ทนายอั๋น” แจ้งกองปราบฯ ตามจับมือมืดแอบซุก GPS ในรถยนตร์ส่วนตัว หลังพบกล่องดำ 2 ตัวตามคุกคามชีวิต ลั่นรู้เบอร์ซิมคนร้ายแล้ว
“ทนายอั๋น” แจ้งกองปราบฯ ตามจับมือมืดแอบซุก GPS ในรถยนตร์ส่วนตัว หลังพบกล่องดำ 2 ตัวตามคุกคามชีวิต ลั่นรู้เบอร์ซิมคนร้ายแล้ว
วันนี้ ( 16 ต.ค. 69) ที่กองบังคับการปราบปราม นายภัทรพงศ์ ศักักษร หรือ ทนายอั๋น เดินทางเข้าแจ้งความ
หลังตรวจพบว่ามีบุคคลปริศนา แอบนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สีดำต้องสงสัย ซึ่งคาดว่าเป็น เครื่องติดตามตัว (GPS Tracker) จำนวน 2 เครื่อง แอบซุกซ่อนไว้ภายในรถยนต์ส่วนตัว
ทนายอั๋น กล่าวว่า วันนี้ตนรู้สึกว่าชีวิตไม่เหมือนเดิมนับตั้งแต่ไปเยือนจังหวัดอำนาจเจริญ เมื่อวันจันทร์ที่ 12 ต.ค. ที่ผ่านมา และ ตลอดทั้งอาทิตย์นี้ ตนรู้สึกว่าเดินทางเข้าสู่ใกล้ความตาย รู้สึกว่าชีวิตไม่เหมือนเดิม เมื่อวันจันทร์ตนถูกโห่ไล่ และปรากฏ มีนักการเมืองคนดัง ไปอยู่ในกับสถานที่ใกล้กับมือบที่มาไล่ตน และเขาก็ออกมาพูดเองว่าต้องการมาดูหน้าตน หลังจากนั้นตนเดินทางกลับมาปรากฏว่ามีคนถ่ายรูปหน้าบ้านเป็นคลิปวิดีโอแต่แคปเอาภาพนิ่งไปโพสต์ลงในเพจ “ฮักนะอำนาจเจริญ” พร้อมกับ มีการโพสต์แบบเรียลไทม์ว่าตนมาถึงบ้านประมาณเกือบ 21:00 น.
หลังจากนั้นเช้าอีกวันตนเอาเรื่องนี้ไปแจ้งความดำเนินคดี ที่ตำรวจภูธรภาค 3 และมีการนำภาพของตนเอง มาโพสต์อีกครั้ง ตนจึงเห็นว่าน่าจะเป็นบุคคลที่อยู่ซ้ายมือของตนที่คิดว่าเป็นตำรวจหรือ กอ.รมน. หรือเจ้าหน้าที่มาเก็บข้อมูลว่าตนเข้าในพื้นที่ ไม่คิดว่าจะมีอะไร แต่เมื่อมาดูมุมกล้องจึงรู้ว่าใช่
จากนั้นมีการลงภาพรถของตน ซึ่งเป็นการถ่ายส่งให้กับคนที่อำนาจเจริญเพื่อโพสต์ลงกลุ่ม ฮักนะอำนาจเจริญ และก่อนเข้านอนก็มีการราตรีสวัสดิ์ตนด้วยภาพรถของตน ระบุว่า ขับรถเดินทางปลอดภัยนะทนายสายอินฟลูฯ
และในวันเดียวกันตนเดินทางไปที่สำนักงานของตำรวจภูธรภาค 3 โดยระบุว่าตนไม่ปลอดภัยขอให้เปิดกล้องวงจรปิดให้ดู แต่ เจ้าหน้าที่แจ้งว่า ให้ตนมาในวันพรุ่งนี้เนื่องจากวันนี้เจ้าหน้าที่ไม่อยู่ กระทั่งตนเดินทางไปที่อู่ซ่อมรถแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เนื่องจากกังวลว่าจะโดนติดเครื่องติดตามตัว
ปรากฏว่า เมื่อตรวจสอบรถยนตร์นั่งส่วนตัวก็พบ กล่องปริศนา 2 กล่อง มีซิมการ์ด ใช้งานได้ 1 กล่อง ส่วนอีกกล่องน่าจะจมน้ำเสียหาย และเมื่อตนขับรถออกจากศูนย์ซ่อมก็มีรถคันหนึ่งขับตามมาเป็น Vios สีบรอนซ์ทอง
