พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ” ตรวจเยี่ยมตำรวจไซเบอร์ บก.สอท.4 ร่วมมอบเงินคืนผู้เสียหายเต็มจำนวน 900,000 บาท หลังถูกมิจฉาชีพแบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหลอกโอนเงิน – กำชับป้องกันปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์เข้มข้น
“พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ” ตรวจเยี่ยมตำรวจไซเบอร์ บก.สอท.4 ร่วมมอบเงินคืนผู้เสียหายเต็มจำนวน 900,000 บาท หลังถูกมิจฉาชีพแบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหลอกโอนเงิน – กำชับป้องกันปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์เข้มข้น
วันนี้ (22 มิถุนายน 2569) เวลา 16.00 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 (บก.สอท. 4) อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยมี พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 นำตำรวจไซเบอร์ในสังกัด บก.สอท.4 ให้การต้อนรับ สาธิตการฝึกยุทธวิธี และรับมอบนโยบาย
พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ กล่าวว่า ตำรวจไซเบอร์ บก.สอท.4 เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการดูแลพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ทางภาคเหนือ เป็นด่านหน้าในการดูแลพี่น้องประชาชนในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมออนไลน์รูปแบบต่าง ๆ ทั้งการป้องกันปราบปราม และนำเงินกลับคืนสู่ผู้เสียหาย ตามโครงการ Money Cash Back ซึ่งขอชื่นชมการปฏิบัติที่เข้มแข็งที่ผ่านมา กำชับให้เดินหน้าปราบปราม และสร้างภูมิคุ้มกันวัคซีนไซเบอร์ให้พี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง
พร้อมกันนี้ รองจเรตำรวจแห่งชาติกำชับตำรวจไซเบอร์ บก.สอท.4 เรื่องการรักษาวินัย จริยธรรม ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความความโปร่งใส และกำชับให้ผู้บังคับบัญชาดูแลสุขภาวะ สภาพจิตใจผู้ใต้บังคับบัญชา รวมทั้งต้องควบคุมไม่ให้ผู้ใต้บังคับบัญชากระทำความผิดวินัยร้ายแรง หรือทำผิดในคดีอาญาเสียเอง หากพบต้องกล้าดำเนินการทางปกครองเพื่อยับยั้งไม่ให้เกิดปัญหาลุกลาม พร้อมเน้นย้ำให้ตำรวจทุกนายใช้อุดมคติตำรวจเป็นแนวทางการทำงานโดยเคร่งครัด
นอกจากนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ และ ผบก.สอท.4 ได้ร่วมมอบเงินจำนวน 900,000 คืนให้แก่ผู้เสียหาย ตามโครงการ “MONEY Cash Back ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน” โดยผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิงสูงวัยได้รับโทรศัพท์จากกลุ่มคนร้ายแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ โดยเริ่มจากอ้างว่ามีพัสดุเอกสารราชการส่งถึงผู้เสียหาย และต่อมาได้มีบุคคลอื่นติดต่อซ้ำ อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเอกสารดังกล่าว กลุ่มคนร้ายได้สร้างความน่าเชื่อถือและชักชวนให้ผู้เสียหายเปิดใช้งานโมบายแบงค์กิ้ง จากนั้นหลอกสอบถามข้อมูลทรัพย์สิน และอ้างว่าจะดำเนินการคุ้มครองเงินฝากให้ผู้เสียหาย ก่อนชักจูงให้ผู้เสียหายขายสลากออมสินและนำเงินเข้าบัญชีธนาคารของตนเอง ภายหลังกลุ่มคนร้ายอ้างว่าผู้เสียหายต้องโอนเงินไปเพื่อตรวจสอบและชำระค่าธรรมเนียมการคุ้มครองเงินฝาก ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปยังบัญชีที่คนร้ายแจ้ง เป็นเงินจำนวน 900,000 บาท หลังจากโอนเงินแล้วผู้เสียหายไม่สามารถติดต่อกลุ่มคนร้ายได้อีก จึงเชื่อว่าถูกหลอกลวง จึงได้แจ้งความร้องทุกข์ผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบสวนและพนักงานสอบสวนได้ร่วมกันตรวจสอบเส้นทางการเงินและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยละเอียดแล้ว ปรากฏข้อเท็จจริงว่า เงินจำนวน 900,000 บาท ซึ่งอยู่ในบัญชีเงินฝากของผู้ต้องหา เป็นเงินที่ผู้เสียหายถูกคนร้ายหลอกลวงให้โอนเข้าบัญชีดังกล่าว จึงได้ประสานธนาคารเพื่อดำเนินการอายัดเงินจำนวนดังกล่าวไว้เป็นของกลาง และได้ดำเนินการประสานงานกับธนาคารตามแนวทางโครงการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหาย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากความเสียหายที่เกิดขึ้น จนสามารถดำเนินการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายได้เป็นเงิน 900,000 บาท เต็มจำนวน

