วันเสาร์, มิถุนายน 13, 2026
Latest:
ในประเทศ

นครปฐม สาธุ ชื่นชมหลวงน้า วัย 51 ปีออกจากเรือนจำ ศึกษาธรรม 10 เดือน สอบได้ ปธ.7

นครปฐม สาธุ ชื่นชมหลวงน้า วัย 51 ปีออกจากเรือนจำ ศึกษาธรรม 10 เดือน สอบได้ ปธ.7 

ชาวพุทธ คณะสงฆ์ชื่นชม หลวงน้ากิตติธัช อายุ 51 ปี พระสังกัดวัดไผ่ล้อม จังหวัดนครปฐม พลิกชะตาจากผู้เคยหลงผิดกลับมาบวชอีกครั้งหลังรับโทษ โดยใช้เวลาศึกษาทางธรรมเพียง 1 ปี สามารถสอบเปรียญธรรม 7 ผ่านฉลุย เตรียมเดินหน้าเรียนรู้ไปถึง ป.ธ.9 เผยชีวิตดราม่าจากสูงสุดจบปริญญาโทมาถึงต้องโทษและกลับสู่เส้นทางธรรม จากหลวงพี่น้ำฝน ให้โอกาสอีกครั้ง 

เรื่องราวของพระกิตติธัช อธิฎฐาโน ป. ในวัย 51 ปี 1 พรรษา สังกัดวัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม ซึ่งได้รับคำชมจากทั้งญาติโยมและคณะสงฆ์ ถึงความสามารถตั้งใจในการศึกษาทางธรรมซึ่งใช้เวลาในการศึกษาด้านภาษาบาลีและหลักธรรมคำสั่งสอน ในเวลาเพียง 1 ปี ก็สามารถสอบผ่านในระดับเปรียญธรรม 7 ประโยค (ป.ธ.7) ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากพ้นการรับโทษครั้งที่เคยหลงผิดในการคดีรับซื้อของโจร 

พระกิตติธัช วัย 51 ปี เผยว่า เดิมทีเป็นเด็กบ้านๆในจังหวัดยโสธร ซึ่งก็ใช้ชีวิตตามประสาเด็กบ้านนอกคือเมื่อเรียนจบ ป.6 ก็ได้เข้ารับการบวชเณรเพื่อศึกษาทางธรรม เพราะที่บ้านมีความยากจนและได้เริ่มศึกษาทางธรรมจนกระทั่งสอบได้นักธรรมเอก ซึ่งหลวงพ่อเจ้าอาวาสก็ได้นำมาฝากให้เรียนต่อที่กรุงเทพ และได้ศึกษาทางธรรมเรื่อยมา จนสามารถสอบได้ เปรียญธรรม 6 ประโยค (ป.ธ.6) และกลับไปบวชเป๋นพระที่บ้านเกิดก่อนจะกลับมาที่กรุงเทพอีกครั้ง กระทั่งศึกษาจบในระดับปริญญาตรี ครุศาสตร์บัณฑิต ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย 
 
พระกิตติธัช วัย 51 ปี เล่าต่อว่า หลังจากศึกษาจนจบก็ได้ทำงานเป็นพระผู้สอนศาสนาให้กับนักเรียนควบคู่กันไป ก่อนจะมีคณะกลุ่มเพื่อนพระด้วยกันได้ชักชวนให้ไปศึกษาต่อปริญญาโท ที่ประเทศอินเดีย  ซึ่งตอนนั้นญาติโยมก็เห็นความตั้งใจจึงได้ช่วยกันลงขันส่งให้ไปศึกษาต่อจนจบการศึกษาปริญญาโท จากนั้นจึงได้ตัดสินใจลาสิกขาออกมาเพราะคิดว่า มีความรู้มากแล้วและอยากจะลองมาใช้ชีวิตแบบที่ฆราวาสใช้กันว่าจะเป็นอย่างไร ก่อนจะมาได้งานเป็นเจ้าหน้าที่แผนกวิเทศน์สัมพันธ์ สำนักงานประชาสัมพันธ์ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมกับเปิดสอนติวเตอร์ในวันหยุดไปด้วย

"ชีวิตที่กำลังรุ่งของอาตมาก็เริ่มผกผันเพราะทั้งงานและเงินที่เข้ามาทำให้ชีวิตมีความสะดวกสบายมาก อาตมาก็เริ่มทำธุรกิจเพิ่มเติมในการจัดอบรมต่างๆมาเสริมด้วย แต่การเปลี่ยนแปลงก็เริ่มเกิดขึ้น เพราะช่วงหนึ่งรัฐบาลเปิดให้มีการเรียนฟรี ทำให้โรงเรียนกวดวิชาที่เปิดสอน แฟนที่คบหากัน รวมถึงเพื่อนๆ ที่ร่วมกันทำงานประสบปัญหารายได้หายไปเยอะจนต้องปิดกิจการ ช่วงนั้นเองก็มีคนเข้ามาแนะนำให้ลองเล่าการพนันออนไลน์ ตรงนั้นอาตมาคิดว่าคือจุดหักเหของชีวิตครั้งใหญ่" พระกิตติธัช เล่าให้ฟัง

พระกิตติธัช เล่าต่อไปอีกว่า หลังจากเริ่มเข้าสู่การพนันออนไลน์ ก็ต้องใช้เงินมากขึ้นและมารู้จักกับคนที่อยู่ในวงการพนันจึงได้เริ่มมีคนเอาของมาขาย เอามาจำนำไว้ ซึ่งธุรกิจใหม่ตรงนั้นก็เกิดขึ้นมาอีก และตรงนั้นถือว่ามีรายได้ดีมากเพราะมีกลุ่มคนที่ร้อนเงินนำคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค มาจำนำหลายรายและเคยสงสัยว่าทำไมมีคนหามาจำนำให้เราได้เยอะแต่ก็ไม่ได้ถามไปเพราะรู้สึกว่ารายได้ดี จนวันหนึ่งก็ถูกจับกุมในข้อรับซื้อของโจร และเป็นที่มาของการถูกต้องโทษในข้อหารับของโจร 

พระกิตติธัช เล่าให้ฟังอีกว่า หลังจากได้อยู่ในพื้นที่จำกัด ก็มีโอกาสได้รับฟังการบรรยายธรรม ของหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม และได้พบกันบ่อยครั้งมากขึ้นและท่านได้บอกว่า อาตมามีความรู้ความสามารถแต่อายุก็มากแล้ว หากไม่มีงานหรือหากคิดจะกลับมาใช้ชีวิตในทางธรรม ที่วัดไผ่ล้อมก็ยินดีต้อนรับ ซึ่งเมื่อได้มีโอกาสจึงได้เข้ามาพบและได้หารือจนมั่นใจจึงได้ตัดสินใจกลับมาบวชที่วัดไผ่ล้อมเป็นการเริ่มต้นชีวิตในผ้าเหลืองอีกครั้ง 

" อาตมากลับมาบวชอีกครั้งที่วัดไผ่ล้อม เพราะได้รับคำแนะนำจากหลวงพี่น้ำฝน ซึ่งได้แจ้งท่านไว้ว่าอยากจะกลับมาเรียนอีกครั้งในทางธรรม ซึ่งท่านก็สนับสนุนจัดหาหนังสือมาให้อ่าน อาตมาใช้เวลา 10 เดือนในการเตรียมตัวอ่านหนังสือและทบทวนความรู้เดิม ซึ่งการสอบครั้งแรกก็สามารถสอบ เปรียญธรรม 7 ประโยคได้ ซึ่งเป้าหมายก็อยากจะศึกษาเพิ่มไปให้ถึง ป.ธ.9 ให้ได้และหลวงพี่น้ำฝนท่านก็พร้อมผลักดันตามความตั้งใจ ตรงนี้ถือเป็นบุญคุณที่ยิ่งใหญ่มาก" พระกิตติธัช กล่าวปิดท้าย 

พระกิตติธัช กล่าวสรุปว่า นับจากนี้จะเป็นการบวชศึกษาทางธรรมให้แน่วแน่และจะนำความรู้ความสามารถมาถ่ายทอดสู่คณะสงฆ์และญาติโยม เป็นการสืบสานพระพุทธศาสนาซึ่งหลวงพี่น้ำฝนท่านได้ให้แนวทางไว้กับเรื่องนี้เป็นหลัก เพราะช่วงชีวิตนี้อาตมามีแรวคิด คือ 3 สิ่งที่เสียไปแล้วจะไม่สามารถเอากลับมาได้ นั่นคือ มีครูดีแต่ไม่เรียน มีเพื่อนดีแต่ไม่คบ และมีโอกาสดีดีแล้วไม่คว้าเอาไว้  และขอให้ญาติโยมมีสติในการใช้ชีวิต มีความกตัญญูกับคนที่ช่วยเหลือเราไว้ ซึ่งการได้บวชที่นี่ แตกต่างจากสิ่งที่คนในโซเชียลโจมตีเอาไว้อย่างสิ้นเชิง หากใครมีโอกาสก็สามารถมาบวชที่วัดไผ่ล้อมได้เพราะมีโครงการบวชฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย อยู่ทุกเดือนด้วย 


ปนิทัศน์ มามีสุข   นส.ปณิดา มามีสุข จ.นครปฐม 092-5462794 
ปิดโหมดสีเทา