กรมราชทัณฑ์ จัดพิธีเปิดการฝึกอบรมเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย โครงการพระราชทานฯ โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์ ตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2569 รุ่นที่ 1
กรมราชทัณฑ์ จัดพิธีเปิดการฝึกอบรมเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย
โครงการพระราชทานฯ โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์
ตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2569 รุ่นที่ 1
วันที่ 19 มิถุนายน 2569 เวลา 08.00 น. ที่เรือนจำกลางบางขวาง อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์
เป็นประธานพิธีเปิดการฝึกอบรมโครงการพระราชทาน ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” รุ่นที่ 1
โอกาสนี้พล.ต.กัลย์สรรค์ จันทรเสน ประจำสำนักพระราชวังพิเศษ ระดับ 10 และพล.อ.สมบัติ ธัญญะวัน
นายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์ ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน (ศอญ.) ได้กล่าวโอวาทกับผู้เข้ารับการฝึกอบรม จำนวน 100 ราย โดยมีนายชาญ วชิรเดช รองอธิบดี
กรมราชทัณฑ์ ฝ่ายพัฒนา ร้อยตำรวจเอก สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายบริหาร ผู้บริหารกรมราชทัณฑ์
และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมในพิธีดังกล่าว
กรมราชทัณฑ์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการพระราชทานโครงการ “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” หลักสูตร 14 วันต่อเนื่อง เป็นหลักสูตรที่รองรับพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย โดยได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางให้กลุ่มผู้ก้าวพลาดในการประกอบสัมมาอาชีพที่สุจริต ไม่เบียดเบียน อยู่อย่างพอเพียง ระหว่างปี พ.ศ.2563 – พ.ศ.2568 ได้มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ รวมจำนวน 7 ฉบับ มีผู้ผ่านการอบรมในโครงการฯ กว่า 2 แสนคน
ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใยการดำรงชีวิต
ของผู้ต้องราชทัณฑ์ภายหลังพ้นโทษ จึงได้พระราชทานโครงการดังกล่าว ให้กับกรมราชทัณฑ์เป็นเครื่องมือในการแก้ไข
และพัฒนาผู้ต้องขัง นอกจากนี้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อสนับสนุนการจัดฝึกอบรมผู้ต้องราชทัณฑ์และเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการปรับทัศนคติฝึกฝนระเบียบวินัย พัฒนาทักษะอาชีพ และสร้างแรงจูงใจในการกลับตนเป็นพลเมืองดีของสังคม โดยแบ่งเนื้อหาหลักสูตรออกเป็น 5 ระยะ เริ่มต้นจากการปรับฐานความคิดผ่านการน้อมสำนึก
ในพระมหากรุณาธิคุณและเรียนรู้ทฤษฎีการเกษตรแนวใหม่ จากนั้นจึงเข้าสู่ภาคปฏิบัติเพื่อฝึกทักษะการทำงานร่วมกับ
ผู้อื่น การวางแผน และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า พร้อมทั้งเสริมสร้างองค์ความรู้เชิงลึกด้านหลักกสิกรรมธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับดิน น้ำ และป่า
นอกจากนี้ยังมีการเปิดโอกาสให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ฝึกทักษะการฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อบูรณาการความรู้ ก่อนจะปิดท้ายด้วยการสรุปบทเรียนทั้งหมดเพื่อนำไปจัดทำแผนการดำเนินชีวิตเตรียมความพร้อมสำหรับการก้าวออกสู่สังคมอย่างมั่นคงผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินโครงการฯ พบว่า สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและลดอัตราการกระทำผิดซ้ำได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยสถิติผู้กระทำผิดซ้ำภายในระยะเวลา 1 ปี ลดลงจากเกณฑ์ทั่วไปที่ร้อยละ 17 เหลือเพียง
ร้อยละ 4.02 ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลมาจากการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นเข็มทิศนำทางในการดำเนินชีวิตควบคู่ไปกับการต่อยอดทักษะสัมมาอาชีพด้วยวิถีกสิกรรมธรรมชาติ ซึ่งเน้นการพึ่งพาธรรมชาติ ลดการใช้สารเคมีและลดต้นทุนการผลิต โครงการนี้จึงไม่เพียงแต่ช่วยพลิกฟื้นชีวิตผู้ที่เคยก้าวพลาด แต่ยังเป็นการสร้าง “คนต้นแบบ”ที่สามารถเป็นแรงบันดาลใจและเป็นที่พึ่งพิงให้แก่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน




