ปราจีนบุรี เปิดฉากสมรภูมิสิ่งแวดล้อม ประชาชนลาดตะเคียน ผวาศึกนิคมฯ เฟส 9 หวั่นปราจีนบุรีกลายเป็น ถังขยะอุตสาหกรรม จับตาประชามติ EEC จังหวัดที่ 4 ชี้ชะตาปอดของเมืองหรือโรงงานไร้ขีดจำกัด
ปราจีนบุรี เปิดฉากสมรภูมิสิ่งแวดล้อม ประชาชนลาดตะเคียน ผวาศึกนิคมฯ เฟส 9 หวั่นปราจีนบุรีกลายเป็น ถังขยะอุตสาหกรรม จับตาประชามติ EEC จังหวัดที่ 4 ชี้ชะตาปอดของเมืองหรือโรงงานไร้ขีดจำกัด
ปราจีนบุรี – ร้อนระอุ! เวทีรับฟังความคิดเห็น “นิคมอุตสาหกรรม 304 เฟส 9” ณ อบต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี วันนี้ 19 มิถุนายน 2569 กลายเป็นสนามสะท้อนเสียงเตือนภัยจากคนในพื้นที่ หลังโครงการยักษ์ใหญ่บุกประชิด เตรียมขยายอาณาจักรนิคมฯ เข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรมและชุมชน ท่ามกลางความกังวลว่าปราจีนบุรี ซึ่งกำลังถูกผลักดันให้เป็น “เขตเศรษฐกิจ EEC แห่งที่ 4” อาจต้องแลกมาด้วย “มลพิษ” ที่ย้อนกลับมาทำลายวิถีชีวิตดั้งเดิม
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี บรรยากาศการประชุมที่เนืองแน่นไปด้วยชาวบ้านกว่า 200 ชีวิตจาก 13 หมู่บ้าน ไม่ใช่แค่การมารับฟัง แต่คือการมา “ส่งเสียงเตือน” ถึงหายนะที่อาจตามมา ทั้งปัญหามลพิษทางอากาศ ฝุ่นละอองที่ชาวบ้านหวาดผวาว่าจะกลายเป็นพิษต่อระบบทางเดินหายใจ ตลอดจนวิกฤตจราจรที่จะแออัดด้วยรถบรรทุกหนักนับพันคัน ซึ่งนำมาซึ่งอุบัติเหตุและมลพิษทางเสียงที่ไม่เคยได้รับการแก้ไขให้เบ็ดเสร็จ
“หากจะสร้างนิคมฯ จริง ต้องรับปากให้ได้ว่าฝุ่นและมลพิษต้องเป็นศูนย์ หากพลาดไปเพียงนิดเดียว ใครจะรับผิดชอบชีวิตคนในพื้นที่?” เสียงสะท้อนจาก นางสาวณิรชา แสนถม ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ดังก้องห้องประชุม พร้อมตั้งคำถามถึง “กองทัพแรงงานต่างชาติ” ที่จะทะลักเข้าสู่ชุมชนโดยไม่มีมาตรการรองรับที่ชัดเจน
สอดคล้องกับ นายอัครเดช กัณหารี กำนันตำบลลาดตะเคียน ที่ย้ำคำถามเดิมๆ ที่ยังไร้คำตอบชัดเจนว่า “เราจะปกป้องแหล่งน้ำและอากาศที่บริสุทธิ์ของเราอย่างไร?”
แหล่งข่าวแจ้งว่า ขณะที่ภาพรวมของ “สวนอุตสาหกรรม 304” ถูกนำเสนอในฐานะฟันเฟืองเศรษฐกิจชั้นนำที่มีระบบไฟฟ้าไฮบริดและรองรับเทคโนโลยีระดับสูง แต่ในมุมมองด้าน “สิ่งแวดล้อม” นี่คือความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดของจังหวัดปราจีนบุรี การถูกผนวกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ EEC ยิ่งทำให้ชาวบ้านต้อง “ตื่นตัว” มากกว่าเดิม เพราะคำว่าความเจริญมักจะมาพร้อมกับการรุกคืบของโรงงานอุตสาหกรรมที่อาจกลืนกินพื้นที่เกษตรกรรมและทรัพยากรธรรมชาติจนไม่เหลือชิ้นดี
การทำประชามติในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่พิธีกรรมตามกระบวนการ EIA แต่คือ “หลักประกันสุดท้าย” ของประชาชนที่ต้องเลือกว่า ระหว่าง “เม็ดเงินมหาศาลของอุตสาหกรรมไฮเทค” กับ “ลมหายใจและสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืน” เราจะรักษาสิ่งใดไว้ให้ลูกหลาน?
อย่าให้คำว่า “พัฒนา” กลายเป็นการทำลาย แม้บริษัทที่ปรึกษาจะพยายามชี้แจงความพร้อมและมาตรฐานระดับโลก แต่บทเรียนจากนิคมฯ แห่งอื่นๆ คือเครื่องพิสูจน์ว่า หากการจัดการมลพิษผิดพลาดเพียงเสี้ยวเดียว ผลกระทบจะตกอยู่กับประชาชนอย่างไม่สามารถเรียกคืนได้
แหล่งข่าวเปิดเผยต่อว่า นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการขยายเฟส 9 เท่านั้น ประชาชนในจังหวัดปราจีนบุรีจึงต้องจับตามองกระบวนการรับฟังความคิดเห็นให้เข้มข้นที่สุด อย่าให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจกลายเป็นการขุดหลุมฝังความสมบูรณ์ของธรรมชาติในพื้นที่บ้านเกิด
ถึงเวลาที่ “เจ้าของพื้นที่” ต้องทวงคืนสิทธิในการกำหนดชะตาชีวิตตัวเอง ก่อนที่ปราจีนบุรีจะกลายเป็นเพียงห้องเครื่องของ EEC ที่เต็มไปด้วยควันพิษและสารเคมีตกค้าง!
### มานิตย์ สนับบุญ- ข่าว/ทองสุข สิงห์พิมพ์ – ภาพ / ปราจีนบุรี ###




