วันพุธ, สิงหาคม 26, 2026
Latest:
ในประเทศ

ปราจีนบุรี ชาวบ้านกว่า 700 คน ชุมนุมสนับสนุนเรียกร้องให้ปราจีนบุรีเข้าสู่EEC เป็นวันที่ 3 ก่อนยุติชั่วคราวรอผลคำตอบจาก “นายอนุทิน”นายกรัฐมนตรี

ปราจีนบุรี ชาวบ้านกว่า 700 คน ชุมนุมสนับสนุนเรียกร้องให้ปราจีนบุรีเข้าสู่EEC เป็นวันที่ 3 ก่อนยุติชั่วคราวรอผลคำตอบจาก “นายอนุทิน”นายกรัฐมนตรี

 

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.ปราจีนบุรี กรณีการชุมนุมเรียกร้องของชาวปราจีนบุรีกลุ่มผู้สนับสนุนให้มี EEC ในจังหวัดปราจีนบุรี รวมยอด 717คนโดยมีนายสนิท กุลธรรมอดีตกำนันตำบลเกาะลอย และอดีตประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดปราจีนบุรีเป็นแกนนำที่หน้าศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรีตำบลไม้เค็ด อำเภอเมืองปราจีนบุรีจังหวัดปราจีนบุรีฝั่งติดถนนสายสุวินทวงศ์(ศูนย์ราชการใหม่-ตลาดผลไม้หนองชะอม) ที่ได้ชุมนุมแสดงจุดยืนสนับสนุนให้มีEEC ต่อเนื่องเป็นวันที่3โดยมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน(อบ.)และเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองปราจีนบุรีคอยดูแลความเรียบร้อย โดยการชุมนุมโเยสงบ มีการให้ความรูเกี่ยวกัEEC ทั้งผ่านวิทยากรบรรยายและจากวีดีทัศน์ให้ชมสลับการปราศรัยแลกเปลี่ยนความเห็นถึงข้อดีข้อเสียแก่ชุมชน ทั้งโครงสร้างสาธารณูปโภคถนนหนทางไฟห้าส่องสว่าง การศึกษา การสร้างงานสร้างรายได้แก่ประชาชนและพื้นที่การส่งเสริมการท่องเที่ยวและเพิ่มศักยภาพการพัฒนา แก่จังหวัดปราจีนบุรี

 

ในช่วงเว ลา11.30น.นายชนาธิป โคกมณีรองผวจ.ปราจีนบุรีได้ลงมาพบปะสอบถามประชาชนผู้ชุมนุมและพูดคุยกับแกนนำ

 

ต่อมาเวลา 12.00น.นายสนิท กุลธรรม แกนนำพร้อมผู้แทนและผู้ชุมนุมบางส่วนได้ไปยื่นหนังสือแถลงการณ์การสนับสนุนEEC ของชาวปราจีนบุรีกับนายสัญญา นามี รองผวจ.ปราจีนบุรีที่ใต้ศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรีเพื่อนำส่งต่อให้กับนายอนุทิน ชาญวีระกูลนายกรัฐมนตรีพิจารณาต่อไปโดยเร่งด่วน

 

ทั้งนี้ ในแถลงการณ์ระบุว่า… เรามารับทราบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เพื่อโครงการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย ครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา

ชอบุรี และระยอง มีเป้าหมายยกระดับอุตสาหกรรม ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง

และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อขับคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โครงสร้างพื้นฐานหลัก รถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิอู่ตะเภา) พัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ขยายท่าเรือ แหลมฉบัง และมาบตาพุด ระยะที่ 3 อุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ ความคืบหน้าของโครงการพื้นฐานเศรษฐกิจและที่ดิน การพัฒนาพื้นที่ และสังคม พื้นที่เป้าหมาย 8.3 ล้านไร่ในบริเวณ 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง มีภารกิจสำคัญ คือ

สร้างศักยภาพ เพื่อส่งเสริมเพิ่มศักยภาพความเป็นอยู่ของประชาชน

 

โครงการนี้ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นพัฒนาเพียงด้านเศรษฐกิจ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการท่องที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม บุคลาการศึกษา การวิจัย ธุรกิจและการเงิน เทคโนโลยี และรองรับตำแหน่งของผู้ของผู้จบการศึกษาอีกมากมาย

 

พวกเราจึงต้องการให้ E.E.C เกิดขึ้นในจังหวัดปราจีนบุรี…

 

นายสนิท กุลธรรม เปิดเผยว่า หลังจากยื่นแถลงการณ์ความต้องการของชาวปราจีนบุรีที่สนับสนุนให้ปราจีนบุรีเข้าเป็นEEC เพื่อนำส่งต่อถึงนายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรีแล้วในวันนี้จะยุติการชุมนุมชั่วคราวในการดูท่าทีจากทางรัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีต่อไป

 

โดยในการชุมนุมครั้งนี้ใช้หลักสันติความสงบเรียบร้อย และหากทางรัฐบาลหรือทางEECต้องกาให้มีการจัดทำประชาพิจาณ์ การวิจัยผลกระทยด้านสิ่งแวดล้อม หรือ การทำการศึกษาวิจัยในพื้นที่เพื่อรับฟังเสียงจากประชาชนที่มีทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายคัดค้านEECที่จะเข้าสู่จังหวัดปราจีนบุรีชาวปราจีนบุรียินดีเป็นอย่างยิ่งในสิ่งดังกล่าวใรการรับฟังข้อมูลโดยตรงจากประชาชนในพื้นที่ก่อนการตัดสินใจเองจากส่วนกลาง

ทุกคนเคารพการรับฟังความคิดเหตุผลของแต่ละฝ่าย

 

