วันพฤหัสบดี, มิถุนายน 25, 2026
Latest:
ในประเทศ

ตำรวจ ปคบ.ผนึกกำลังเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร ทลายเครือข่าย “รถกระบะเร่ขายปุ๋ยเถื่อน” กลางนครสวรรค์ ยึดปุ๋ย–สารเคมีผิดกฎหมายกว่า 4.3 ล้านบาท

ตำรวจ ปคบ.ผนึกกำลังเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร
ทลายเครือข่าย “รถกระบะเร่ขายปุ๋ยเถื่อน” กลางนครสวรรค์
ยึดปุ๋ย–สารเคมีผิดกฎหมายกว่า 4.3 ล้านบาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.สำเริง อำพรรทอง รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว
รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.ภาคภูมิ ศรีลาภะมาศ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.ชัชวาล ชูชัยเจริญ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.สุมรภูมิ ไทยเขียว รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.ธนาทัศน์
ศรีพิพัฒน์ ผกก.(สอบสวน)ฯ รรท.ผกก.2 บก.ปคบ., พ.ต.ท.หญิง สุจิตรา ทองสกุล รอง ผกก.2 บก.ปคบ., พ.ต.ท.ปฐมพงศ์ วชิรโชติกุล รอง ผกก.ฯ ช่วยราชการ กก.2 บก.ปคบ., พ.ต.ท.วิศรุต บางน้ำเค็ม รอง ผกก.2 บก.ปคบ.

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 2 กก.2 บก.ปคบ. นำโดย พ.ต.ท.จำรูญ คำมา สว.กก.2 บก.ปคบ., ร.ต.ต.สายันต์ วิเชียรเทียบ รอง สว(ป).กก.2 บก.ปคบ., ร.ต.ต.สุทธิรักษ์ โคช่วย รอง สว(ป).กก.2 บก.ปคบ., ด.ต.สายัณห์ นายะคุปต์, ด.ต.อนุจิตร สุวรรมาดี, จ.ส.ต.ปณต เชื้อหมอ, ด.ต.ต่วนอูเซ็น ต่วนจาหลง ผบ.หมู่
กก.2 บก.ปคบ.

ร่วมกับเจ้าหน้าที่สารวัตรเกษตร และเจ้าหน้าที่สำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 5

ด้วยในช่วงฤดูเพาะปลูกที่เกษตรกรมีความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีและสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชเพิ่มสูงขึ้น กลุ่มผู้กระทำผิดบางส่วนได้ฉวยโอกาสลักลอบนำปุ๋ยเคมีและวัตถุอันตรายทางการเกษตร
ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายออกจำหน่ายให้แก่เกษตรกร โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทและพื้นที่เกษตรกรรมห่างไกล ซึ่งยากต่อการตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้า

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.2 บก.ปคบ.ร่วมกับเจ้าหน้าที่สารวัตรเกษตร และเจ้าหน้าที่สำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขต 5 เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นบ้านพัก 2 จุดในพื้นที่อำเภอเมืองนครสวรรค์ หลังสืบทราบว่ามีการลักลอบเก็บและกระจายปุ๋ยเคมีและวัตถุอันตรายที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน เพื่อจำหน่ายให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และจังหวัดใกล้เคียง มิหนำซ้ำ พบว่า ผู้ต้องหายังมีการขายปุ๋ยให้กับเกษตรกรในลักษณะการจ่ายเงินผ่อน

ซึ่งมีการเก็บอัตราดอกเบี้ยที่สูง ยกตัวอย่างเช่น หากขายปุ๋ยราคาท้องตลาดอยู่ที่ 200 บาท เกษตรกรผ่อนจากผู้ต้องหารายนี้จะต้องเสียต้นทุนประมาณ 300-400 บาท ทำให้ทั้งต้นทุนการผลิตและราคาสินค้าในท้องตลาดสูงขึ้นตามไปด้วย และสินค้าที่ได้รับเป็นสินค้าที่ไม่ได้มีการผ่านการขออนุญาตที่ถูกต้อง อาจจะทำให้ผลผลิต เกิดความเสียหาย และส่งผลกระทบ ทำให้ผลผลิตไม่มีคุณภาพ

