วันอังคาร, กรกฎาคม 7, 2026
Latest:
ในประเทศ

บช.ก.รวบหนุ่มวัย 23 ปี หวังรวยทางลัด ค้าบุหรี่ไฟฟ้า-บุหรี่เถื่อน มูลค่ารวมกว่า 3.6 ล้านบาท

บช.ก.รวบหนุ่มวัย 23 ปี หวังรวยทางลัด ค้าบุหรี่ไฟฟ้า-บุหรี่เถื่อน มูลค่ารวมกว่า 3.6 ล้านบาท

 

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการสั่งของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย ผกก.6 บก.ป., พ.ต.ท.สมบัติ มีมงคล, พ.ต.ท.วชิระ ศุภพิสิฐกุล, พ.ต.ท.ทินกร มณีรัตน์ รอง ผกก.6 บก.ป., พ.ต.ท.กิติภูมิ ศรีแผ้ว รอง ผกก.6 บก.ป., พ.ต.ท.นรบดี ดวงจิตต์ รอง ผกก.6 บก.ป.

 

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.เกียรติศักดิ์ บุญทอง สว.กก.6 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม

 

ร่วมกันจับกุม นายซาฮาบุดดีนฯ อายุ 23 ปี ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ด้วยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่ยังมิได้เสียภาษีหรือของต้องจำกัดหรือของต้องห้าม โดยยังไม่ผ่านศุลกากร หรือเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร ขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งมิได้เสียภาษี”

พร้อมตรวจยึดของกลาง

1. เครื่องบุหรี่ไฟฟ้า ยี่ห้อ VOOPOO VINCI Pod จำนวน 3 กล่อง

2. เครื่องบุหรี่ไฟฟ้า ยี่ห้อ VOOPOO DRAG S จำนวน 1 กล่อง

3. เครื่องบุหรี่ไฟฟ้า ยี่ห้อ JELLYBOX AIR X จำนวน 1 กล่อง

4. บุหรี่ไฟฟ้ายี่ห้อ Salt Hub รุ่น M zero 9k จำนวน 88 ชิ้น

5. บุหรี่ไฟฟ้ายี่ห้อ BILLION จำนวน 66 กล่อง

6. บุหรี่ไฟฟ้า ยี่ห้อ SWITCH จำนวน 40 กล่อง

7. บุหรี่ไฟฟ้า ยี่ห้อ M BAR 10K จำนวน 15 กล่อง

8. หัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ยี่ห้อ VOLTBAR จำนวน 4 กล่อง

9. หัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ยี่ห้อ Vookbar จำนวน 6 กล่อง

10. หัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ยี่ห้อ M SWITCH จำนวน 8 กล่อง

11. หัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ยี่ห้อ M ZERO จำนวน 16 กล่อง

12. บุหรี่ต่างประเทศยี่ห้อ VESS แดง จำนวน 235 แถว แถวละ 10 ซอง ซองละ 20 มวน รวม 47,000 มวน

13. บุหรี่ต่างประเทศยี่ห้อ VESS เขียว จำนวน 81 แถว แถวละ 10 ซอง ซองละ 20 มวน รวม 16,200 มวน

14. บุหรี่ต่างประเทศยี่ห้อ VESS PREMIUM จำนวน 50 แถว แถวละ 10 ซอง ซองละ 20 มวน รวม 10,000 มวน

รวมบุหรี่ต่างประเทศของกลาง รายการที่ 12 – 14 ทั้งหมด จำนวน 73,200 มวน

สถานที่จับกุม บ้านพักใน ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

 

สืบเนื่องจาก บช.ก. มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ 0026.153/5457 ลง 30 มิ.ย. 69 เรื่องระดมกวาดล้างจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ ระหว่างวันที่ 1 – 15 ก.ค. 69 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่สาขาเมืองปัตตานี ออกสืบสวนหาข่าวติดตามจับกุมสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบ

 

ต่อมาได้รับแจ้งจากสายลับว่า บ้านหลังหนึ่งใน ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี มีการซุกซ่อนและลักลอบจำหน่ายเครื่องบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า และบุหรี่ต่างประเทศ

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนนำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว และพบนายซาฮาบุดดีนฯ ยืนอยู่หน้าบ้านและแสดงตนเป็นเจ้าของบ้าน โดยยินยอมและเป็นผู้นำตรวจค้นให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมตรวจค้นแต่โดยดี ซึ่งผลการตรวจค้นพบบุหรี่ไฟฟ้า ของกลางรายการที่ 1 – 11 วางอยู่บนพื้นในห้องนอน และบุหรี่ต่างประเทศ ของกลางรายการที่ 12 – 14 วางอยู่บนพื้นหน้าห้องนอน ภายในบ้านหลังดังกล่าว

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงนำตัวนายซาฮาบุดดีนฯ พร้อมด้วยของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ บุหรี่ต่างประเทศ (บุหรี่เถื่อน) ที่ไม่ผ่านการเสียภาษีถูกต้องตามกฎหมาย ถือเป็นของต้องห้าม/ต้องกำกัด การซื้อ ขาย หรือมีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย มีความผิดตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายสรรพสามิต

 

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น นายซาฮาบุดดีนฯ ให้การว่า บุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่ต่างประเทศเป็นของตนจริง โดยรับบุหรี่ไฟฟ้ามาจากผู้ขายชาวมาเลเซีย และลักลอบนำเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติบริเวณชายแดน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ส่วนบุหรี่ต่างประเทศได้รับมาจากผู้ขายในพื้นที่ จ.ปัตตานี ซึ่งลักลอบค้าบุหรี่ต่างประเทศมานานประมาณ 1 ปี และนำมาจำหน่ายให้กับลูกค้าในพื้นที่ ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

 

“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน

ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด

ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”