วันเสาร์, มิถุนายน 13, 2026
Latest:
ในประเทศ

ปทุมธานี สามีกับแม่สงสัยลูกสาวตายปริศนาที่มาเลเซียร้อง ปวีณาช่วยนำศพชันสูตรในไทย

ปทุมธานี สามีกับแม่สงสัยลูกสาวตายปริศนาที่มาเลเซียร้อง ปวีณาช่วยนำศพชันสูตรในไทย
 เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 พ.ค. 67 ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี รังสิต-นครนายก คลอง 7 ต.ลำผักกูดอ. ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นายศตวรรธ พลหาญ อายุ 25 ปี สามีผู้ตาย และนางสุวรรภา พรมจันเสน อายุ 49 ปี แม่ผู้ตายเดินทางจาก จ.นครพนม ร้องทุกข์ "นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ" สงสัยการเสียชีวิตของน.ส.อารีญา พลหาญ  อายุ 26 ปีภรรยา หลังเดินทางไปทำงานประเทศมาเลเซียกับเพื่อนแล้วเสียชีวิตเมื่อวันที่ 21 เม.ย.67 เพื่อนแจ้งเสียชีวิตจากการช็อกหัวใจล้มเหลวให้สามีเดินทางไปประเทศมาเลเซียเพื่อทำการเผา แต่สามีไม่มีเงินค่าส่งศพกลับและยังไม่ปักใจเชื่อการเสียชีวิต ขณะนี้ศพอยู่ที่โรงพยาบาลมะละกา ประเทศมาเลเซีย ต้องการนำศพกลับประเทศไทยเพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงจนกว่าจะได้รับความเป็นธรรมเนื่องจากการเสียชีวิตของภรรยามีพิรุธหลายอย่าง 
 นายศตวรรธ สามี กล่าวว่า ตนได้อยู่กินกับภรรยา น.ส.อารีญา อายุ 26 ปี มีลูกชายด้วยกัน 1 คนอายุ 5 ขวบ จดทะเบียนสมรสกันอยู่กินกันที่ จ.นครพนม ภรรยามีอาชีพทำอาหารส่งให้กับเด็กอนุบาลโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นครพนม กลางเดือน มี.ค.67 ภรรยาเห็นเพื่อนไปทำงานต่างประเทศจึงสนใจและอยากไปทำงานต่างประเทศบ้าง จึงมาบอกกับตนว่าจะเดินทางไปเรียนภาษาและพักอยู่กับเพื่อนที่ จ.ชลบุรี ระหว่างนั้นตนกับภรรยาได้มีการติดต่อพูดคุยกันตลอด และตนได้พูดคุยกับภรรยาครั้งสุดท้ายวันที่ 18 เม.ย.67 โดยภรรยาบอกว่ารองานอยู่ หลังจากนั้นไม่ได้คุยกัน เพราะเห็นว่าภรรยามีการโทรศัพท์คุยกับลูกชายอยู่ กระทั่งวันที่ 22 เม.ย.67 ตนทราบเรื่องจาก นางบูม (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นแม่ยาย โทรศัพท์มาบอกว่า ภรรยาตนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 21 เม.ย. 67 ที่ประเทศมาเลเซีย ตนตกใจมากว่าภรรยาไปเสียชีวิตที่ประเทศมาเลเซียได้อย่างไร เพราะที่ผ่านมา ตนคุยกับภรรยาทราบว่าอยู่ จ.ชลบุรี จึงได้ไปเปิดดูโทรศัพท์ของลูกชายพบว่า ภรรยาพูดคุยกับลูกชายวันที่ 19 เม.ย.67 ครั้งสุดท้าย ตนจึงได้ติดต่อไปสอบถามกับเพื่อนของภรรยาถึงสาเหตุการเสียชีวิตของภรรยา เพื่อก็บอกว่าภรรยาเสียชีวิตจากการช็อคหัวใจล้มเหลวและไม่ยอมให้ข้อมูลใด และเร่งรัดให้ตนเดินทางไปที่ประเทศมาเลเซียเพื่อทำการเผาศพภรรยาโดยเร็ว แต่ตนไม่ยอมให้เผาที่มาเลเซียขอให้ส่งศพมาชันสูตรการเสียชีวิตที่ประเทศไทย เนื่องจากการเสียชีวิตของภรรยามีพิรุธหลายอย่าง  
 ต่อมาวันที่ 24 เม.ย.67 ตนได้ติดต่อสอบถามกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม) เพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบว่า มีรายชื่อของภรรยาตนเดินทางไปที่ประเทศมาเลเซียหรือไม่ จากการตรวจสอบพบว่าภรรยาตนมีการเดินทางเข้าประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 31 มี.ค.67 ซึ่งที่ผ่านมาตนไม่เคยรู้เลยว่าภรรยาเดินทางไป ตนจึงติดต่อมาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ เพราะสงสัยการเสียชีวิตของภรรยา และต้องการนำศพกลับประเทศไทย 