ซึ่งผลการตรวจค้นพบปุ๋ยเคมีที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน จำนวน 59 รายการ และวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน จำนวน 31 รายการ รวมมูลค่าของกลางกว่า 4,369,300 บาท ซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านพักและรถกระบะจำนวน 7 คัน

จากการสอบสวน เจ้าของรับว่าปุ๋ยและสารเคมีทั้งหมดเป็นของตนเอง และมีการว่าจ้างพนักงานประมาณ 10 คน ใช้รถกระบะออกตระเวนเร่ขายตามหมู่บ้านและพื้นที่เกษตรกรรม โดยอาศัยฐานลูกค้าเดิม
ในหลายจังหวัด ทำให้สามารถเข้าถึงเกษตรกรได้โดยตรง และหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐ

นอกจากจะสร้างความเสียหายแก่เกษตรกรที่อาจได้รับสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานแล้ว การตระเวนเร่ขายในลักษณะดังกล่าวยังสร้างความเดือดร้อนและความกังวลให้กับประชาชนในชุมชนหลายพื้นที่ เนื่องจากมีการนำสารเคมีทางการเกษตรและวัตถุอันตรายมาเก็บและขนส่งผ่านพื้นที่ชุมชนโดยไม่มีการควบคุมที่เหมาะสม
ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐาน
1.ผลิตเพื่อการค้า หรือขาย ปุ๋ยเคมีที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่มิได้ขึ้นทะเบียน ตามมาตรา 30(5) ประกอบมาตรา 71 วรรคหนึ่ง และ 72 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ปุ๋ย พ.ศ. 2518 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 40,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2.ผลิต หรือ มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่มิได้ขึ้นทะเบียน
ตามมาตรา 45(4) ประกอบมาตรา 78 แห่ง พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3.มีวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 18(3) 23 ประกอบมาตรา 73 แห่ง พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ซึ่งปุ๋ยและวัตถุอันตรายที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายเหล่านี้ ไม่ได้ผ่านการตรวจวิเคราะห์คุณภาพจากหน่วยงานภาครัฐ จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีส่วนประกอบตรงตามที่ระบุบนฉลากหรือไม่ บางกรณีอาจมีธาตุอาหารไม่เพียงพอ หรือมีสารปนเปื้อนที่เป็นอันตราย ส่งผลให้เกษตรกรสูญเสียต้นทุน ผลผลิตเสียหาย และอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคในระยะยาว

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ขอฝากความปรารถนาดีและคำเตือนถึงพี่น้องเกษตรกรทุกท่าน
ในการเลือกซื้อปุ๋ยและสารเคมีทางการเกษตร ควรหลีกเลี่ยงการซื้อสินค้าจาก “รถกระบะเร่ขาย” ที่ไม่มีแหล่งที่ตั้งร้านค้าเป็นหลักแหล่งแน่นอน เนื่องจากเมื่อสินค้ามีปัญหาจะไม่สามารถเรียกร้องความเสียหายได้ โดยขอแนะนำให้เลือกซื้อจากร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ มีสถานที่ตั้งเป็นหลักแหล่งชัดเจน หรือร้านค้าที่ได้รับป้ายสัญลักษณ์ “ร้านค้าปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพมาตรฐาน (Q-Shop)” ของกรมวิชาการเกษตร
ก่อนซื้อควรกระทำตรวจสังเกตฉลากสินค้า ต้องเป็นภาษาไทยอย่างชัดเจน แสดงเลขทะเบียนปุ๋ยหรือเลขทะเบียนวัตถุอันตราย, ชื่อสามัญ, อัตราการใช้, ชื่อผู้ผลิตและสถานที่ตั้งอย่างระบุครบถ้วน

ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถตรวจสอบความถูกต้องของเลขทะเบียนผลิตภัณฑ์ได้ที่แอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ของกรมวิชาการเกษตร หากพบเบาะแสการลักลอบผลิตหรือเร่ขายปุ๋ยเถื่อน สารเคมีปลอม โปรดแจ้งสายด่วน บก.ปคบ.
โทร. 1135 หรือเพจเฟซบุ๊ก “กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค”

“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”