รวบขบวนการหลอกกดภารกิจออนไลน์! ผู้เสียหาย 73 ราย เสียหายกว่า 11 ล้าน .
รวบขบวนการหลอกกดภารกิจออนไลน์!
ผู้เสียหาย 73 ราย เสียหายกว่า 11 ล้าน
.
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์
ผบก.ปอศ, พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล, พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย รอง ผบก.ปอศ,พ.ต.อ.จำนาญ จันทร์เทศ ผกก.4 บก.ปอศ., พ.ต.ท.ภาคิน ไกรกิติชาญ, พ.ต.ท.วีระศักดิ์ ติระพัฒน์, พ.ต.ท.สมชาย ศรพล และ พ.ต.ท.อภิชา เทพจันทร์ รอง ผกก.4
บก.ปอศ.
.
เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ นำโดย พ.ต.ท.สาธิต หาวงษ์ชัย, พ.ต.ท.วรวุฒิ คงรักษา, พ.ต.ท.สุทธิพงษ์ มอญรัต และ พ.ต.ท.ไตรรงค์ หน่วยตุ้ย สว.กก.4 บก.ปอศ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง กก.4 บก.ปอศ.
.
ร่วมกันจับกุม
1. นายนายวรวัฒน์ อายุ 43 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 600/2569 ลงวันที่ 29 มกราคม 2569
2. นายเกรียงศักดิ์ อายุ 33 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 601/2569 ลงวันที่ 29 มกราคม 2569
3. นายโชคชัย อายุ 36 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 602/2569 ลงวันที่ 29 มกราคม 2569
.
ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน”ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”
.
สถานที่จับกุม
ผู้ต้องหาที่ 1 ถูกจับกุมในพื้นที่ จ.สกลนคร
ผู้ต้องหาที่ 2 และผู้ต้องหาที่ 3 ถูกจับกุมในพื้นที่ จ.เชียงใหม่
.
สืบเนื่องจากเมื่อประมาณกลางปี พ.ศ. 2566 บริษัท วีไอพี ลาแท็กซ์ จำกัด (VIP LATEX) ได้ใช้สื่อสังคมออนไลน์
โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก (Facebook) เป็นช่องทางในการโฆษณาชักชวนประชาชนให้สมัครทำงานออนไลน์ โดยอ้างว่าเป็นลักษณะการปฏิบัติภารกิจโปรโมตสินค้าเพื่อสร้างรายได้ ในระยะแรกกลุ่มผู้กระทำความผิดมีการจ่ายค่าตอบแทนจริงเพื่อสร้าง
ความน่าเชื่อถือและจูงใจให้ผู้เสียหายร่วมลงทุนเพิ่ม
ต่อมาได้มีการชักชวนให้ผู้เสียหายโอนเงินลงทุนในแพ็กเกจต่างๆ รวมถึงการเสนอลงทุนในลักษณะการถือหุ้นของบริษัท โดยมีการรับประกันผลตอบแทนในอัตราที่สูงผิดปกติ จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินเข้าร่วมลงทุนต่อเนื่อง
หลายครั้ง ภายหลังจากได้รับเงินลงทุนแล้ว บริษัทได้กำหนดเงื่อนไขการถอนเงินที่ซับซ้อน และไม่สามารถจ่ายผลตอบแทนหรือคืนเงินต้นให้แก่ผู้เสียหายได้ โดยมักอ้างเหตุผลเกี่ยวกับปัญหาระบบ หรือข้อกำหนดให้ต้องโอนเงินเพิ่มเพื่อปลดล็อกการถอนเงิน ก่อนจะดำเนินการบ่ายเบี่ยงและตัดการติดต่อในที่สุด
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบผู้เสียหายรวมจำนวน 73 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมทั้งสิ้น 11,411,219.93 บาท โดยมีการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องจำนวน 4 บัญชี และพบกระแสเงินหมุนเวียนในเครือข่ายมากกว่า 100 ล้านบาท
จากการสืบสวนขยายผลเส้นทางการเงินพบว่า เงินที่ผู้เสียหายโอนเข้าบัญชีที่เกี่ยวข้องกับบริษัท วีไอพี ลาแท็กซ์ จำกัด (VIP LATEX) มิได้ถูกนำไปใช้ในการประกอบกิจการตามที่กล่าวอ้าง แต่ถูกโอนผ่านบัญชีบุคคลและบัญชีนิติบุคคลหลายทอดเพื่ออำพรางแหล่งที่มา ก่อนจะถูกแปรสภาพเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล (Cryptocurrency)
นอกจากนี้ ยังตรวจพบข้อเท็จจริงสำคัญว่า บริษัท วีไอพี ลาแท็กซ์ จำกัด ได้ใช้บัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลบัญชีเดียวกันกับ บริษัท บิคิวแอล กรุ๊ป คอนเซาท์ อินเวทเม้นท์ จำกัด (BQL) เป็นเครื่องมือในการรับเงิน แปรสภาพเงิน และกระจายเงินให้แก่กลุ่มเครือข่ายที่ร่วมกระทำความผิด
ทั้งนี้ รูปแบบการชักชวนและพฤติการณ์ในการหลอกลวงประชาชนของบริษัท วีไอพี ลาแท็กซ์ จำกัด มีลักษณะเดียวกันกับคดีของบริษัท บิคิวแอล กรุ๊ป คอนเซาท์ อินเวทเม้นท์ จำกัด (BQL)
ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจับกุมผู้เกี่ยวข้องและดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ โดยปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าทั้งสองคดีมีความเชื่อมโยงกันทางเส้นทางการเงิน และเป็นเครือข่ายอาชญากรรมกลุ่มเดียวกัน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปอศ. ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอออกหมายจับผู้ต้องหา
ทั้ง 3 ราย ซึ่งเป็นผู้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดดังกล่าว และได้ดำเนินการติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ในที่สุด จากนั้น
ได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
.
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ให้การภาคเสธ อ้างว่าได้สมัครทำงานออนไลน์กับบริษัทดังกล่าว โดยมีเงื่อนไขให้เปิดบัญชีธนาคาร พร้อมมอบบัญชีและบัตร ATM ให้บุคคลสัญชาติจีนซึ่งเป็นเจ้าของบริษัท ได้รับค่าตอบแทน 5,000 บาท และเงินเดือน 10,000 บาท โดยอ้างว่าไม่ทราบว่าเงินในบัญชีเป็นเงินจากการหลอกลวง
.
เตือนภัย ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อการชักชวนให้ทำงานหรือร่วมลงทุนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยอ้างผลตอบแทนสูงผิดปกติ การกดภารกิจ หรือการลงทุนเงินดิจิทัล ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดฐาน ฉ้อโกงประชาชน, ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, และ ความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน หากพบพฤติการณ์ต้องสงสัยหรือได้รับความเสียหาย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1599 หรือศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ต.วรวุฒิ คงรักษา สว.กก.4 บก.ปอศ. หมายเลขโทรศัพท์ 082-481-8813
.
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”

