ผบก.ภ.จว.ยะลา สั่งคุมเข้ม 8 อำเภอ หลัง จยย.บอมบ์ จนท.ตำรวจ สภ.มายอ คาดเป็นการตอบโต้เหตุปะทะ วิสามัญ 2 ศพ ที่ นราธิวาส
ผบก.ภ.จว.ยะลา สั่งคุมเข้ม 8 อำเภอ หลัง จยย.บอมบ์ จนท.ตำรวจ สภ.มายอ คาดเป็นการตอบโต้เหตุปะทะ วิสามัญ 2 ศพ ที่ นราธิวาส
ยะลา – วันที่ 12 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.กองอรรถ สุวรรณขำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ 8 อำเภอของจังหวัดยะลา เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและเฝ้าระวังเหตุความไม่สงบ พร้อมติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงอย่างใกล้ชิด หลังเกิดเหตุความรุนแรงต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 12.30 น. หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจผสม ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าพิสูจน์ทราบเป้าหมายกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ป่าภูเขาเทือกเขาตะเว บริเวณรอยต่อ ต.บองอ อ.ระแงะ กับ ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ก่อนเกิดการปะทะ ส่งผลให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 2 ราย ภายหลังเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ตรวจยึดอาวุธปืนยาว 2 กระบอก ได้แก่ ปืน M16 จำนวน 1 กระบอก และ AK-104 จำนวน 1 กระบอก พร้อมระเบิดแสวงเครื่องชนิดขว้าง 2 ลูก รวมถึงอุปกรณ์ดำรงชีพและสิ่งของอื่น ๆ ที่พบในพื้นที่เกิดเหตุ
ต่อมาเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 19.46 น. เกิดเหตุคนร้ายนำรถจักรยานยนต์ประกอบระเบิด หรือ “จยย.บอมบ์” ไปจอดไว้ริมถนนสาย 42 ปัตตานี–นราธิวาส บริเวณตรงข้ามป้อมตำรวจจันทรักษ์ ต.ลางา อ.มายอ จ.ปัตตานี ก่อนจุดชนวนระเบิดขณะรถยนต์หุ้มเกราะของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มายอ ขับผ่าน แรงระเบิดส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 4 นาย อาการปลอดภัย ขณะที่รถยนต์หุ้มเกราะได้รับความเสียหาย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงคาดว่า เหตุ จยย.บอมบ์ ดังกล่าว เป็นการตอบโต้ภายหลังเกิดเหตุปะทะและการเสียชีวิตของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง 2 รายในพื้นที่ จ.นราธิวาส อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อยืนยันสาเหตุและผู้ก่อเหตุ
จากสถานการณ์ดังกล่าว หน่วยข่าวด้านความมั่นคงในพื้นที่ ได้แจ้งเตือนให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากยังพบความพยายามของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในการแสดงศักยภาพและสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชน รวมถึงมีข้อมูลว่ากลุ่มดังกล่าวอาจพยายามจัดหารถยนต์และรถจักรยานยนต์เพื่อนำไปใช้ประกอบระเบิดแสวงเครื่องและก่อเหตุสร้างสถานการณ์ โดยมุ่งเป้าหมายต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
พล.ต.ต.กองอรรถ จึงกำชับเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ได้แก่ ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจและจุดสกัดในพื้นที่ 8 อำเภอของจังหวัดยะลา เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะต้องสงสัย โดยเฉพาะเส้นทางสายหลักในพื้นที่ อ.เบตง และ อ.เมืองยะลา รวมถึงเส้นทางสายรอง เส้นทางรอยต่อระหว่างอำเภอ และรอยต่อระหว่างจังหวัด
พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่อาจเกี่ยวข้องกับการลักลอบนำอาวุธ วัตถุต้องสงสัย หรือสิ่งของที่อาจนำไปใช้ก่อเหตุเข้ามาในพื้นที่ รวมทั้งตรวจสอบเอกสารประจำตัวของบุคคลที่เดินทางผ่านจุดตรวจตามขั้นตอนอย่างละเอียด
นอกจากนี้ ให้เพิ่มความสำคัญในการตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะที่เดินทางมาจากนอกพื้นที่ เพื่อป้องกันบุคคลตามหมายจับหรือผู้ต้องสงสัยเข้ามาแฝงตัวหรือหลบซ่อนในพื้นที่ พร้อมกำชับทุกสถานีตำรวจให้ติดตามข้อมูลข่าวสาร ประเมินสถานการณ์ และเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่และไม่ประมาท เพื่อป้องกันและลดโอกาสการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดยะลา
