นายก อบต. ผกก.สภ.พานทอง ฝ่ายปกครอง อุตสาหกรรม สนธิกำลัง บุกตรวจโกดังลึกลับหนองหงษ์ พบขยะอิเล็กทรอนิกส์-แบตเตอรี่กองเพียบ อายัด 5 จุด พบรถบรรทุก 2 คัน เตรียมขนไป อ.บ้านบึง อึ้งพบหนังสือยกเลิกสัญญเช่าแบบฟ้าผ่า วันที่ 11 ก่อนเข้าตรวจ1 วัน
นายก อบต. ผกก.สภ.พานทอง ฝ่ายปกครอง อุตสาหกรรม สนธิกำลัง บุกตรวจโกดังลึกลับหนองหงษ์ พบขยะอิเล็กทรอนิกส์-แบตเตอรี่กองเพียบ อายัด 5 จุด พบรถบรรทุก 2 คัน เตรียมขนไป อ.บ้านบึง อึ้งพบหนังสือยกเลิกสัญญเช่าแบบฟ้าผ่า วันที่ 11 ก่อนเข้าตรวจ1 วัน
นายพิษณุ ขันทกาญจน์ เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย นายสุรพงษ์ ญัตติณรงค์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหงษ์ พ.ต.อ.ชัยรัชช์กิตติ์ ชัยปฏิวัติ ผกก.สภ.พานทอง นายอดิศร ช่อไม้ ปลัดอำเภอพานทอง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง สนธิกำลังเข้าตรวจสอบโกดังไม่มีชื่อแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 6 ต.หนองหงษ์ อ.พานทอง จ.ชลบุรี หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน และพบว่ามีรถบรรทุกจำนวน 2 คันเข้ามาเตรียมขนสิ่งของออกจากโกดัง
ขณะเข้าตรวจสอบมีนายเอก (นามสมมุติ) อ้างเป็นทนายความ ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากผู้เช่าโกดัง เป็นผู้พาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายใน จากการตรวจสอบพบชิ้นส่วนโลหะที่ผ่านการคัดแยก แบตเตอรี่เก่า ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนแผงวงจร จอและชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือ รวมถึงวัสดุที่เข้าข่ายเป็นขยะอันตราย บรรจุอยู่ภายในถุงบิ๊กแบ็กจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงนำเชือกมากั้นพื้นที่รวม 5 จุด เพื่ออายัดสิ่งของทั้งหมดไว้ตรวจสอบ พร้อมให้รถบรรทุกที่กำลังเตรียมขนสิ่งของออกจากโกดังนำของลงจากรถเพื่อรอการตรวจสอบเช่นกันและแสดงเอกสารยกเลิกสัญญาเช่าแบบฟ้าผ่า เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ที่ผ่านมาหลังเจ้าของทราบว่าจะมีการเข้าตรวจค้นของเจ้าหน้าที่
จากการสอบถามนายพิษณุ ขันทกาญจน์ เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบภายในโกดัง พบทั้งชิ้นส่วนโลหะที่ผ่านการคัดแยก แบตเตอรี่เก่า ชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือ และขยะอิเล็กทรอนิกส์ บรรจุในถุงบิ๊กแบ็กจำนวนหลายถุง เจ้าหน้าที่จึงอายัดสิ่งของไว้ พร้อมเก็บตัวอย่างส่งตรวจสอบเพิ่มเติม เนื่องจากเบื้องต้นไม่พบเอกสารเกี่ยวกับการครอบครองวัตถุอันตราย จึงจำเป็นต้องตรวจสอบรายละเอียดและประเภทของวัสดุทั้งหมดอย่างละเอียดอีกครั้ง
ด้านนายสุรพงษ์ ญัตติณรงค์ นายก อบต.หนองหงษ์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้รับแจ้งจากประชาชนว่าโกดังดังกล่าวปิดอยู่และไม่ทราบว่าภายในดำเนินกิจการอะไร กระทั่งพบรถบรรทุก 2 คันเข้ามาเตรียมขนสิ่งของออกจากโกดัง จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมตรวจสอบ
เมื่อเข้าตรวจสอบพบวัสดุที่เข้าข่ายขยะอันตรายหลายรายการ ทั้งแบตเตอรี่เก่า ชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก จึงต้องอายัดไว้ตรวจสอบ โดยนายสุรพงษ์ระบุด้วยว่า สถานที่แห่งนี้เคยมีการขออนุญาตเมื่อปี 2567 และเคยเกิดเหตุเพลิงไหม้ หลังจากนั้นไม่พบว่ามีการขออนุญาตเพิ่มเติม จนกระทั่งวันนี้พบรถบรรทุกเข้ามาขนของ จึงเข้าตรวจสอบ
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเอกสารว่าจ้างขนส่ง เบื้องต้นพบว่ามีการระบุปลายทางให้นำสิ่งของไปส่งในพื้นที่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี แต่ยังไม่ทราบจุดหมายที่แน่ชัดว่าอยู่บริเวณใด เจ้าหน้าที่จึงอยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการขนส่งและผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
ด้านนายเอก (นามสมมุติ) คนขับรถบรรทุกรับจ้าง เปิดเผยว่า ตนได้รับงานผ่านกลุ่มไลน์ของรถรับจ้าง ซึ่งจะมีการประกาศหารถเพื่อรับงานขนส่ง โดยครั้งนี้เป็นงานขนถุงบิ๊กแบ็กจากพื้นที่ อ.พานทอง ในราคา 3,500 บาท ตนจึงรับงานไว้ โดยไม่ทราบว่าสิ่งของภายในถุงคืออะไร และไม่ทราบรายละเอียดของจุดหมายปลายทางอย่างชัดเจน
คนขับรถบรรทุกระบุอีกว่า เมื่อมาเจอเหตุการณ์ดังกล่าวก็ไม่ต้องการรับงานต่อ พร้อมฝากเตือนผู้ประกอบอาชีพรถรับจ้างว่า ก่อนรับงานควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าสินค้าที่ว่าจ้างให้ขนส่งคืออะไร มีเอกสารประกอบถูกต้องหรือไม่ และมีความเสี่ยงเป็นวัตถุอันตรายหรือสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่ เพราะหากขับรถออกจากต้นทางแล้วถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบ อาจทำให้คนขับได้รับความเดือดร้อนหรือถูกดำเนินการตามกฎหมายได้
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้อายัดสิ่งของภายในโกดังและวัสดุที่เตรียมขนขึ้นรถไว้ตรวจสอบ พร้อมเก็บตัวอย่างส่งตรวจ เพื่อจำแนกประเภทและตรวจสอบว่าเข้าข่ายวัตถุอันตรายหรืออยู่ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ รวมทั้งเร่งตรวจสอบเอกสารการครอบครอง การขนส่ง ต้นทางและปลายทางในพื้นที่ อ.บ้านบึง ก่อนพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

วิศาล แสงเจริญ
(ปู) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดชลบุรี
