วันพุธ, กรกฎาคม 8, 2026
Latest:
ในประเทศ

พลพีร์” สนองนโยบายนายกฯ สั่งลุย “ชุดเฉพาะกิจ มท.” เดินหน้าจัดระเบียบสังคมทุกมิติ ย้ำบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด ถือหลัก “ปิดชื่อถือพฤติกรรม” จี้ฝ่ายปกครองสแกนพื้นที่ทำงานเชิงรุก ดึงระบบดิจิทัลยกระดับบริการ ตั้งเป้า ต้องเห็นผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมในทุก 30 วัน มุ่งสร้างความเชื่อมั่นสังคมไทย

“พลพีร์” สนองนโยบายนายกฯ สั่งลุย “ชุดเฉพาะกิจ มท.” เดินหน้าจัดระเบียบสังคมทุกมิติ ย้ำบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด ถือหลัก “ปิดชื่อถือพฤติกรรม” จี้ฝ่ายปกครองสแกนพื้นที่ทำงานเชิงรุก ดึงระบบดิจิทัลยกระดับบริการ ตั้งเป้า ต้องเห็นผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมในทุก 30 วัน มุ่งสร้างความเชื่อมั่นสังคมไทย

.

วันนี้ (8 ก.ค. 69) เวลา 09.15 น. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการประชุมชุดเฉพาะกิจจัดระเบียบสังคมของกระทรวงมหาดไทย หรือ ฉกอ. ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านบริหาร นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง นายแพทย์ภาณุ พรวัฒนา ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นางสาววีราภรณ์ เกียรติชัยพัฒน ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพีรพร สุวรรณฉวี ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย คณะทำงาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย

.

นายพลพีร์ กล่าวว่า ตามที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งชุดเฉพาะกิจจัดระเบียบสังคมของกระทรวงมหาดไทย เพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการสร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมรูปแบบต่างๆ เช่น ยาเสพติด การฉ้อโกง การหลอกลวงทางไซเบอร์ การฟอกเงิน และเครือข่ายผิดกฎหมายต่างๆ อย่างจริงจัง โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 คำสั่งนี้ได้แต่งตั้งชุดเฉพาะกิจขึ้น 5 ชุด ได้แก่ 1. ชุดเฉพาะกิจอำนวยการจัดระเบียบสังคม (ฉกอ.) 2. ชุดเฉพาะกิจป้องกันการกระทำอันขัดต่อนโยบายการจัดระเบียบสังคม (ฉกป.) 3. ชุดเฉพาะกิจจัดระเบียบสังคม ที่ 1 (ฉกจ. 1) 4. ชุดเฉพาะกิจจัดระเบียบสังคม ที่ 2 (ฉกจ. 2) และ 5. ชุดเฉพาะกิจสืบสวนและขยายผลจัดระเบียบสังคม (ฉกส.) ซึ่งแต่ละชุดประกอบด้วยหน่วยงานภายในสังกัดกรมการปกครอง เพื่อทำหน้าที่บูรณาการ สืบสวน ปราบปราม ควบคุม ตรวจตรา และบังคับใช้กฎหมายในการจัดระเบียบสังคมทั่วราชอาณาจักรให้เกิดความสงบเรียบร้อยอย่างเป็นรูปธรรม

.

“ชุดเฉพาะกิจจัดระเบียบสังคมของกระทรวงมหาดไทยชุดนี้ต้องมีความตั้งใจและทำงานอย่างจริงจังในทุกมิติ เพื่อสร้างความศรัทธาและทำให้สังคมเป็นไปตามระเบียบกฎหมาย การปราบปรามการทุจริตทุกรูปแบบจะต้องกลับมาเข้มข้นอีกครั้ง โดยให้ยึดแนวทางการทำงานของนายกรัฐมนตรีที่ว่า “ปิดชื่อถือพฤติกรรม” ซึ่งมุ่งเน้นการพิจารณาจากการกระทำโดยไม่เลือกปฏิบัติ และให้ความสำคัญกับประชาชนไทยเป็นไท ที่จะไม่ปล่อยให้บุคคลหรือนิติบุคคลชาวต่างชาติเข้ามาเบียดเบียนทรัพยากร เศรษฐกิจ หรือสังคมของคนไทย ถึงเวลาแล้วที่กระทรวงมหาดไทยจะต้องปรับปรุงการทำงาน โดย “Reform” การปฏิรูปเพื่อเพิ่มความเข้มข้นในกระบวนการทางกฎหมาย “Reset” การตั้งหลักใหม่ต่อทุกการปฏิบัติหน้าที่ที่เคยถูกสังคมตั้งคำถาม และ “Enforce” การบังคับใช้ระเบียบกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อให้ประชาชนรู้สึกปลอดภัยทั้งในมิติของเศรษฐกิจและสังคม” นายพลพีร์ กล่าว

.

