รองผู้ว่าฯ ยะลา เปิดอบรม Upskills & Reskills 4 วันเต็ม ผนึก มธ.-สถาบันสิ่งทอ-มนร. ปั้นนักออกแบบชุมชน 3 สาขา ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ตลาดสากล
รองผู้ว่าฯ ยะลา เปิดอบรม Upskills & Reskills 4 วันเต็ม ผนึก มธ.-สถาบันสิ่งทอ-มนร. ปั้นนักออกแบบชุมชน 3 สาขา ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ตลาดสากล
ยะลา – รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ Upskills & Reskills บุคลากรในอุตสาหกรรมการออกแบบ ระหว่างวันที่ 16–19 ตุลาคม 2569 มุ่งพัฒนาศักยภาพนักสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่ ครอบคลุม 3 สาขาหลัก ได้แก่ เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ และหัตถอุตสาหกรรม ผนึกกำลังหน่วยงานด้านวิชาการและการออกแบบ ดึงนักออกแบบต้นแบบถ่ายทอดประสบการณ์ หวังต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย สร้างมูลค่าเพิ่ม และขยายตลาดสู่ระดับสากล
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ณ หอประชุมเทศบาลนครยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา สำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ และมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ (มนร.) จัดพิธีเปิดโครงการ “อบรมเชิงปฏิบัติการ Upskills & Reskills บุคลากรในอุตสาหกรรมการออกแบบ” จังหวัดยะลา โดยมี นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธี ท่ามกลางนักสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก
โครงการดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16–19 ตุลาคม 2569 โดยได้รับความร่วมมือทางวิชาการและการขับเคลื่อนหลักจากมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มี รองศาสตราจารย์ ดร.วสันต์ พลาศัย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มนร. เป็นหัวหน้าโครงการ การฝึกอบรมตลอด 4 วันกระจายกิจกรรมไปยัง 3 สถานที่สำคัญในจังหวัดยะลา ได้แก่ หอประชุมเทศบาลนครยะลา โรงแรมยะลารามา และมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตยะลา เพื่อรองรับการเรียนรู้และการฝึกปฏิบัติอย่างเต็มรูปแบบ
สำหรับหลักสูตรการอบรมมุ่งเน้นด้าน Design & Inspiration ผ่านกระบวนการเรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริง (Hands-on Workshop) ใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่
1. สาขาเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย มุ่งพัฒนาแนวคิดการออกแบบ ลวดลาย และผลิตภัณฑ์ให้มีความร่วมสมัย สะท้อนอัตลักษณ์ของท้องถิ่น และสอดคล้องกับความต้องการของตลาด
2. สาขาเครื่องประดับ ส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานที่มีเอกลักษณ์ เพิ่มความประณีตและคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์ พร้อมพัฒนาต่อยอดสู่สินค้าเชิงพาณิชย์
3. สาขาหัตถอุตสาหกรรม สนับสนุนการนำภูมิปัญญา วัสดุ และทักษะฝีมือในชุมชนมาประยุกต์ใช้กับงานออกแบบสมัยใหม่ เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นและสามารถแข่งขันในตลาดได้
ผู้เข้ารับการอบรมจะได้ฝึกฝนตั้งแต่การวิเคราะห์และพัฒนาแนวคิดสร้างสรรค์ การสร้างชิ้นงานต้นแบบ การศึกษาความต้องการของตลาด การวางแผนสร้างแบรนด์สินค้า ไปจนถึงการนำอัตลักษณ์และภูมิปัญญาดั้งเดิมมาผสมผสานกับการออกแบบร่วมสมัย เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถต่อยอดธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม
ภายในงานยังมีเวทีเสวนาพิเศษ Guest Speaker Talk ในหัวข้อ “เปลี่ยนภูมิปัญญาท้องถิ่น…สู่สินค้าที่สร้างมูลค่า” โดยได้รับเกียรติจากนักออกแบบและผู้ประกอบการต้นแบบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ได้แก่ คุณเอ็มโซเฟียน เบญจเมธา จาก Benjametha Ceramic คุณจู ฮุสนีย์ สาแม และคุณยุทธพล ศิริวัฒนพานิชกุล มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ แนวคิดการสร้างสรรค์ผลงาน และเทคนิคการเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น
เวทีดังกล่าวมุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมเห็นโอกาสในการนำทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และทรัพยากรในชุมชนมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่าง สามารถสร้างเรื่องราวให้กับแบรนด์ และตอบโจทย์ผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ด้าน นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า จังหวัดยะลาให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการยกระดับมูลค่าสินค้าชุมชน โดยนำอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และความคิดสร้างสรรค์มาผสานเข้ากับการออกแบบสมัยใหม่ เพื่อเปลี่ยนสินค้าพื้นถิ่นให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีเอกลักษณ์ และสามารถจำหน่ายได้ในราคาที่สูงขึ้น
จังหวัดยะลาขับเคลื่อนการพัฒนาสินค้าชุมชนอย่างครบวงจร ตั้งแต่ ต้นน้ำ ด้วยการพัฒนาลวดลายผ้าและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ กลางน้ำ ด้วยการควบคุมกระบวนการผลิตให้มีคุณภาพ ประณีต และสวยงาม ตลอดจน ปลายน้ำ ด้วยการพัฒนาบรรจุภัณฑ์และขยายช่องทางการตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังพบกระแสความตื่นตัวในการสวมใส่ผ้าไทยและผ้าท้องถิ่นในชีวิตประจำวัน ซึ่งสะท้อนถึงความภาคภูมิใจในรากเหง้าและวัฒนธรรมของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการนำการออกแบบมาช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์จะเป็นอีกแนวทางสำคัญในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่
ทางด้าน ผศ.ดร.นพพร เรืองวานิช ผู้จัดการโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ Upskills & Reskills บุคลากรในอุตสาหกรรมการออกแบบ กล่าวว่า โครงการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีเป้าหมายพัฒนาบุคลากรด้านความคิดสร้างสรรค์รวม 1,600 คน โดยได้ดำเนินกิจกรรมในจังหวัดปัตตานีและนราธิวาสมาแล้ว ก่อนเดินทางมาจัดกิจกรรมที่จังหวัดยะลาเป็นพื้นที่สุดท้ายของโครงการในครั้งนี้
การอบรมครอบคลุม 3 สาขาหลัก ได้แก่ เสื้อผ้าและแฟชั่น เครื่องประดับ และหัตถอุตสาหกรรม โดยมุ่งให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำอัตลักษณ์และจุดเด่นของท้องถิ่นมาพัฒนาร่วมกับแนวโน้มการออกแบบและความต้องการของตลาดสากล เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมีโอกาสเติบโตทางธุรกิจ
ทั้งนี้ ผลงานจากการอบรมที่ผ่านมา เมื่อนำไปจัดแสดงในนิทรรศการ Showcase ณ หอศิลป์กรุงเทพฯ ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมและมียอดสั่งจองสินค้าเป็นจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของผลิตภัณฑ์จากพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีความโดดเด่นด้านความแปลกใหม่ ความประณีต และลวดลายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ขณะที่ รองศาสตราจารย์ ดร.วสันต์ พลาศัย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ในฐานะหัวหน้าโครงการ กล่าวว่า ผลสะท้อนจากการดำเนินโครงการพบว่า ประชาชน ผู้ประกอบการ และกลุ่มเปราะบาง มีความเชื่อมั่นและกล้าที่จะปรับเปลี่ยนแนวคิดในการพัฒนางานออกแบบให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น โดยสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์ของตนเองได้

โครงการยังเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างตรงกลุ่มเป้าหมาย พร้อมสนับสนุนการนำองค์ความรู้ด้านการออกแบบไปใช้สร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้าและบริการในชุมชน ซึ่งจะช่วยกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการในพื้นที่
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์และภาคีเครือข่ายยังเตรียมผลักดันการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องในปีถัดไป เพื่อส่งเสริม Soft Power ของพื้นที่ชายแดนภาคใต้ และสร้างระบบนิเวศด้านการออกแบบที่เชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับตลาดสมัยใหม่อย่างยั่งยืน
การจัดโครงการ Upskills & Reskills ในจังหวัดยะลาครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาทักษะบุคลากรในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เปิดพื้นที่ให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นได้ต่อยอดสู่ผลงานออกแบบที่มีมูลค่า พร้อมเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
