ตำรวจทางหลวงสกัดจับ จากกัมพูชาสู่มาเลย์ เปิดเส้นทางขน 5 จีนเทาใช้ไทยเป็นทางผ่าน พร้อมจับ 2 คนไทยรับจ้างขน
ตำรวจทางหลวงสกัดจับ
จากกัมพูชาสู่มาเลย์ เปิดเส้นทางขน 5 จีนเทาใช้ไทยเป็นทางผ่าน พร้อมจับ 2 คนไทยรับจ้างขน
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., , พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล.พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ร.ต.อ.วิมล แก้วชู รอง สว.(ป.) ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล., , ด.ต.ธนพนธ์ เกิดเขาทะลุ,ด.ต.พัทธนันท์ แดงกระจ่าง ด.ต.สายชล ตั้งวงศ์, ด.ต.วงศ์วริศ ทรพย์คนาสกุล,จ.ส.ต.ศุภกิตติ์ อินทรบำรุง ผบ.หมู่.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.
ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา
1.นาย สมประสพ (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี สัญชาติไทย
2.นาย ปรีชา ปักษา (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปีสัญชาติไทย
3.MR. LIN GUN อายุ 30 ปี สัญชาติ จีน ( มีหนังสือเดินทางแต่ไม่ได้รับอนุญาต )
4. MR. HE DACHUN อายุ 39 ปี สัญชาติ จีน ( มีหนังสือเดินทางแต่ไม่ได้รับอนุญาต )
5. MR. ZHANG GUIZI อายุ 30 ปีสัญชาติ จีน ( ไม่มีหนังสือเดินทาง )
6.MR. XIE JIA อายุ 35 ปี สัญชาติ จีน ( ไม่มีหนังสือเดินทาง )
7.MR. JIANG JIAHUI อายุ 38 ปีสัญชาติ จีน ( ไม่มีหนังสือเดินทาง )
ในฐานความผิด ผู้ต้องหา 1-2 ร่วมกันรู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม”และผู้ต้องหา 3-7 “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
พร้อมตรวจยึดของกลาง –
1.รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ HYUNDAI H-1 สีน้ำตาล ทะเบียน ฮอ 8xxx กรุงเทพมหานคร
สถานที่จับกุม บริเวณทางหลวงหมายเลข 41 ประมาณ กม.20 (ขาออก) ต.วิสัยใต้ อ.สวี จ.ชุมพร
ด้วยเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 23.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุมพรออกตรวจป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม พร้อมเฝ้าระวังขบวนการลักลอบนำพาบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง กระทั่งเดินทางมาถึงบริเวณทางหลวงหมายเลข 41 ช่วง อ.สวี จ.ชุมพร พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ HYUNDAI H-1 สีน้ำตาล ขับแซงรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ทางด้านขวา
โดยสังเกตเห็นว่าภายในรถมีการปิดม่านทึบอย่างมิดชิด ทำให้ไม่สามารถมองเห็นบุคคลหรือสิ่งของภายในได้อย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่เห็นว่ามีพฤติการณ์อันควรสงสัย จึงแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจและส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบ พบชายไทย 2 รายเป็นผู้ขับขี่และผู้โดยสาร และพบชายชาวจีนจำนวน 5 รายอยู่ภายในรถ ทั้งหมดไม่สามารถแสดงเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายสำหรับการเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรได้ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งหมด พร้อมตรวจยึดรถยนต์และโทรศัพท์มือถือรวม 8 เครื่องไว้ตรวจสอบตามขั้นตอน
จากการสอบถามผ่านล่าม ชาวจีนทั้ง 5 รายให้ข้อมูลว่า เดินทางจากประเทศกัมพูชาเข้ามายังประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ ก่อนมีเป้าหมายเดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศปลายทางที่สาม โดยระหว่างอยู่ในประเทศไทยมีผู้รับจ้างชาวไทยทำหน้าที่ขับรถรับส่งตามช่วงเส้นทาง ขณะที่ชายไทยทั้ง 2 รายให้การว่าได้รับการว่าจ้างให้ไปรับชาวจีนจากพื้นที่แห่งหนึ่งในจังหวัดหนึ่งของภาคกลาง ก่อนพาเดินทางลงสู่ภาคใต้ เพื่อส่งต่อไปยังพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา โดยตกลงค่าจ้างรวม 20,000 บาท และผลัดกันขับรถพาชาวจีนทั้ง 5 รายเดินทางตามเส้นทางที่ได้รับมอบหมาย
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาแก่ชายไทยทั้ง 2 ราย ฐาน “ร่วมกันรู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านวิสัยเหนือ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เบื้องต้นพบว่า ชาวจีนทั้ง 5 รายมีเส้นทางการเดินทางจากประเทศกัมพูชา ผ่านประเทศไทย และมีเป้าหมายเดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซีย โดยมีผู้รับจ้างชาวไทยทำหน้าที่ขนส่งระหว่างทาง
เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจึงดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมเร่งตรวจสอบส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสกัดกั้นการใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางผ่านในการลักลอบเดินทางไปยังประเทศที่สาม
สอบถามคำให้การผู้ต้องหา

เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายให้การรับว่า ได้รับการว่าจ้างให้ขับรถรับชาวจีนเดินทางจากพื้นที่ภาคกลางลงสู่ภาคใต้ โดยมีปลายทางเพื่อส่งต่อไปยังประเทศมาเลเซีย และได้รับค่าจ้างตามที่ตกลงกัน
เตือนภัย พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 64 ซึ่งระบุว่าผู้ที่ให้ที่พักพิง ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมายเพื่อให้พ้นจากการจับกุม มีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 50,000 บาท
