หลังจากนั้นตนจึงเดินเข้าไปแล้วเล่าให้คนรู้จักฟัง โดยนักการเมืองท้องถิ่นให้ลูกน้องมาเรียกตนไปเคลียร์ เมื่อไปถึงนักการเมืองท้องถิ่นคนดังกล่าวก็ด่าตนด้วยถ้อยคำหยาบคาย ทั้งเรื่องงานแต่งงานลูกชายของตน และอื่นๆ หลังจากนั้นก็ไล่ให้ตนเดินกลับบ้าน พอดีมีคนช่วยเหลือพาตนออกมาได้ ครั้งที่ 2 ตนไปช่วยผู้สมัคร สส. หาเสียง เพราะมีการขอร้องให้ตนไปช่วย คู่กรณีได้ให้ลูกน้องมาด่าทอตนและชกต่อยอีกครั้งกลางตลาด ซึ่งมีนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดังอยู่ด้วยแต่ไม่ทราบว่ารู้เรื่องนี้หรือไม่ ครั้งที่ 3 ตนกับแฟนไปดูเต้นแอโรบิกที่ท่าน้ำนนท์ ก็ถูกขวดน้ำปาศีรษะ เมื่อหันไปก็พบกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่นยืนอยู่หลายคน

สุดท้ายครั้งที่ 4 มีกลุ่มชายวัยรุ่น 4 คน เข้ามาทำร้ายร่างกายภรรยาถึงในบ้าน ตนวิ่งไปดูก็หยิบไม้ไปด้วย สุดท้ายโดนทำร้ายเช่นกัน ถูกชกต่อย ใช้ไม้สนุ๊กเกอร์ตีทั้งศีรษะ แขน ได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้ตนไม่รู้จะทำยังไง ไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ออกไปไหนทำอะไรก็ไม่ได้ หากเป็นแบบนี้คงจะอยู่ไม่ได้ ตนรู้สึกทนไม่ไหวแล้ว วันข้างหน้าไม่รู้เลยว่าจะเจออะไรบ้าง ตอนนี้ตนอายุจะ 70 ปีแล้ว ยังทำได้ขนาดนี้ จึงตัดสินใจมาหา ดร.แก้ว หวังพึ่งเพื่อให้ตัวเองและภรรยาปลอดภัย

//////////

ดร.ปรเมศร์ หรือ ดร.แก้ว กล่าวว่า วันนี้ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากสองสามี-ภรรยา ที่ถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งตนไม่เคยรู้ว่าในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีมีเรื่องแบบนี้ ไม่คิดเลยว่ามีประชาชนต้องมาร้องเรียนแบบนี้ ตนรู้สึกผิดหวังและเสียใจที่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ถ้าไม่ได้ชาวบ้านมาร้องเรียนก็คงไม่ทราบ เบื้องต้น ตนได้รับนโยบายจากท่านผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 รวมถึงท่านอัยการจังหวัดนนทบุรี ให้ช่วยเหลือประชาชนทุกมิติ และให้ความเป็นธรรมในด้านกฎหมาย หลังจากนี้ตนจะประสาน ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ และจะเร่งรัดคดีให้เร็วที่สุด