นนทบุรี วงจรปิด ไรเดอร์สุดช้ำ จยย.หาย แจ้งความ 2 เดือนคดีเงียบ ตามกล้องเองจนเห็นหน้าคนร้าย วอนตำรวจเร่งตามตัว
นนทบุรี วงจรปิด ไรเดอร์สุดช้ำ จยย.หาย แจ้งความ 2 เดือนคดีเงียบ ตามกล้องเองจนเห็นหน้าคนร้าย วอนตำรวจเร่งตามตัว
วันนี้ (31 ส.ค. 69) เวลา 18.30 น. ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายฐาปกร คำนวน อายุ 19 ปี หนุ่มไรเดอร์ส่งอาหาร หลังถูกคนร้าย 2 ราย ก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 125 สีดำ ทะเบียน 1 กช 4645 นนทบุรี ขณะจอดไว้บริเวณซอยงามวงศ์วาน 25 แยก 2 อ.เมือง จ.นนทบุรี ก่อนคนร้ายจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 18.30 น. แจ้งความไว้ที่สภ.รัตนาธิเบศร์ คดีไม่คืบหน้า
นายฐาปกร เล่าว่า วันที่เกิดเหตุ ตนขี่รถจักรยานยนต์มาจอดเพื่อรับออเดอร์บริเวณพันธุ์ทิพย์ โดยลงจากรถไปเพียงประมาณ 30 นาที เพื่อไปรับอาหาร เนื่องจากตนทำงานเป็นไรเดอร์ของ Grab และวันดังกล่าวเป็นรอบแรกของการทำงาน แต่เมื่อกลับมาที่รถกลับพบว่ารถจักรยานยนต์ของตนหายไปแล้ว หลังเกิดเหตุ ตนถูกทางบริษัท Grab ตำหนิ เนื่องจากไม่สามารถนำอาหารไปส่งให้ลูกค้าได้ ก่อนจะเดินทางไปแจ้งความไว้ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ และพยายามติดตามหากล้องวงจรปิดตามอพาร์ตเมนต์และร้านซักผ้าบริเวณใกล้เคียงด้วยตัวเอง
นายฐาปกร กล่าวต่อว่า รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเป็นรถที่ลุงซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด และยังผ่อนอยู่เดือนละประมาณ 3,000-4,000 บาท โดยเพิ่งซื้อมาได้ประมาณ 5 เดือน ทำให้ตนรู้สึกเสียใจและเดือดร้อนอย่างมาก
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ตนติดตามหาเอง พบว่าคนร้ายมีจำนวน 2 คน โดยเข้ามาดูลาดเลาบริเวณดังกล่าวประมาณ 30 นาที ก่อนจะให้หนึ่งคนขี่รถมาจอดรออยู่บริเวณปากซอย ส่วนอีกคนเดินเข้ามาจับรถของตนแล้วเข็นออกมา จากนั้นให้เพื่อนมาช่วยประคองรถ ก่อนขี่หลบหนีไป ใช้เวลาในการก่อเหตุไม่ถึง 1 นาที
นายฐาปกร กล่าวว่า รถของตนเป็นรถระบบกุญแจรีโมต และในวันเกิดเหตุ ตนไม่ได้ปิดสัญญาณรีโมต ทำให้รถไม่ได้ล็อกคอ โดยเชื่อว่าคนร้ายน่าจะขี่รถวนดูรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ และเลือกคันที่ไม่ได้ล็อกคอ ก่อนลงมือขโมยบริเวณจุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านเรียกว่า “ซอยหลังบัณฑิต” ซึ่งอยู่ด้านหลังพันธุ์ทิพย์
ตนรู้สึกเสียใจและเครียดอย่างมาก เพราะเพิ่งเรียนจบและกำลังเริ่มต้นทำงาน อีกทั้งเพิ่งผ่านวันเกิดมาไม่นาน และรถคันดังกล่าวเป็นของขวัญจากลุงที่ตั้งใจซื้อให้ใช้ทำงาน แต่กลับถูกขโมยไป ทำให้ช่วง 2-3 วันแรกหลังเกิดเหตุ ตนเครียดและเศร้ามากจนเคยคิดสั้น เพราะไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร
นายฐาปกร กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนเข้าแจ้งความตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม รวมระยะเวลาประมาณ 2 เดือนครึ่ง แต่ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับมา ตนจึงต้องออกติดตามกล้องวงจรปิดด้วยตัวเอง กระทั่งสามารถเห็นใบหน้าและลักษณะของคนร้ายทั้ง 2 คน และได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อใช้เป็นเบาะแสในการติดตามตัว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า
ตนอยากฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอให้ช่วยติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว เพราะตนได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก และอยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานเก็บเงินกว่าจะมีทรัพย์สินเป็นของตัวเอง
สำหรับลักษณะคนร้ายทั้ง 2 ราย จากภาพวงจรปิด พบว่าเป็นชายรูปร่างอ้วน 1 คน และผอม 1 คน โดยชายรูปร่างผอมลักษณะคล้ายสวมเสื้อฟุตบอลหมายเลข 39 กางเกงขาสั้น และตัดผมสั้นเกรียนคล้ายทรงสกินเฮด ส่วนชายรูปร่างอ้วน สวมกางเกงยีนส์ขายาว เสื้อยืดสีเทา ไว้ผมรองทรง และทั้งคู่สวมหมวกกันน็อกขณะก่อเหตุ
ก่อนเกิดเหตุ คนร้ายเคยขี่รถมาจอดบริเวณดังกล่าว 1 รอบ โดยถอดหมวกกันน็อกและเดินขึ้นไปบริเวณพันธุ์ทิพย์ ทำให้กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกรูปร่างและลักษณะของคนร้ายได้ค่อนข้างชัดเจน

นายฐาปกร ฝากถึงผู้ที่คิดจะขโมยทรัพย์สินของผู้อื่นว่า ขอให้เลิกทำ เพราะสิ่งที่ทำไม่ดีและมีผลตามมา หากถูกจับกุมก็จะต้องรับโทษตามกฎหมาย พร้อมฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี เนื่องจากตนได้รับความเดือดร้อนและต้องการรถกลับคืนมาโดยเร็ว