 ด้านนางสุวรรภา พรมจันเสน แม่ยาย กล่าวว่า ปกติลูกสาวจะติดต่อมาหาแม่อยู่ตลอด กระทั่งวันที่ 22 เม.ย.67 ตนเห็นว่าลูกสาวไม่ได้ติดต่อมาเป็นเวลา 3 วันแล้ว จึงได้โทรศัพท์ไปหาลูกสาว แต่ปลายสายเป็นเพื่อนของลูกสาวรับสายและบอกว่า "ให้แม่ทำใจดีๆ" จากนั้นเพื่อนลูกก็ส่งโทรศัพท์ให้ผู้หญิงอีกคนพูดสาย ซึ่งแม่ก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร เขาบอกว่า ลูกสาวแม่เสียชีวิตแล้วตั้งแต่วันที่ 21 เม.ย.67 สาเหตุจากการช็อคหัวใจล้มเหลว ขณะนี้ศพอยู่ที่โรงพยาบาลมาละกา ประเทศมาเลเซีย แม่จึงขอให้ส่งที่อยู่และรูปภาพศพของลูกสาวมาให้ดู แต่เพื่อนลูกกับหญิงสาวคนดังกล่าวก็ไม่ยอมส่งให้ และเร่งรัดให้แม่กับสามีลูกสาวเดินรีบทางไปที่มาเลเซียเพื่อทำพิธีเผาศพที่นั่น  โดยเพื่อนลูกสาวเรียกผู้หญิงคนนั้นว่าแม่ บอกว่าจะให้สามีเดินทางไปมาเลเซียโดยจะออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับสามีและเสียค่าใช้จ่ายเผาศพของลูกสาวให้เผาที่ประเทศมาเลเซีย แต่แม่กับสามีของลูกยังไม่ยอมให้เผา เพราะการเสียชีวิตของลูกสาวมีพิรุธ ทำไมจึงจะรีบเผาศพไม่ยอมส่งรูปศพมาให้และมีเงื่อนงำ ครอบครัวไม่เคยรู้เลยว่าลูกสาวเดินทางไปที่มาเลเซีย จึงติดต่อมาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ ประสานกระทรวงการต่างประเทศส่งศพลูกสาวกลับประเทศไทย และขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ส่งศพลูกสาวชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง จนกว่าลูกสาวจะได้รับความเป็นธรรม
 หลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี กล่าว ขอแสดงความเสียใจ เป็นที่น่าเป็นห่วงระยะหลังนี้มีหญิงไทยเสียชีวิตในต่างประเทศต่อเนื่องหลายคน มูลนิธิปวีณาฯรับเรื่องหญิงไทยเสียชีวิตตั้งแต่ต้นปี 2567 เฉพาะประเทศมาเลเซีย 4 ราย ประเทศบาห์เรน 1 ราย (รอส่งศพกลับประเทศไทย) ที่มีลักษณะมีเงื่อนงำ มีพิรุธ จึงขอเตือนหญิงไทยที่จะไปต่างประเทศให้พิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อน อยากให้หญิงไทยที่อยู่ประเทศมาเลเซียช่วยกันดูแลคนไทยด้วยกันให้ได้รับความปลอดภัย  มูลนิธิปวีณาฯได้ประสานกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อนำส่งศพ น.ส.อารีญา อายุ 26 ปี ผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทย และนางปวีณา จะประสานสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ ส่งศพ น.ส.อารีญา ไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงในเร็วนี้  โดยจะติดตามเคสอย่างใกล้ชิดต่อไป
 "นางปวีณา" กล่าวว่า ค่าใช้จ่ายส่งศพประมาณ 30,000 บาท ขอประชาสัมพันธ์ คนไทยในมาเลเซียร่วมบริจาคเงินส่งศพกลับประเทศไทย สำหรับรถที่จะต้องรับส่งศพกลับภูมิลำเนาและฌาปนกิจ ทางมูลนิธิปวีณาฯจะช่วยค่าใช้จ่ายทั้งหมด  และมูลนิธิปวีณาฯส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ หาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง





ปิดโหมดสีเทา