บช.ปส. ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย พลิกโฉมบ้านหนองคาง จว.นครสวรรค์ ชูยุทธศาสตร์ 3 ระยะ “โครงการชุมชนปลอดภัย ได้ลูกหลานกลับคืน”
บช.ปส. ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย พลิกโฉมบ้านหนองคาง จว.นครสวรรค์ ชูยุทธศาสตร์ 3 ระยะ “โครงการชุมชนปลอดภัย ได้ลูกหลานกลับคืน”
วันที่ 25 มิ.ย.69 เวลา 10.00 น. ที่ วัดหนองคาง ต.เกยไชย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผบก.ปส.3 และ พล.ต.ต.วัสสา วัสสานนท์ ผบก.อก.บช.ปส. ร่วมเปิดกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด และเยี่ยมชุมชน ณ วัดหนองคาง ต.เกยไชย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ โดยบูรณาการกับภาคีเครือข่าย ได้แก่ มณฑลทหารบกที่ 31, ปปส.ภาค 6, องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์, องค์การบริหารส่วนตำบลเกยไชย, สถานีตำรวจภูธรชุมแสง, ส่วนราชการในอำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ และ คณะกรรมการหมู่บ้านหนองคาง ได้ร่วมกันออกบูธจัดกิจกรรม เช่น กิจกรรมให้ความรู้โทษภัยยาเสพติด บริการตรวจสุขภาพฟรี บริการให้คำปรึกษาเลิกสูบบุหรี่ บริการนวดแผนไทย แก่ประชาชนในชุมชน รวมถึงกิจกรรมมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน ในชุมชน เพื่อประกาศเจตนารมณ์ร่วมกัน ว่า “ชุมชนบ้านหนองคางจะไม่ยอมให้ยาเสพติดเข้ามาแพร่ระบาดในชุมชนอย่างเด็ดขาด”
สำหรับการดำเนินโครงการชุมชนปลอดภัย ได้ลูกหลานกลับคืน ในพื้นที่ชุมชนบ้านหนองคางในครั้งนี้ กก.3 บก.ปส.3 ได้ดำเนินงานผ่านการขับเคลื่อนโครงการเป็น 3 ระยะ ดังนี้
ระยะที่ 1: การปราบปรามนำ (สร้างรากฐานความปลอดภัย)ดำเนินการ “กวาดล้างและจัดระเบียบพื้นที่ ด้วยกฎหมายอย่างเด็ดขาด” เน้นการสืบสวนลงพื้นที่เชิงรุกเพื่อคัดกรอง ผู้ค้า ผู้เสพ โดยใช้มาตรการปิดล้อมตรวจค้นและนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัด เป้าหมายเพื่อเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดจากผู้ค้าและผู้เสพยาเสพติด และสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยขั้นพื้นฐานให้แก่ประชาชน
ระยะที่ 2: ป้องกันควบคู่ (เสริมสร้างความเข้มแข็ง)ในขั้นตอนนี้จะดำเนินการ “สร้างภูมิคุ้มกันและปรับปรุงสภาพแวดล้อม” เพื่อป้องกันการทำผิดซ้ำ โดยการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่เพื่อติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) และไฟส่องสว่าง ในจุดเสี่ยงเพื่อลดโอกาสเกิดอาชญากรรม ควบคู่ไปกับการให้ความรู้เรื่องโทษภัยยาเสพติด และการเยี่ยมเยียนกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง เป้าหมายมุ่งเน้นให้ชุมชนมีความ เข้มแข็งจากภายใน และสามารถปกป้องพื้นที่ของตนเองจากผู้ค้านอกพื้นที่ได้
ระยะที่ 3: ส่งมอบความยั่งยืน (การพึ่งพาตนเอง)จุดมุ่งหมายสุดท้ายของโครงการคือ “การส่งต่ออำนาจการดูแลให้คนในชุมชน” เพื่อความต่อเนื่องถาวร ตำรวจจะเปลี่ยนบทบาทจากการกำกับดูแลเป็นการสร้างระบบและเพิ่มศักยภาพให้ชุมชนบริหารจัดการความสงบเรียบร้อยได้ด้วยตนเอง มีการสร้างและเชิดชู “บุคคลต้นแบบ” ที่กลับตัวได้จริงเพื่อเป็นแรงบันดาลใจ และส่งเสริมมิตรภาพที่ยั่งยืนระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน เป้าหมายเพื่อให้ชุมชนสามารถ ดำรงชีวิตอย่างปกติสุขและห่างไกลยาเสพติดได้อย่างยั่งยืน โดยไม่ต้องพึ่งพาเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา
กลยุทธ์ทั้ง 3 ระยะนี้ถูกออกแบบมาให้เชื่อมโยงกัน ตั้งแต่การเคลียร์ปัญหาในระยะแรก การสร้างกำแพงป้องกันในระยะที่สอง ไปจนถึงระยะที่สามคือการมอบอาวุธทางปัญญาและระบบบริหารจัดการเพื่อให้ชุมชนเดินหน้าต่อได้อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. กล่าวเน้นย้ำถึงเจตนารมณ์และเป้าหมายสูงสุด ของภารกิจในครั้งนี้ว่า กิจกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชุมชนบ้านหนองคางแห่งนี้ ไม่ใช่เพียงการเยี่ยมตามปกติเท่านั้น แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างมิตรภาพที่ยั่งยืน ระหว่างตำรวจกับประชาชน เพื่อมุ่งหวังให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง และเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเอง เพื่อป้องกันภัยจากยาเสพติดได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ “เป้าหมายสูงสุดของพวกเรา คือการได้เห็นพี่น้องประชาชนในชุมชนใช้ชีวิตอย่างปกติสุข ลดความหวาดกลัวต่ออาชญากรรม และสร้างความไว้วางใจต่อเจ้าหน้าที่” ซึ่งตำรวจ ปส. จะบูรณาการ การทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมทั้งสร้างความร่วมมือกับผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน และทำให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปลอดภัย ห่างไกลจากปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน “โครงการชุมชนปลอดภัย ได้ลูกหลานกลับคืน จึงไม่ใช่เพียงแค่ปฏิบัติการ ปราบปรามยาเสพติดเท่านั้น แต่คือการส่งมอบความรัก ความห่วงใย และการหยิบยื่นโอกาสให้ลูกหลานที่เคยผิดพลาดได้กลับคืนสู่ครอบครัว เพื่อเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติสืบไป” ผบช.ปส. กล่าวเน้นย้ำ



