วันเสาร์, สิงหาคม 15, 2026
Latest:
ในประเทศ

ตำรวจ ปอศ.เจาะระบบคลาวด์แกะรอยรวบ ‘ซูเปอร์แอดมิน’ คุมระบบการเงินเครือข่ายเว็บพนันยักษ์ข้ามชาติ 11 แบรนด์ดัง เงินหมุนเวียนทะลุ 100 ล้านต่อเดือน

ตำรวจ ปอศ.เจาะระบบคลาวด์แกะรอยรวบ ‘ซูเปอร์แอดมิน’ คุมระบบการเงินเครือข่ายเว็บพนันยักษ์ข้ามชาติ 11 แบรนด์ดัง เงินหมุนเวียนทะลุ 100 ล้านต่อเดือน

 

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ, พ.ต.อ.นิตติโชติ เพ็ญจำรัส รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ วันสิริภักดิ์ รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย รอง ผบก.ปอศ. , พ.ต.อ.วิญญู แจ่มใส ผกก.5 บก.ปปป.

รรท.ผกก.3 บก.ปอศ., พ.ต.ท.ณธัชพงศ์ สินสิริยานนท์, พ.ต.ท.สุรโชค กังวานวาณิชย์, พ.ต.ท.ภาวัต เล็กธำรง และ พ.ต.ท.วรพจน์ ลลิตจิรกุล รอง ผกก.3 บก.ปอศ.

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.รัฐชิน เจริญรัมย์ , พ.ต.ต.วชิรเชษฐ์ อัครธีระพงศ์

สว.กก.3 บก.ปอศ., ร.ต.อ.ธรรมนูญ ทับทวี รอง สว.(ป.)กก.3 บก.ปอศ., ด.ต.อลิส จำเนียรอนุสรณ์, ด.ต.วราวุฒิ คงเพชร, ด.ต.ธนบดินทร์ พรมรักษ์, ด.ต.อนุสรณ์ ปั้นกันอินทร์, จ.ส.ต.ปภาวิน เทพจันทร์ ผบ.หมู่ กก.3

บก.ปอศ.

 

ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา น.ส.ชลิสา (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ในความผิดฐาน “ร่วมกันช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่น (การพนันออนไลน์) ซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่น (การพนันออนไลน์) ซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน”

 

ตามหมายค้นของ ศาลแขวงนครปฐม ที่ ค31/2569 ลงวันที่ 13 สิงหาคม 2569

 

สถานที่จับกุม บริเวณบ้านพักหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.อ้อมใหญ่ อ.สามพราน จ.นครปฐม

 

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร.) โดย กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.)

 

ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอศ. ดำเนินการสืบสวน ปราบปราม และทลายเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ รวมถึงแพลตฟอร์มการพนันบนระบบอินเทอร์เน็ตอย่างเด็ดขาดและต่อเนื่อง

 

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอศ. ได้นำหมายค้นศาลแขวงนครปฐม ที่ ค31/2569 ลงวันที่ 13 สิงหาคม 2569 เข้าตรวจสอบและจับกุมตัว น.ส.ชลิสาฯ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ภายในบ้านพัก หลังชุดสืบสวนใช้เทคนิคแกะรอยทะลวงระบบคลาวด์และเซิร์ฟเวอร์เสมือนไร้ฮาร์ดแวร์ ตรวจพบเป็นฟันเฟืองหลักระดับ

“ซูเปอร์แอดมิน” อนุมัติธุรกรรมฝาก-ถอนเงินทั้งระบบเงินบาทและคริปโตเคอร์เรนซี ควบคุมดูแลเว็บพนันรายใหญ่ถึง 11 แบรนด์ พบเงินหมุนเวียนสะพัดกว่า 100 ล้านบาทต่อเดือน

 

การเปิดปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นตามนโยบายเร่งรัดปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและเว็บพนันออนไลน์ของ ศปอส.ตร. โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.3 บก.ปอศ. ได้นำเทคนิคการแกะรอยทางไซเบอร์เจาะเข้าระบบหลังบ้านของกลุ่มเว็บไซต์พนันออนไลน์รายใหญ่

