กองปราบรวบบอลแอนด์ทอฟฟี่ หัวจ่ายโพนพิสัย มือยิงตำรวจขณะล่อซื้อยานรก
กองปราบรวบบอลแอนด์ทอฟฟี่ หัวจ่ายโพนพิสัย
มือยิงตำรวจขณะล่อซื้อยานรก
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พีร ปยุทธนันทร์, พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป.,
พ.ต.ท.พงษ์พิทักษ์ เหล็กชูชาติ รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.รัฐมนตรี พันชูกลาง รอง ผกก.3 บก.ป.,
พ.ต.ท.ณัฐดนัย สีแข่ไตร รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.ศิษฏ์ พูลวงศ์ รอง ผกก.3 บก.ป และ พ.ต.ท.พัฒนพงษ์ เสณีแสนเสนา รอง ผกก.3 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้น นำโดย พ.ต.ท.อาธิรัตน์ ทิพย์เจริญ สว.กก.3 บก.ป., ว่าที่ พ.ต.ต.ธีรศักดิ์
นามเขต สว.กก.3 บก.ป., พ.ต.ต.เอกสิทธิ์ อินทร์โท่โล่ สว.กก.3 บก.ป., พ.ต.ต.เลอสันต์ พรมชื่น สว.กก.3 บก.ป., พ.ต.ต.วัตรสัณห์ เนตรหาญ สว.กก.3 บก.ป., ร.ต.อ.ฉัตรพล นพคุณ รอง สว.กก.3 บก.ป.,
ร.ต.อ.พีรวัส สีสอาด รอง สว.กก.3 บก.ป., ร.ต.อ.วิทยา สุทธิปัญโญ รอง สว.(ป.) กก.3 บก.ป. และข้าราชการตำรวจในสังกัด กก.3 บก.ป.
ร่วมจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 2 ราย ได้แก่
1. นายปรัชญาฯ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลหนองคายที่ 207/2569 ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2569
สถานที่จับกุม บริเวณ ซ.ประชาอุทิศ 27 ถ.ประชาอุทิศ บางมด ทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร
2. นายวีระศักดิ์ฯ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลหนองคายที่ 208/2569 ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2569
สถานที่จับกุม บริเวณ ซ.วัดสุขใจ 4 แขวงทรายกองดิน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร
ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติหน้าที่หรือซึ่งจะกระทำหรือได้กระทำตามหน้าที่, ร่วมกันต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่, ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายอันถือเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยผิดกฎหมาย การกระทำโดยมีอาวุธหรือใช้อาวุธ, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ฯลฯ
สืบเนื่องจากเหตุการณ์ระทึก เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนวาปี
จ.หนองคาย เข้าทำการล่อซื้อยาเสพติดจากเครือข่าย “สหายโพนพิสัย” ซึ่งเป็นกลุ่มที่ค้ายาบ้าในพื้นที่
อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังแสดงตัวเข้าจับกุม กลุ่มคนร้ายไหวตัวทัน ได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นทั้งสองฝ่ายได้ยิงต่อสู้ ฝ่ายตำรวจไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่รถยนต์ได้รับความเสียหาย ส่วนกลุ่มคนร้ายได้ทิ้งยาบ้า 4,000 เม็ด ไว้ในรถยนต์ที่ขับขี่มา หลบหนีไป
เนื่องจากพฤติการณ์ที่อุกอาจ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ได้สั่งการให้ เจ้าหน้ที่จาก บก.สส.ภ.4,
บก.สส.ภ.จว.หนองคาย, สภ.รัตนวาปี ทำการสืบสวนขยายผลจนทราบว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ มีทั้งหมด 3 คน ประกอบไปด้วย
1.นายฉัตรฐพลฯ เป็นหัวหน้า
2.นายปรัชญาฯ เป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ (ตรวจสอบข้อมูล พบมีหมายจับคดียาเสพติด ในข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)
3.นายวีระศักดิ์ฯ เป็นผู้เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาที่รถที่มียาบ้า
นอกจากนั้น ยังได้ขยายผล ไปจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย
1.“นายบอล โพนพิสัย” ผู้ทำหน้าที่ติดต่อประสานล่อซื้อกับเจ้าหน้าที่ พร้อมยาบ้าจำนวน 18,000 เม็ด และอาวุธปืนสั้น 1 กระบอก
2. “นายป้อ เฝ้าไร่” พร้อมอาวุธปืน จำนวน 2 กระบอกจากนั้นขยายผลติดตามจับกุมกลุ่มที่พาผู้ต้องหาหลบหนี
3. ”นายสงกรานต์ฯ” พร้อมยาบ้า จำนวน 80,000 เม็ด ทำหน้าที่ช่วยพานายฉัตรฐพลฯ หลบหนี
หลังจากที่จับกุมบุคคลในเครือข่าย ทำให้ทรายข้อมูลเชื่อว่าตัวผู้ก่อเหตุ “นายฉัตรฐพลฯ” ได้หลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ส่วน “นายปรัชญาฯ” และ “นายวีระศักดิ์ฯ” เชื่อว่าหลบหนีมายังกรุงเทพมหานคร ทางบช.ภ.4 จึงได้ประสานข้อมูลกับ กองปราบปราม ให้ช่วยทำการสืบสวนหาตัวทั้ง 2 ราย
จากพฤติการณ์ที่อุกอาจไม่เกรงกลัวกฎหมาย กองปราบปรามจึงได้ระดมกำลัง ไล่ล่าต่อเนื่อง
กว่า 1 สัปดาห์ กระทั่งสืบทราบว่า “นายปรัชญาฯ” (มือยิง) ได้มาหลบซ่อนตัวในชุมชนแออัดย่านทุ่งครุ
ส่วน“นายวีระศักดิ์ฯ” ได้ปลอมตัวเป็นแรงงานต่างด้าว แฝงตัวเข้ามาทำงานในโรงงานลูกชิ้นย่านคลองสามวา
ต่อมากองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามจึงเปิด ปฏิบัติการเข้าตรวจค้น ทั้ง 2 จุด สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 รายได้สำเร็จ สอบถามนายปรัชญาฯ รับสารภาพว่าเป็นผู้ใช้อาวุธปืนใช้ปืน .38 ดัดแปลง ยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจจริง โดยอ้างว่าไม่รู้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะที่ “นายวีระศักดิ์ฯ” รับว่าอยู่ในที่เกิดเหตุจริง แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ยิง จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ทำบันทึกพร้อมสืบสวนขยายผลที่ กก.3 บก.ป. ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เซิม จ.หนองคาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามผู้ต้องหาเบื้องต้น รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”
