“ตร.บุปผารามรวบแก๊งแอปเกย์! อ้างตำรวจรีดเงิน-ฉกมือถือ เหยื่อหลงกลนัดมีเซ็กซ์ก่อนเชิดทรัพย์ หนีลอยนวลกลางกรุง”
เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2569 พ.ต.อ.ภูวดล อุ่นโพธิ ผกก.สน.บุปผาราม เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บุปผาราม ได้ติดตามจับกุมตัว นายกิตติพงศ์ ภูมิแสง และ นายชัยรัตน์ วิษาเกษ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ในคดี “ร่วมกันลักทรัพย์โดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงาน” ภายหลังร่วมกันก่อเหตุต่อผู้เสียหายหลายราย โดยใช้อุบายผ่านแอปพลิเคชัน Hornet แอปพลิเคชันสนทนากลุ่มชายรักชาย ก่อนหลอกเหยื่อสูญทรัพย์สินและเงินสด
คดีแรก คดีอาญาที่ 98/2569 นายณัฐกิตติ์ จันทรังษี ผู้เสียหาย ให้การว่า เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ได้รู้จักกับ นายกิตติพงศ์ หรือ “ไอซ์” ผ่านแอปฯ Hornet ก่อนนัดพบและเข้าพักภายในโรงแรม 7 เดย์ พรีเมียม ไอคอนสยาม สเตชั่น ถนนลาดหญ้า เขตคลองสาน กรุงเทพฯ ห้องพักเลขที่ 201 และมีความสัมพันธ์ทางเพศกันภายในห้องพัก
ต่อมาในช่วงเช้าวันที่ 30 เมษายน 2569 ผู้ต้องหาได้ออกอุบายอ้างว่าจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย เนื่องจากพบเส้นทางการเงินต้องสงสัย พร้อมหลอกถามรหัสผ่านโทรศัพท์มือถือ ผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัวจึงยอมเปิดเผยรหัส ก่อนพบว่ามีการโอนเงินออกจากบัญชีธนาคารกสิกรไทย จำนวน 2 รายการ รวมมูลค่า 13,600 บาท ไปยังบัญชีธนาคารกรุงไทยของหญิงรายหนึ่ง
ภายหลังผู้เสียหายยังถูกหลอกซ้ำ โดยมีบุคคลอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งข้อความผ่านแชต สั่งให้ติดตามพฤติกรรมของผู้ต้องหาเพื่อวางแผนจับกุม ก่อนออกอุบายให้นำโทรศัพท์มือถือส่งมอบแก่ผู้ต้องหา อ้างว่าจะนำไปตรวจสอบเพิ่มเติม กระทั่งขาดการติดต่อ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าถูกหลอกและเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.บุปผาราม
ส่วนคดีอาญาที่ 97/2569 นายพิชญพงศ์ รัตนพันธุ์ ผู้เสียหายอีกราย ให้การว่า เมื่อคืนวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ได้พูดคุยกับ นายกิตติพงศ์ ผ่านแอปฯ Hornet ก่อนถูกชักชวนไปพักที่โรงแรมเดียวกัน ห้องพักเลขที่ 305

จากนั้นผู้ต้องหาอ้างว่าจะพาไปพบเพื่อน ก่อนพาออกจากโรงแรมไปนั่งบริเวณซอยลาดหญ้า 1 ข้างห้างแพลตฟอร์ม วงเวียนใหญ่ ระหว่างนั้น นายชัยรัตน์ ผู้ต้องหาที่ 2 ได้เดินผ่านเข้ามา ก่อนที่ผู้ต้องหาที่ 1 จะลุกเดินตามไป ทิ้งให้ผู้เสียหายนั่งรอเพียงลำพัง
ไม่นาน ผู้เสียหายได้รับข้อความทางไลน์จากผู้ต้องหา อ้างว่าตำรวจกำลังเข้าตรวจค้นห้องพัก และต้องจ่ายเงินสินบนเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกดำเนินคดี พร้อมเรียกเงินจำนวน 3,000 บาท แต่ผู้เสียหายมีเงินเหลือเพียง 500 บาท จึงโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารกสิกรไทยตามที่คนร้ายแจ้ง
ต่อมาในช่วงเช้า นายชัยรัตน์ ถูกกล้องวงจรปิดจับภาพขณะสะพายกระเป๋าเป้ของผู้เสียหายเดินออกจากโรงแรม ก่อนเรียกรถจักรยานยนต์รับจ้างหลบหนี ขณะที่นายกิตติพงศ์ได้หลบหนีออกจากพื้นที่ในเวลาต่อมา
ภายหลังพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ขออำนาจศาลอาญาธนบุรีออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ก่อนสามารถติดตามจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 และนำตัวเข้าสู่กระบวนการสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการขยายผลตรวจสอบว่าอาจมีผู้เสียหายรายอื่นตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกันเพิ่มเติมอีกหรือไม่
//////