 

ซึ่งขบวนการดังกล่าวใช้เทคโนโลยีอำพรางตัวตนระดับสูงผ่านระบบ Cloudflare และ Cloud VPN ทั้งยังไม่มีการตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) หรืออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ไว้ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง แต่ใช้วิธีเช่าเครื่องแม่ข่ายเสมือนบนระบบคลาวด์ (Cloud VPS) ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อสร้างฐานปฏิบัติการดิจิทัลที่ล่องหนและยากต่อการติดตาม

 

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสามารถใช้เทคนิคทะลวงระบบคลาวด์จนพบความเชื่อมโยงของแอดมินผู้ควบคุมระบบ นำไปสู่การขออนุมัติหมายค้นจากศาลแขวงนครปฐม ที่ ค31/2569 ลงวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอศ. ได้นำหมายค้นเข้าตรวจสอบบ้านพักหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.อ้อมใหญ่ อ.สามพราน จ.นครปฐม พบ น.ส.ชลิสาฯ อยู่ภายในบ้านพักหลังดังกล่าว

 

จากการสืบสวนพบว่า แม้ผู้ต้องหาจะเลือกเช่าบ้านพักสภาพเก่าเพื่ออำพรางตัวไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกต

แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นผู้ควบคุมระบบหลังบ้านของเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่มากถึง 11 เวป ซึ่งเปิดให้บริการการพนันออนไลน์ครบวงจร ทั้งคาสิโนสด สล็อต บาคาร่า เกมไพ่ ทายผลกีฬา และหวยออนไลน์

 

จากการซักถามปากคำ น.ส.ชลิสาฯ ให้การรับสารภาพว่า เดิมตนทำงานบริการในสถานบันเทิง

เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา จนกระทั่งเดือนตุลาคม 2568 ได้สมัครงานแอดมินผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก และถูกส่งตัวไปฝึกอบรมที่ อาคาร OKVIP ในเมืองปอยเปต ซึ่งเป็นอาคารสูง 7 ชั้น มีพนักงานทำงานเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์รวมกันกว่า 100 คน โดยตนต้องผ่านการฝึกงานอย่างเข้มข้นนานกว่า 4 เดือน และทดลองงานอีก 2 เดือน เรียนรู้ระบบงานครบทุกแผนก ทั้งฝ่ายไอที, ฝ่ายการตลาด, ฝ่ายระบบธุรกรรมฝาก-ถอน, ฝ่ายจัดการบัญชีและถอนเงินสด รวมถึงฝ่ายควบคุมความเสี่ยง (Audit) จนมีความเชี่ยวชาญรอบด้าน สามารถควบคุมระบบหลังบ้านได้พร้อมกันนับสิบเว็บไซต์

 

โดยได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนรวมค่าคอมมิชชันไม่ต่ำกว่าเดือนละ 30,000 บาท ซึ่งเครือข่ายจะจ่ายผลตอบแทนเป็นสกุลเงินดิจิทัล USDT โอนเข้ากระเป๋าดิจิทัลส่วนตัวโดยตรง

 

ผู้ต้องหาให้การเพิ่มเติมว่า ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ทางการกัมพูชาได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการเว็บพนันออนไลน์อย่างหนัก ระดับหัวหน้างานหรือ “บิ๊กบอส” จึงมอบความไว้วางใจให้ น.ส.ชลิสาฯ เดินทางกลับมาควบคุมดูแลระบบและบริหารจัดการฐานลูกค้าของเครือข่ายเว็บพนันต่อในประเทศไทย

 

โดยเข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ในกะดึก ตั้งแต่เวลา 20.00 – 08.00 น. ของวันรุ่งขึ้น วันละ 12 ชั่วโมง ซึ่งในแต่ละกะจะมีทีมงานกระจายตัวปฏิบัติการอยู่ในประเทศไทยไม่เกิน 4 คน การทำงานจะต้องเชื่อมต่อผ่านระบบ VPN และประชุมรับคำสั่งผ่านโปรแกรม Discord ทุกครั้ง โดยตนได้รับมอบสิทธิ์เข้าใช้งานระบบจาก ‘บิ๊กบอส’ รวม 10 บัญชีผู้ใช้ (Users) และถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการควบคุมระบบหลังบ้าน มีอำนาจอนุมัติธุรกรรมทางการเงินแบบเบ็ดเสร็จ