ที่ผ่านมานั้EEC ยังไม่เกิดในจ.ปราจีนบุรี แต่น้ำเสียกาลอบทิ้งก่กขยะอุตส่หกรรมมีมาก่อนแล้ว ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้อบในทุกระดับของประชาชนไม่ควรเพิกเฉยต้องเข้มงวดในการป้องกันและดำเนินมาตรากาขั้นเด็ดขาดเป็นรูปธรรม

 

ในการชุมนุมสนับสนุEEC เรามาพูดคุยแลกเปลี่ยรทำความรู้ความเข้ใจกับประชาชนเพิ่มขึ้น ถ้าหากมีEEC จะให้ประโยชน์การงาน การเงิน คุณภาพชีวิต การศึกษาการสร้างงานในพื้นที่ได้มีงานทำในจังหวัดปราจีนบุรี การส่งเสริมการท่องเที่ยวการส่งเสริมการลงทุน นายสนิทกล่าวในที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปว่า

เหตุการณ์ชุมนุมที่หน้าศูนย์ราชการจังหวัดปราจีนบุรี (ศาลากลางจังหวัด) ในช่วงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2569 สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงของประชาชนสองกลุ่ม ต่อกรณีที่คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) มีแนวคิดที่จะขยายพื้นที่โครงการ EEC เข้าสู่จังหวัดปราจีนบุรีเป็นจังหวัดที่ 4 โดยมีเหตุผลสำคัญของแต่ละกลุ่ม ดังนี้

1. กลุ่มสนับสนุน (ต้องการให้ปราจีนบุรีเข้าสู่ EEC)

กลุ่มนี้นำโดยอดีตประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านและกลุ่มชาวบ้านกว่า 300-400 คน ที่รวมตัวกันเปิดเวทีชี้แจง

 

การสร้างงานสร้างอาชีพในท้องถิ่น: ต้องการเห็นโรงงานอุตสาหกรรมที่ถูกกฎหมายมาตั้งใกล้บ้าน เพื่อให้ลูกหลานที่จบใหม่มีตำแหน่งงานรองรับ ไม่จำเป็นต้องย้ายไปทำงานต่างจังหวัดหรือกรุงเทพฯ

 

การกระตุ้นเศรษฐกิจและความเจริญ: มองว่าการเป็นพื้นที่ EEC จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจำนวนมาก ยกระดับเศรษฐกิจของจังหวัด และนำความเจริญทัดเทียมกับจังหวัดอื่นๆ

 

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการศึกษา: คาดหวังการพัฒนาเส้นทางคมนาคม ถนนหนทาง ระบบสาธารณูปโภค รวมถึงยกระดับระบบการศึกษา วิจัย และเทคโนโลยีในพื้นที่เพื่อรองรับอุตสาหกรรมมูลค่าสูง

 

เงื่อนไขต้องควบคุมมลพิษ: ทางกลุ่มระบุว่าสนับสนุนอุตสาหกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย และต้องการให้ผู้นำชุมชนร่วมกันกวดขันไม่ให้สร้างมลพิษให้กับคนในพื้นที่

 

2. กลุ่มคัดค้าน (เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง – ไม่เอา EEC)

กลุ่มนี้นำโดยเครือข่ายภาคประชาชนและเกษตรกร ซึ่งได้รวมตัวปักหลักชุมนุมอย่างต่อเนื่อง พร้อมยื่นรายชื่อคัดค้านกว่า 11,000 รายชื่อ โดยมีเหตุผลหลัก 6-7 ข้อ ได้แก่:

 

กังวลปัญหาขยะและกากอุตสาหกรรม: มองว่าที่ผ่านมาปราจีนบุรีเปรียบเสมือน “หลังบ้าน EEC” ที่รองรับการลักลอบทิ้งกากสารเคมี ขยะอุตสาหกรรม และมีโรงงานเถื่อนก่อมลพิษจำนวนมากอยู่แล้วโดยที่รัฐยังแก้ปัญหาเก่าไม่ได้ จึงกลัวว่าหากเข้า EEC จะยิ่งกลายเป็นแหล่งรองรับขยะพิษที่หนักกว่าเดิม

 

ปกป้องภาคเกษตรกรรมและสมุนไพร: ปราจีนบุรีมีจุดแข็งและศักยภาพสูงด้านเกษตรอินทรีย์ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และเป็นแหล่งปลูกสมุนไพรระดับโลก (เช่น โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร)

 

การเปลี่ยนพื้นที่เป็นอุตสาหกรรมจะทำลายฐานทรัพยากรอาหารและวิถีชีวิตดั้งเดิม

 

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและผืนป่ามรดกโลก: พื้นที่ของจังหวัดเชื่อมต่อกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และทับลาน การขยายเมืองอุตสาหกรรมอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ แหล่งน้ำ และสร้างแรงกดดันให้ต้องสร้างเขื่อนเพิ่มในเขตป่าอนุรักษ์

 

กฎหมาย EEC เอื้อกลุ่มทุนมากกว่าชุมชน: ข้อกังวลใจต่อกฎหมายผังเมืองและข้อกำหนดของ EEC ที่มักจะปลดล็อกพื้นที่เกษตรกรรมให้สร้างโรงงานได้ง่ายขึ้น ซึ่งอาจบีบให้เกิดการกว้านซื้อที่ดิน ดันราคาที่ดินสูงขึ้น จนเกษตรกรสูญเสียที่ทำกิน

 

การศึกษาผลกระทบไม่รอบด้าน: แย้งว่ารัฐบาลใช้เวลาศึกษาความเป็นไปได้เพียงไม่กี่เดือน ขาดการมีส่วนร่วมและรับฟังเสียงที่แท้จริงของคนในพื้นที่

 

มานิต

ย์ สนับบุญ-ข่าว/ณัฐนันท์-ภาพ/ปราจีนบุรี###