กองปราบบุกจับคนขับรถคณะหมอลำชื่อดังขณะทำการแสดงหลังหนีคดีลักทรัพย์นายจ้างเกือบแสนบาท
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.สุเทพ โตอิ้ม รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป.,
พ.ต.ท.พงษ์พิทักษ์ เหล็กชูชาติ รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.รัฐมนตรี พันชูกลาง รอง ผกก.3 บก.ป.,
พ.ต.ท.ณัฐดนัย สีแข่ไตรรอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.ศิษฏ์ พูลวงศ์ รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.พัฒษพงศ์
เสณีแสนเสนา รอง ผกก.3 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ต.เอกสิทธิ์ อินทร์โท่โล่ สว.กก.3บก.ป., ร.ต.อ.วิทยา สุทธิปัญโญ
รอง สว.ฯ, ร.ต.ท.สุรศักดิ์ บุญเพ็ง รอง สว.ฯ, ร.ต.ท.มนตรี โสภัย รอง สว.ฯ ร.ต.ท.ชโชธรณ์ ทองนาค รอง สว.ฯ, ด.ต.ทรงวุฒิ ชูทรัพย์ทวีกุล, ด.ต.นมสิทธิ์ วาทโยธา, ด.ต.พิชิตณรงค์ คำยศ, ด.ต.มงคล ชินภาพ, จ.ส.ต.สรายุทธ พงษ์พุทรา, จ.ส.ต.ต้นตระกูล จันทร์สูรย์, ส.ต.ท.ไตรจักร หนูกระโทก ผบ.หมู่ฯ
ร่วมกันจับกุม นายมงคลฯ อายุ 34 ปี จับตามศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ 505/2568 ลง 24 พฤศจิกายน 2568 ฐานความผิด “ลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างหรือที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้างในเวลากลางคืนและยักยอก”
สถานที่จับกุม บริเวณริมถนนสาธารณะข้างวัดใน ต.ท่าม่วง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม 2568 ผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งขณะนั้นทำงานในตำแหน่งผู้จัดการร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ได้ก่อเหตุลักทรัพย์ภายในร้าน ทั้งเครื่องดื่มและเงินสด รวมจำนวน 3 ครั้ง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 80,000 บาท ก่อนหลบหนีไป
ต่อมานายจ้าง
ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหารายดังกล่าวในเวลาต่อมา
ภายหลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีไปแฝงตัวทำงานอยู่กับ
คณะหมอลำชื่อดัง โดยได้รับความไว้วางใจให้ปฏิบัติหน้าที่สำคัญหลายด้าน อาทิ เป็นพนักงานขับรถ รับ–ส่งศิลปิน ดูแลนักร้องและนักแสดงภายในคณะ รวมถึงทำหน้าที่พ่อครัวประกอบอาหารให้กับทีมงานและบุคคล
ในคณะ
กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่า คณะหมอลำดังกล่าวเดินทางมาทำการแสดงในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด จึงได้วางแผนเข้าติดตามจับกุมบริเวณหลังเวทีการแสดง ท่ามกลางบรรยากาศที่มีแฟนเพลงจำนวนมาก เมื่อพบตัวผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายจับและเข้าควบคุมตัวไว้ได้โดยสงบ
จากนั้น ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น นายมงคลฯ ยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ว่าก่อเหตุจริง และยอมรับว่าทำไปภาวะหนี้สิน เพราะใช้เงินเกินตัวหมุนเงินไม่ทัน
เตือนภัย ขอเตือนภัยผู้ประกอบการทุกท่าน ให้หมั่นตรวจสอบประวัติและพฤติกรรมของลูกจ้างอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่อาศัยช่องว่างจากความสัมพันธ์และความไว้วางใจระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างในการกระทำความผิด เช่นเดียวกับกรณีคดีนี้ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายทั้งต่อทรัพย์สินและความเชื่อมั่นในการทำงานร่วมกัน
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”