 

โดยทำหน้าที่ตรวจสอบรหัสคำสั่งโอน จับคู่ยอดเงินทั้งสกุลเงินบาทและคริปโตเคอร์เรนซี (USDT) เพื่อกดยืนยันเติมเครดิตเข้ากระเป๋าเงิน (Wallet) ของลูกค้าด้วยตนเอง ในกรณีที่ระบบอัตโนมัติขัดข้องหรือยอดเงินไม่เข้า ตลอดจนทำหน้าที่ตรวจสอบคำสั่งและกดยืนยันการถอนเงินตามที่ฝ่ายตรวจสอบความเสี่ยง (Audit) รายงานเข้ามา

 

นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่ควบคุมระบบช่องทางการชำระเงิน (Payment Gateway) คอยสับเปลี่ยนการเปิด-ปิดบัญชีรับโอนของธนาคารพาณิชย์ให้สอดคล้องกับช่วงเวลา และคอยทดสอบสถานะระบบ Payment Gateway เถื่อนนอกระบบที่มีการใช้งาน เพื่อให้ระบบสามารถสร้าง QR Code สำหรับรับชำระเงินสด (Fiat) และเงินดิจิทัล (Crypto) ได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง

 

จากการตรวจสอบข้อมูลธุรกรรม พบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนเฉลี่ยวันละไม่ต่ำกว่า 5,000,000 บาท คิดเป็นยอดเงินหมุนเวียนรวมกว่า 100,000,000 บาทต่อเดือน โดยอาศัยการยิงโฆษณา (Ads) ในโซเชียลมีเดียเพื่อหาลูกค้า และสร้างกำไรสุทธิให้กลุ่มผู้จัดให้มีการเล่นวันละหลายล้านบาท

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอศ. จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหานำส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์แก้ว

อ.สามพราน จ.นครปฐม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ บก.ปอศ. จะเร่งดำเนินการสืบสวนขยายผลเส้นทางการเงิน ติดตามยึดอายัดทรัพย์สิน และขยายผลจับกุมตัวการใหญ่ ผู้รับผลประโยชน์ และผู้ร่วมขบวนการในลักษณะองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติต่อไป

 

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

 

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชน : บก.ปอศ. ขอแจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่กำลังมองหางานผ่านช่องทางออนไลน์ ให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติ ซึ่งในปัจจุบันกลุ่มทุนเว็บไซต์พนันออนไลน์และขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์มักใช้อุบายประกาศรับสมัครงานโดยเสนอผลตอบแทนรายได้สูง สวัสดิการล่อใจ และจ่ายเงินเดือนเป็นสกุลเงินดิจิทัล (USDT) เพื่อจูงใจให้เข้าร่วมขบวนการ จึงขอเตือนว่าการเข้าไปทำหน้าที่เป็นแอดมิน ดูแลระบบหลังบ้าน หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบธุรกรรมการเงินของเว็บพนันออนไลน์ ย่อมเข้าข่ายความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันฯ และอาจมีความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกสูง ถูกดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินทั้งหมดที่ได้มาจากการกระทำความผิด ตลอดจนมีประวัติอาชญากรรมติดตัว แม้จะอ้างว่าปฏิบัติงานจากที่พักอาศัยหรือเป็นเพียงลูกจ้างรับเงินเดือนก็ตาม

 

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการชักชวนเล่นพนันออนไลน์ การเช่าสถานที่พักอาศัยที่ต้องสงสัยว่าเป็นฐานปฏิบัติการออนไลน์ผิดกฎหมาย หรือการชักชวนทำงานออนไลน์ที่ส่อไปในทางทุจริต

สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) หรือทางสายด่วน ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) โทร. 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน

ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด

ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่

อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”