ทนายอั๋น กล่าวต่อว่า ตนได้ถอดซิมการ์ดจากกล่องมาใส่ในโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะโทรเข้าเครื่องของตน จนทราบว่าซิมการ์ดดังกล่าวใช้เบอร์ขึ้นต้นด้วย 094 โดยกล่องปริศนาดังกล่าวนี้จะทำงาน 2 ระบบคือส่งพิกัดไปยัง application ของเจ้าของเบอร์โทรแบบ real time และละเอียด นอกจากจะรู้พิกัด GPS แล้ว ยังสามารถดักฟังโทรศัพท์ได้ ซึ่งตนก็สามารถเช็กได้ว่าใครที่โทรเข้ามาที่ซิมการ์ดดังกล่าว
โดยเชื่อว่าสัญญาณที่ส่งออกไปนั้นน่าจะส่งไปที่คนที่ติดตามตน แต่อยากรู้ว่าคนจากอำนาจเจริญโทรมาด้วยหรือไม่
ทนายอั๋น ย้ำว่า วันนี้ตนหวังว่ากองปราบจะอำนวยความยุติธรรมให้ตนได้ โดยวางกรอบเวลาให้ 3 วัน นับจากวันนี้ที่ตนแจ้งความเอาผิดกับเจ้าของเบอร์
ซึ่งตนอยากรู้ว่าเจ้าของเบอร์คือใคร และเบอร์นี้โทรเข้าโทรออกอย่างไร เพราะไม่ใช่เบอร์ปกติที่ไม่มีใครโทรเข้า คาดว่ามีคนโทรเข้า 2-3 คนอยู่แล้ว พร้อมระบุว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ คือใบเสร็จสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าหลักฐานที่ตนเองทำอยู่ มีอยู่ คดีสำคัญไม่ว่าจะเป็นเขากระโดง โกงสอบ ฮั้ว สว. ที่ทำอยู่มันถึงจุดที่ไอ้หอกหักกลัวที่สุดแล้ว ถึงขั้นจะหมายปองเอาชีวิตผมแบบนี้
ทนายอั๋น กล่าวอีกว่า ในวันจันทร์ที่ 19 ต.ค. นี้ จะเดินทางไปยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และวันอังคารที่ 20 ต.ค. จะไปที่ กกต. หรือกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้มีการตรวจสอบเส้นทางการเงินของ สส.ไอเดียร์ สามี และครอบครัว ว่ามีการโอนเงิน ให้พรรคภูมิใจไทยหรือไม่ จากนั้นตนจะไปพบอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยในช่วงเย็นวันเดียวกัน
ผู้สื่อข่าวถามทิ้งท้ายว่า หากทนายอั๋นหายไปใครจะได้ประโยชน์จากเรื่องนี้มากที่สุด

ทนายอั๋นกล่าวว่า หากตนหายไป ก็จะหายไปกับความเงียบของ 3 คดีสำคัญ เขากระโดง ซึ่งหากไม่มีตนคนในประเทศนี้ก็ไม่มีใคร ส่วนคนดีโกงสอบท้องถิ่น ก็ต้องรอดูว่าพรรคฝ่ายค้านจะจี้แค่ไหน สำหรับคดีฮั้ว สว. ก็ไปตามสภาพ สมมติว่าในสมการที่ไม่มีตนมารบกวนให้สื่อมวลชนมาทำข่าวให้ จะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศนี้ ใครจะได้ประโยชน์ อยากให้ช่วยกันคิด
/////
