วันจันทร์, กรกฎาคม 20, 2026
Latest:
ในประเทศ

รวบ “เปี๊ยก” ตัวแทนไฟแนนซ์แสบ อุทาหรณ์คนค้างค่างวด สวมรอยสไลด์หนีส่งนายทุน เจ้าของช็อกหนี้ยังอยู่ – รถปลิว เสียหายกว่า 600,000 บาท

รวบ “เปี๊ยก” ตัวแทนไฟแนนซ์แสบ อุทาหรณ์คนค้างค่างวด สวมรอยสไลด์หนีส่งนายทุน เจ้าของช็อกหนี้ยังอยู่ – รถปลิว เสียหายกว่า 600,000 บาท

 

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ.,

พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี, พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ ปันไชย รอง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ปพ.,

พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ., พ.ต.ท.เสรี บุญยะรัตน์ และ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.4 บก.ปพ.

 

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ

กก.4 บก.ปพ.

ร่วมกันจับกุม นายสมชายฯ หรือ เปี๊ยก อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดลพบุรี

ที่ จ.100/2569 ลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ของผู้อื่น

โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” สถานที่จับกุม บริเวณสะพานลอย (นวนคร) ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ก่อนการจับกุม ผู้เสียหายซึ่งมีอาชีพเป็นผู้รับเหมา ได้ตัดสินใจเช่าซื้อรถแม็คโครเพื่อใช้

เป็นเครื่องมือหลักในการประกอบอาชีพ และรับงานต่างๆ ต่อมาในช่วงปี 2568 สถานการณ์ทางการเงิน

เริ่มประสบปัญหาฝืดเคือง ส่งผลให้เริ่มขาดส่งค่างวดกับทางบริษัทไฟแนนซ์ เมื่อมีการทวงถามเกิดขึ้นด้วย

ความที่ผู้เสียหาย ยังจำเป็นต้องใช้รถคันนี้ในการทำมาหากิน และต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีเจตนาจะบิดพลิ้วหนี้ จึงพยายามรวบรวมเงินเท่าที่พอจะหาได้ในขณะนั้นทยอยจ่ายอยู่เรื่อยๆ โดยเป็นการจ่ายชำระเพียงบางส่วนในลักษณะ “จ่ายหยอด” ครั้งละ 5,000 บาท หรือ 10,000 บาท เพื่อหวังจะประคองบัญชีไว้

และป้องกันไม่ให้รถถูกยึด

 

ผ่านไปไม่นานผู้เสียหายไม่สามารถหาเงินมาส่งค่างวดรถต่อได้อีก จนต้องขาดส่ง

รถแม็คโครคันดังกล่าวจึงถูกจอดทิ้งไว้นิ่งๆ เป็นเวลานานโดยไม่มีการเคลื่อนไหว กระทั่งวันหนึ่งตัวแทนของบริษัทไฟแนนซ์ได้มาพบรถจอดสนิทอยู่ และไม่มีการขยับเขยื้อน จึงคาดเดาเอาเองว่าผู้เช่าซื้อได้ทิ้งรถคันนี้

ไปแล้ว

ด้วยเหตุนี้ตัวแทนไฟแนนซ์ จึงอาศัยจังหวะดังกล่าวทำทีเข้าทำการยึดรถแม็คโครไป โดยที่ตัวผู้เช่าซื้อไม่รับรู้ และไม่ได้เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้องของบริษัทไฟแนนซ์ต้นสังกัด จากนั้นตัวแทนรายนี้

ได้ร่วมมือกับชายอีกคนหนึ่ง วางแผนนำรถแม็คโครออกไปเร่ขายให้กับนายทุน (เฮีย) คนหนึ่งในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร

 

โดยมีการว่าจ้างรถสไลด์ให้มาบรรทุก และเคลื่อนย้ายรถแม็คโครคันนี้ มุ่งหน้าไปยังจังหวัดสมุทรสาครทันที ซึ่งการซื้อขายในครั้งนี้เป็นการตกลงกันโดยไม่มีการทำสัญญาใดๆ และเป็นการขายในราคา

ที่ต่ำกว่าท้องตลาดอย่างมาก คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 600,000 บาท

ผู้เสียหายจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป

 

 

พฤติการณ์มิจฉาชีพ มิจฉาชีพกลุ่มนี้จะทำงานเป็นขบวนการในลักษณะ “แก๊งสวมรอยยึดรถเพื่อ

ส่งขายตลาดมืด” โดยจะเริ่มจากการออกตระเวนสืบหาพิกัด หรือชี้เป้ารถที่ขาดส่งค่างวด และถูกจอดทิ้งไว้นิ่งๆ นานๆ เมื่อสบโอกาสที่ไม่มีคนเฝ้า พวกเขาจะสวมรอยอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์ แล้วแอบนำรถสไลด์มาลากยกเพื่อนำออกขาย โดยไม่แจ้งให้เจ้าของรถรู้ และไม่รายงานกลับไปยังบริษัทไฟแนนซ์ต้นสังกัด

 

พฤติการณ์ในการจับกุม ก่อนทำการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ทำการสืบสวน และได้รับแจ้งจากสายลับว่านายสมชายฯ นั้นหลบหนีมาอยู่ที่ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น และสั่งการให้ทำการสืบสวนจับกุมตามอำนาจหน้าที่

 

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ

 

จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อนายสมชายฯ หรือ เปี๊ยก โดยนำ

บัตรประจำตัวประชาชน มาตรวจสอบยืนยันพบว่ามีชื่อตรงกันกับบุคคลตามหมายจับ สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริง และไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน

 

ผู้ต้องหาดูอย่างละเอียดจน

ทราบและเข้าใจดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงแจ้งข้อกล่าวหา และสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ต้องหา

จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ. จัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลพบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การว่า เมื่อช่วงปี 2568 ตนได้ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์ ติดตามรถฯ ตนเห็นรถแม็คโครจอดอยู่เป็นเวลานาน และตนรู้จักกับเจ้าของที่ที่รถฯ คันดังกล่าวจอดไว้

ยังทราบดีว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถที่ค้างชำระค่างวดหลายงวด ไม่มีคนดู เลยได้คุยกับเพื่อนว่าเอารถออกขาย เพื่อนได้ติดต่อกับนายทุนและได้ขายไป เบื้องต้นขอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนเพียงแค่

พูดให้เพื่อนเอารถไปขาย แต่ตนไม่ได้เป็นคนขายรถแต่อย่างใด

 

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เตือนภัย ระวังมิจฉาชีพที่แฝงตัวเป็น “ตัวแทนไฟแนนซ์” หรือพวกที่แอบอ้าง คอยแอบส่อง และตามสืบพิกัดรถ เมื่อสบโอกาสที่ไม่มีคนเฝ้า แก๊งนี้จะสวมรอยนำรถสไลด์มาแอบยกไปเงียบๆ โดยไม่แจ้งเจ้าของ และไม่รายงานกลับบริษัทไฟแนนซ์ จากนั้นจะรีบเอาไปส่งขายต่อให้นายทุนนอกระบบในราคาถูกเพื่อรับเงินสดทันที