นนทบุรี ต่อข่าว แม่บุกของคำชี้แจง ครูโรงเรียนดังพาลูกทำกิจกรรมของโรงเรียนบ่อย วันนึงได้เรียน2วิชาจนเกรดตก จนเครียดหนัก
นนทบุรี ต่อข่าว แม่บุกของคำชี้แจง ครูโรงเรียนดังพาลูกทำกิจกรรมของโรงเรียนบ่อย วันนึงได้เรียน2วิชาจนเกรดตก จนเครียดหนัก วันที่ 27 ก.พ.67 เวลา 15.00 น.ที่โรงเรียนกสิณธรเซนต์ปีเตอร์ ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จากกรณีที่ น.ส.ชุติกาญจน์ วงศ์ดอกไม้ อายุ 52 ปี เข้าร้องกับสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา เรื่องที่ลูกชาย อายุ 15 ปี ถูกโรงเรียนพาไปถ่ายรูปและคลิปวิดีโอเป็นพรีเซนเตอร์และได้นำภาพไปติดในป้ายรับสมัครเรียนตามที่ต่างๆ หลายแห่ง โดยที่แม่ไม่ทราบเรื่อง ซึ่งแม่มีความกังวลใจในเรื่องของความปลอดภัย และถูกนำตัวไปทำกิจกรรมต่างๆของโรงเรียนซึ่งเด็กไม่กล้าปฎิเสธครูเพราะกลัวว่าครูจะปฎิบัติกับตนไม่เหมือนเดิม จนผลการเรียนตก กระทั่งตัวเด็กมีความอึดอัดใจและเครียดไม่อยากไปโรงเรียนและอัดคลิปเสียงระบายความในใจ ล่าสุดวันนี้เวลา 15.00 น. น.ส.ชุติกาญจน์ เดินทางมาที่โรงเรียน เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงกับครูผู้ที่พาไปทำกิจกรรมต่างๆของโรงเรียน น.ส.ชุติกาญจน์ กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาที่โรงเรียนเพราะอยากได้รับคำชี้แจงจากทางผู้บริหารของโรงเรียน แต่ก็เหมือนเดิมเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนให้เราทิ้งเบอร์เอาไว้แล้วจะติดต่อกลับมา ครั้งนี้เข้ามาเป็นครั้งที่4แล้ว แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือหรือคำชี้แจงใดๆจากโรงเรียน ซึ่งจริงๆแล้วแม่ก็ไม่ได้อยากเอาเรื่องอะไร ตอนนี้น้องก็ไม่สบายใจ ตัวแม่เองก็ไม่สบายใจยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงสอบของน้องด้วย เราก็ติดใจว่าทำไมทางโรงเรียนไม่ติดต่อหาเราบ้าง พอเราเข้ามาหาก็ได้รับคำตอบว่าไม่มีใครอยู่ ไม่มีผู้บริหารคนไหนที่จะให้รายละเอียดเราได้เลย เคยทำหนังสือขอเข้าพบ ผอ.ก็ไม่มีการติดต่อกลับ ในส่วนของน้องเองวันนี้น้องมาสอบวันที่ 2 ก็มีอาการเครียดอยู่ ซึ่งที่ผ่านมาพอน้องเห็นข่าวก็ยิ่งเครียดเพราะกลัวว่าครูจะปฎิบัติกับน้องไม่เหมือนเดิม ตอนนี้แม่ยังติดใจในเรื่องของนโยบายของโรงเรียนการที่เบียดบังเวลาของเด็กเพื่อไปทำพีอาร์ให้กับโรงเรียนมันคือนโยบายอะไรของโรงเรียน ซึ่งมันเป็นการทำให้เด็กเสียหายทั้งทางด้านการเรียน ทางด้านจิตใจ และอีกหลายๆอย่างที่น้องเก็บกด และเรื่องของเอกสารตอนเข้าเรียนที่จะต้องเซนเกี่ยวกับPDPA แม่ไม่แน่ใจว่าเซนปฏิเสธไปหรือเซนยอมรับไป เพราะตอนนั้นเหมือนเป็นการมัดมือชกหากไม่ยอมเซนน้องก็จะไม่สามารถเข้าเรียนได้และทางโรงเรียนได้แจ้งลักษณะของPDPA กับว่าการถ่ายกิจกรรมในโรงเรียนและมีการเอาไปลงในเพจของทางโรงเรียนก็อาจจะมีรูปของน้องติดไปบ้างเราก็จะไม่เอาเรื่องเอาความ แต่ต้องไม่เจตนาที่เอาน้องไปโฆษณาแบบนี้ ส่วนเรื่องพาน้องไปทำกิจกรรมนอกโรงเรียนตรงนี้ทางโรงเรียนก็มีเอกสารให้แม่รับทราบ และเป็นการทำกิจกรรมนอกเวลาเรียนอย่างวันเสาร์อาทิตย์แม่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร แต่ที่ติดใจคือมาเอาตัวน้องไปทำกิจกรรมขณะที่น้องเรียนอยู่ในห้อง ทำไมครูถึงมาเบียดบังเวลาเรียนของน้องเพื่อเอาออกไปทำกิจกรรมต่างๆ ที่ผ่านมาแม่ไม่ได้มีเจตนาที่จะฟ้องร้องอะไรกับทางโรงเรียนเลยแต่เนื่องจากทางผู้บริหารไม่ยอมออกมาชี้แจงหรืออธิบายอะไรเลย หลังจากนี้ก็คงจะให้ทนายความดำเนินการทางกฏหมายในเรื่องของ พรบ.คุ้มครองเด็กอย่างถึงที่สุด ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ขอติดต่อประสานไปยังทางโรงเรียนเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงถึงเรื่องดังกล่าว แต่ทางผอ.โรงเรียนติดประชุมและไม่สะดวกให้ข้อมูลในส่วนนี้.




