อำเภอปากพลีผนึกกำลังภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม “The Warm Of Love เปลี่ยนจุดความร้อนเป็นจุดความรัก” รณรงค์ลดการเผาป่าผ่านมิติจดทะเบียนสมรสวันวาเลนไทน์
[อำเภอปากพลี, จังหวัดนครนายก – ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙] – นายสรรเสริญ คำทอง นายอำเภอปากพลี เป็นประธานเปิดโครงการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการจดทะเบียนสมรสเนื่องในวันแห่งความรัก ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ ภายใต้แนวคิด “The Warm Of Love เปลี่ยนจุดความร้อนเป็นจุดความรัก” ณ สำนักทะเบียนอำเภอปากพลี เพื่อส่งเสริมสถาบันครอบครัวควบคู่ไปกับการรณรงค์แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่กิจกรรมในปีนี้ได้รับเกียรติจาก พลตำรวจตรี อังกูร คล้ายคลึง สมาชิกวุฒิสภา และประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมออฟโรดไทยช่วยเหลือเพื่อนร่วมทาง ในฐานะผู้ให้การสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมอย่างเป็นรูปธรรม โดย พล.ต.ต.อังกูร ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการระหว่างข้อกฎหมาย สวัสดิภาพสังคม และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของวุฒิสภาในการติดตามและเสนอแนะการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เกิดจากการเผาในที่โล่ง
นายสรรเสริญ คำทอง นายอำเภอปากพลี กล่าวว่า “โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปลี่ยนทัศนคติจากการสร้าง ‘จุดความร้อน’ (Hotspot) ที่เกิดจากการเผาป่าและตอซังข้าว ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสุขภาพ ให้กลายเป็น ‘จุดความรัก’ ที่สื่อถึงความอบอุ่นภายในครอบครัวและการดูแลรักษาถิ่นฐานบ้านเกิด โดยได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายสำคัญ อาทิ สภากาชาดไทย, สมาคมประกันวินาศภัย, บริษัท วิริยะประกันภัย และบริษัท เอไอเอ (AIA) ที่ร่วมสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและสวัสดิการให้แก่คู่รักที่มาเริ่มต้นชีวิตคู่ในวันนี้”
ในด้านการสนับสนุนจากภาคประชาชนและองค์กรอิสระ พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง ได้นำศักยภาพของเครือข่ายสมาคมออฟโรดไทยฯ เข้ามามีส่วนช่วยในการประชาสัมพันธ์และเข้าถึงพื้นที่ห่างไกล เพื่อรณรงค์ให้เกษตรกรตระหนักถึงผลกระทบของการเผาป่า พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่อำเภอปากพลี เช่น พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดฝั่งคลอง และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน
กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการมอบของที่ระลึกมงคล การจดทะเบียนสมรสภายใต้บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรัก และการให้ความรู้ด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นเกี่ยวกับการจัดการขยะเกษตรทดแทนการเผา ซึ่งนับเป็นโมเดลต้นแบบของการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นที่นำนโยบายระดับชาติมาปรับใช้ให้เข้ากับวิถีชีวิตและเทศกาลสำคัญของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ










