ปราจีนบุรี รายงานพิเศษ น้ำตานองปราจีนฯ ดร.สุภาภรณ์ ร่ำไห้เปิดใจ ครั้งหนึ่งในชีวิตเข้าเฝ้าฯ พระองค์ภาฯ เผยภาพจำสุดตื้นตัน ทรงนั่งกับพื้นขาลุยยอดเจ้าฟ้า แบกทุกข์ราษฎรหาทางแก้ “คนชนช้าง” สานต่อพระปณิธานจนวันตาย
ปราจีนบุรี รายงานพิเศษ น้ำตานองปราจีนฯ ดร.สุภาภรณ์ ร่ำไห้เปิดใจ ครั้งหนึ่งในชีวิตเข้าเฝ้าฯ พระองค์ภาฯ เผยภาพจำสุดตื้นตัน ทรงนั่งกับพื้นขาลุยยอดเจ้าฟ้า แบกทุกข์ราษฎรหาทางแก้ “คนชนช้าง” สานต่อพระปณิธานจนวันตาย
ปราจีนบุรีแทบแตก! รองผู้ว่าฯ นำทีมจัดพิธีใหญ่ ชวนคนไทยร่วมใจน้อมถวายน้ำสรงพระศพ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” 13 มิ.ย. นี้ ณ วัดสง่างาม
มานิตย์ สนับบุญ ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี หัวใจคนไทยทั้งชาติยังคงคิดถึงและเอ่อล้นไปด้วยความจงรักภักดี! ล่าสุด ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร หญิงแกร่งแห่งวงการสมุนไพร ประธานกรรมการบริหารฝ่ายพัฒนาภูมิปัญญาไทย และเลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในพระอุปถัมภ์ฯ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้า ถึงความปลาบปลื้มอันหาที่สุดมิได้ในชีวิต คราวที่เคยรับเสด็จและเข้าเฝ้าถวายรายงานอย่างใกล้ชิด แด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
ดร.สุภาภรณ์ ย้อนความทรงจำสุดเอ็กซ์คลูซีฟกลับไปเมื่อ วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2563 ครั้งที่พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์มายังจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อทรงงานใน “โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์” (พื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดในภาคตะวันออก) ซึ่งพระองค์ทรงนำคณะทำงานและผู้แทนชุมชนลุยพื้นที่ศึกษาดูงานเรื่องการบริหารจัดการน้ำชุมชน ณ ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมืองปราจีนบุรี และระบบการแพทย์แผนไทย ณ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
“ภาพที่ประทับใจลึกสุดใจและเป็นรอยจำอยู่จนถึงวันนี้ คือพระองค์ท่านทรงเป็นกันเองมาก ทรงนั่งกับพื้นเพื่อคุยงานกับทีมงาน ณ พื้นที่สปา ในขณะที่ดิฉันถวายรายงาน พระองค์ทรงตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ สายพระเนตรเต็มไปด้วยความห่วงใยราษฎร ทรงเป็นเจ้าฟ้าเด็ดเดี่ยว คล่องแคล่ว ว่องไว ชนิดที่ภาษาชาวบ้านต้องเรียกว่า ทรงเป็น ขาลุย ตัวจริง!” ดร.สุภาภรณ์ กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ
รายงานข่าวเจาะลึกพบว่า พระกรณียกิจของพระองค์ภาฯ ที่เชื่อมโยงกับโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรนั้น ทรงมุ่งเน้นการให้โอกาสทางสังคมควบคู่ภูมิปัญญาไทย โดยเฉพาะวิกฤตปัญหาระดับโลกอย่างความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าที่เข้ามาพังพืชผลชาวบ้าน พระองค์ทรงมีแนวคิดเด็ดเดี่ยว “ช้างอยู่ได้ คนอยู่ด้วย” ทรงสั่งการให้ค้นคว้าหาพืชแนวกันชน จนกลายเป็นที่มาของสูตรลับสมุนไพรที่ช้าง “ชอบ – ไม่ชอบ”
ดร.สุภาภรณ์ เผยถึงผลวิจัยสนองพระดำริว่า ช้างมีจมูกที่รับกลิ่นได้ดีกว่าสุนัขถึง 2 เท่า และเกลียดพืชมีหนาม ทางอภัยภูเบศรจึงเสนอพืชหนามและกลิ่นฉุน ได้แก่:
• พืชมีหนามตัวเด็ด: Agave (อากาเว่), Cactus (กระบองเพชร) และหนามระเวียง
• กลิ่นฉุนที่ช้างส่ายหัว: กลิ่นส้ม, มะนาว, มะกรูด รวมถึงพืชรสเผ็ดร้อนอย่าง พริก และพริกไทย
• พืชเศรษฐกิจทางรอดชาวบ้าน: “ไม้กฤษณา” ที่ช้างไม่ชอบกลิ่น แต่น้ำมันส่งออกได้ราคาดี และใบกฤษณายังมีสรรพคุณป้องกันสมองเสื่อม ช่วยสร้างรายได้ให้คนในป่ารอยต่อ 5 จังหวัดได้อย่างยั่งยืน!
นอกจากนี้ ดร.สุภาภรณ์ ยังเล่าถึงเบื้องหลังความตื้นตันที่เคยหลอมรวมหน่วยงานที่แยกกันทำ ทั้งป่าไม้ เกษตร ชุมชน ให้เป็นหนึ่งเดียวเพราะบารมีของพระองค์ รวมถึงการที่อภัยภูเบศรเคยปรุงสูตร “ยาทาน้ำกัดเท้า” (BP Oilment) ถวายแด่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือไปถึงมือผู้ประสบภัยในยามวิกฤตอีกด้วย
ไม่เพียงแต่เรื่องช้างป่า! ดร.สุภาภรณ์ ยังระลึกถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์เมื่อ วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ครั้งที่พระองค์ภาฯ เสด็จฯ มาทรงเปิด “ศูนย์ฝึกอบรมการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร” ซึ่งเป็นความร่วมมือกับ “โครงการกำลังใจ ในพระดำริฯ”
ในครั้งนั้น พระวิสัยทัศน์ของพระองค์ทำเอาบุคลากรทางการแพทย์น้ำตาซึม ทรงโปรดให้ฝึกอบรมอาชีพนวดแผนไทยและแปรรูปสมุนไพรให้แก่ ผู้ต้องขังหญิงที่ใกล้พ้นโทษ จากเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 12(มทบ.12) และเรือนจำจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อให้กลุ่มผู้ด้อยโอกาสมีอาชีพติดตัว ไม่กลับไปทำผิดซ้ำ ยืนหยัดในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี
รวมถึงคราวเสด็จฯ เยี่ยมชมทัศนียภาพอันงดงาม ณ ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ตึกโบราณสีเหลืองสดสไตล์บาโรค) ทรงสนพระทัยการผลักดันแพทย์แผนไทยสู่สากลอย่างจริงจัง จนกลายเป็นรากฐานระบบสาธารณสุขไทยในปัจจุบัน
ทางด้านความเคลื่อนไหวจากทางจังหวัด นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยแผนการจัดงานครั้งสำคัญว่า จังหวัดปราจีนบุรีได้รับมอบหมายให้จัดพิธีถวายน้ำสรงพระศพหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อเปิดโอกาสให้ข้าราชการและประชาชนได้ร่วมแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยรายละเอียดกำหนดการและข้อมูลการเข้าร่วมพิธีการสำคัญ มีดังต่อไปนี้
วัน-เวลา และสถานที่จัดงาน พิธีการสำคัญจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ไปจนถึงเวลา 16.00 น. ณ อาคารพิพิธภัณฑ์สีลวิสุทธโสภณอนุสรณ์ วัดสง่างาม ตำบลบางบริบูรณ์ อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี
กำหนดการสำคัญในพิธี
• เวลา 08.30 น. ข้าราชการ คณะผู้แทนหน่วยงาน และประชาชนผู้ร่วมงานเดินทางมาพร้อมกัน ณ สถานที่จัดพิธี
• เวลา 09.30 น. ประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระรูปฯ จากนั้นพระสงฆ์จำนวน 10 รูป ร่วมสดับปกรณ์ (บังสุกุล) ก่อนที่จะเริ่มพิธีถวายน้ำสรงพระศพหน้าพระฉายาลักษณ์ตามลำดับ
ข้อปฏิบัติและการแต่งกายเข้าร่วมงาน ทางจังหวัดปราจีนบุรีขอความร่วมมือจากผู้เข้าร่วมงานทุกคนในการแต่งกายเพื่อไว้อาลัยอย่างพร้อมเพรียง โดยข้าราชการให้แต่งกายด้วยชุดปฏิบัติราชการปกติขาวไว้ทุกข์ สำหรับประชาชนทั่วไปและผู้แทนชุมชน ให้แต่งกายด้วยชุดสุภาพไว้ทุกข์ (สีดำหรือสีสุภาพตามธรรมเนียม)
“แม้ช่วงเวลาที่ได้เข้าเฝ้าฯ จะเป็นเพียงเวลาไม่นาน แต่ความน่ารัก เข้มแข็ง จริงใจ และไม่ถือพระองค์ของพระองค์ภาฯ จะประทับอยู่ในใจของพวกเราชาวอภัยภูเบศรและคนไทยไปจนวันตาย ในนามของอภัยภูเบศร เราขอให้สัตย์ปฏิญาณว่าจะเดินหน้าสืบสานสิ่งดีงาม ทำหน้าที่เยียวยาประชาชน และสู้เพื่อผืนแผ่นดินไทยตามรอยพระบาทของพระองค์ตลอดไป” ดร.สุภาภรณ์ กล่าวทิ้งท้ายด้วยปณิธานอันแน่วแน่
### มานิตย์ สนับบุญ / ณัฐนันท์ – ภาพ / ปราจีนบุรี ###