นายพลพีร์ กล่าวต่อไปอีกว่า ในส่วนของการปราบปรามสิ่งผิดกฎหมาย สถานบริการ และโรงแรมต่างๆ ทุกฝ่ายจะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างถึงที่สุด โดยเฉพาะประเด็นที่สื่อสังคมออนไลน์ตั้งคำถามเกี่ยวกับโรงแรมที่ยังผิดกฎหมายกว่า 80,000 แห่งทั่วประเทศ กระทรวงมหาดไทยจะต้องเข้าไปตรวจสอบถึงต้นตอของปัญหา ไม่ว่าจะเป็นช่องโหว่ของกฎหมายฉบับก่อน การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ หรือความจงใจละเมิดกฎหมายของผู้ประกอบการ นอกจากนี้ ยังต้องเข้มงวดในเรื่องของสัญชาติ การสวมสิทธิออกบัตรประจำตัวประชาชน รวมถึงการออกเอกสารสิทธิที่ผิดกฎหมาย โดยถือหลักว่าหากสิ่งใดเอื้อประโยชน์ให้ต่างชาติมาเอาเปรียบคนไทย ถือเป็นความผิดที่ต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด

.

“ขอให้ผู้บริหารกรมการปกครอง ได้กำชับฝ่ายปกครอง ทั้งระดับจังหวัดและอำเภอ สแกนพื้นที่ที่มีข้อสงสัยและทำงานเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องรอให้ประชาชนเป็นผู้แจ้งเบาะแส ควบคู่ไปกับมาตรการปราบปราม กระทรวงมหาดไทยยังมีบทบาทในการเป็นผู้ให้บริการและป้องปราม ซึ่งจะต้องก้าวให้ทันและเร็วกว่าการเปลี่ยนแปลงของโลก ผ่านการนำระบบดิจิทัลมาใช้ยกระดับการให้บริการประชาชน เพื่อความสะดวกและเข้าถึงง่าย เช่น การทำ Social Listening การลงทะเบียนออนไลน์ และการเปิดคลินิกให้คำปรึกษาเพื่อขออนุญาตอย่างถูกต้อง ระบบหลังบ้านของกระทรวงจะต้องมีความพร้อม ทันสมัย และตอบสนองอย่างทันท่วงที ในขณะเดียวกัน การจัดระเบียบโซนนิ่งก็ต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับยุคสมัย การบังคับใช้กฎหมายต้องตอบโจทย์ทั้งด้านความปลอดภัย การพัฒนาเศรษฐกิจ และการเพิ่มมูลค่าที่อยู่อาศัย เพื่อผลประโยชน์ในภาพรวมของประเทศ กระทรวงมหาดไทยจึงต้องมีวิสัยทัศน์ที่สามารถคาดการณ์อนาคตและเตรียมพร้อมรับมืออยู่เสมอ” นายพลพีร์ กล่าวเน้นย้ำ

.

นายพลพีร์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เพื่อให้การขับเคลื่อนงานเกิดผลสัมฤทธิ์ จึงได้กำหนดกรอบแนวทางการดำเนินงานให้คณะทำงานชุดเฉพาะกิจทุกคณะบูรณาการความร่วมมือกันอย่างเต็มกำลัง ทำงานเชิงรุก และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังในทุกพื้นที่ โดยให้นำข้อมูลจากศูนย์ให้คำปรึกษาและรับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ของกรมการปกครองมาเป็นกลไกรับฟังปัญหา นำมาวิเคราะห์เพื่อหามาตรการแก้ไข และใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงกฎหมายให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมกันนี้ ต้องมีการวางแผนด้านการข่าวและการสื่อสารประชาสัมพันธ์ เพื่อประมวลและนำเสนอข้อมูลที่แท้จริง สะท้อนให้สังคมและผู้ปฏิบัติงานได้รับทราบอย่างชัดเจน ซึ่งจะนำไปสู่การปรับปรุงการดำเนินงานต่อไป ทั้งนี้ ชุดเฉพาะกิจอำนวยการจัดระเบียบสังคมจะจัดให้มีการประชุมเป็นประจำในทุกวันพุธที่ 2 ของเดือน เพื่อติดตามผลการดำเนินการ รับฟังปัญหาอุปสรรค และหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน โดยการทำงานทั้งด้านการปราบปรามและการปกป้องประชาชนจะต้องดำเนินการควบคู่กันไป และจะต้องมีผลลัพธ์ที่ชัดเจนรายงานต่อผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย รวมถึงสะท้อนถึงประชาชนในทุกๆ 30 วัน ซึ่งตนขอเป็นกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความหวังให้ประชาชน และข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายเพื่อยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตทางสังคมให้แก่พี่น้องประชาชนต่อไป

filter: 0; fileterIntensity: 0.0; filterMask: 0; captureOrientation: 90;
algolist: 0;
multi-frame: 1;
brp_mask:8;
brp_del_th:0.0000,0.0000;
brp_del_sen:0.1000,0.1000;
motionR: 0;
delta:1;
bokeh:1;
module: photo;hw-remosaic: false;touch: (-1.0, -1.0);sceneMode: 3145728;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;albedo: ;confidence: ;motionLevel: -1;weatherinfo: null;temperature: 41;