วันศุกร์, มิถุนายน 19, 2026
ในประเทศ

รวบบัญชีม้ารับโอนเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เสียหายกว่า 2 ล้านบาท เจ้าตัวปฏิเสธไม่มีเอี่ยว แต่รับเคยกู้เงินผ่านแอปเถื่อน  

 

รวบบัญชีม้ารับโอนเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เสียหายกว่า 2 ล้านบาท

เจ้าตัวปฏิเสธไม่มีเอี่ยว แต่รับเคยกู้เงินผ่านแอปเถื่อน

 

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม รอง ผบก.ป., ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.สมเดช สาระบรรณ์, พ.ต.ท.พชรเดช บุญฤทธิ์, พ.ต.ท.กฤษฎา พลายละหาร, พ.ต.ท.รัฐวิรุฬห์ จันทสุบรรณ และ

พ.ต.ท.ปภินวิทย์ อุดมพร รอง ผกก.1 บก.ป.

 

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ฉัตรชัย เหมวิลัย สว.กก.1 บก.ป., ร.ต.อ.กฤชกร จิตรประเสริฐ

รอง สว.กก.1 บก.ป., ด.ต.เดชฤทธิ์ สงวนพรรค, จ.ส.ต.หัสนัย สาธรสุทธิ์, จ.ส.ต.ชณพ ยิ้มแก้ว, จ.ส.ต.ณัฐชนน คนชม และ จ.ส.ต.กิตติพงษ์ พ่วงแม่กลอง หมู่ กก.1 บก.ป.

เจ้าหน้าที่ร่วมจับกุม สภ.เมืองศรีสะเกษ พ.ต.ท.ศราวุฒิ คำน้อย รอง ผกก.สส.สภ.เมืองศรีสะเกษ, พ.ต.ท.ประดิษฐ์ อบอุ่น สว.สส.สภ.เมืองศรีสะเกษ, ร.ต.ท.ลิขิต จารุนัย รอง สว.(ป.)ฯ, ด.ต.พงษ์ศักดิ์ พวงแก้ว, ด.ต.ศรัณยพงศ์ ดาลัย, ด.ต.ปิยณัฐ โพธิ์ศรี, จ.ส.ต.วชิรวิชญ์ บุญตระการ และ ส.ต.ท.ธนดล โพธิวัฒน์

ผบ.หมู่.สส.สภ.เมืองศรีสะเกษ

 

ร่วมกันจับกุม น.ส.สุนีย์ฯ อายุ 33 ปี เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดศรีสะเกษ ที่ จ.261/2568 ลง 30 เม.ย.68 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงและเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินเดือนอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้เจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการ

ที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญา”

สถานที่จับกุม หน้าห้องพัก ต.เทพราช อ.บ้านโพธิ์ จว.ฉะเชิงเทรา

 

ก่อนหน้านี้ผู้เสียหายเป็นครูเกษียณ อายุ 69 ปี ได้รับโทรศัพท์จากบุคคลซึ่งแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีค้ามนุษย์และความผิดฐานฟอกเงิน ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าตนเป็น

ผู้ต้องสงสัยในคดีอาญาดังกล่าว จึงได้โอนเงินให้แก่บุคคลดังกล่าวหลายครั้งเพื่อทำการตรวจสอบ รวมเป็นเงินประมาณ300,000 บาท

 

ต่อมาผู้เสียหายทราบภายหลังว่าเป็นการกระทำของมิจฉาชีพ จึงได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด

 

พนักงานสอบสวนได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานและพบว่าบัญชีที่รับโอนเงินเป็นของ นางสาวสุนีย์ฯ ซึ่งเข้าข่ายเป็น “บัญชีม้า” ที่ใช้เพื่อการกระทำความผิด

จึงได้ขศาลออกหมายจับ

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่า น.ส.สุนีย์ฯ ได้หลบหนีมาพักอาศัยที่ จ.ฉะเชิงเทรา

จึงรายงานเบาะแสดังกล่าวให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้ชุดจับกุมลงพื้นที่สืบสวนติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับข้างต้น ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้เดินทางไปพิสูจน์ทราบข้อมูลตามที่ได้รับแจ้งมาจนทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีหมายจับมาพักอาศัยที่ จ.ฉะเชิงเทรา จริง

ดังนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์

 

จนกระทั่ง พบหญิงต้องสงสัยเปิดห้องพักออกมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตน และ สอบถามชื่อ – สกุล หญิงคนดังกล่าวแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าตนชื่อ

น.ส.สุนีย์ฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้แสดงหมายจับพร้อมตำหนิรูปพรรณให้ น.ส.สุนีย์ฯ ดูและอ่านให้ฟังว่าต้อง

ถูกจับ

 

พร้อมทั้งแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ โดย น.ส.สุนีย์ฯ ยอมรับว่าตนเป็นบุคคลตามหมายจับนี้จริงและไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับนี้มาก่อน หลังจากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนังสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

หลังจับกุมเจ้าหน้าที่ได้สอบถามถึงสาเหตุในการกระทำความผิดกับ น.ส.สุนีย์ฯ ผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่า

ตนติดตั้งแอปพลิเคชันเงินกู้ที่เป็นแอปฯเงินกู้ผิดกฎหมาย จากนั้นอัปโหลดเอกสารสำคัญส่วนตัว

เพื่อใช้ในการยื่นกู้เงิน เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หน้าบัญชีธนาคาร และมีการเก็บข้อมูลการสแกนใบหน้า หลังจากได้เงินกู้มาเป็นจำนวน 4,000 บาท และได้ชดใช้หนี้เสร็จแล้ว แอปพลิเคชันดังกล่าวก็หายไปแล้วพบอีกทีบัญชีของตนก็กลายเป็นบัญชีม้าดังกล่าว ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากบัญชีม้าของ น.ส.สุนีย์ฯ มูลค่า

ความเสียหายรวมประมาณ 2,000,000 บาท และ น.ส.สุนีย์ฯ ยังมีหมายจับที่ไม่ได้ดำเนินคดีอีก 3 หมาย

 

อีกทั้งยังมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่รอได้รับความเป็นธรรม

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

 

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางขอเตือนภัย ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนระวังภัยจากการกู้เงินผ่านช่องทางออนไลน์ หรือแอปพลิเคชันที่อ้างว่าสามารถปล่อยเงินกู้ได้ง่าย โดยไม่ตรวจสอบเอกสาร

 

เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะถูกคิดดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด หรือมีการทวงถามเงินเกินจริง ควรหลีกเลี่ยงการส่งสำเนาบัตรประชาชน ข้อมูลบัญชีธนาคาร หรือข้อมูลส่วนตัวให้บุคคลหรือแอพพลิเคชันที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะผู้ไม่ประสงค์ดีอาจจะนำข้อมูลส่วนตัวของท่านดังกล่าวไปทำธุรกรรม หรือกิจกรรมใด ที่ผิดกฎหมาย หากจำเป็นต้องทำธุรกรรม ควรตรวจสอบแหล่งที่มาของผู้ให้กู้ให้ชัดเจน และเลือกใช้บริการของสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตจากทางการเท่านั้น มิเช่นอาจนั้นอาจจะกลายเป็นบัญชีม้าโดยไม่รู้ตัว

“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน

ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด

ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”