วันพุธ, มิถุนายน 24, 2026
ในประเทศ

นายกฯปรีดา สมาคมธุรกิจรถตู้ฯจับมือนายกฯอัสนี สมาคมผู้ประกอบการรถโดยสาร ทวงถามความคืบหน้าการแก้ปัญหาความเดือนร้อนของผู้ประกอบการสาธารณะ

นายกฯปรีดา สมาคมธุรกิจรถตู้ฯจับมือนายกฯอัสนี สมาคมผู้ประกอบการรถโดยสาร ทวงถามความคืบหน้าการแก้ปัญหาความเดือนร้อนของผู้ประกอบการสาธารณะ

วันที่ 24 มิถุนายน 2569 เวลา09.00 น. ที่กระทรวงคมนาคม เขตป้อมปราบฯ กทม.นายปรีดา มากมูลผล นายกสมาคมธุรกิจรถตู้ต่างจังหวัด,นายอัสนี เชิดชัย นายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์โดยสาร พร้อมผู้ประกอบการรถตู้โดยสาร,รถบัสโดยสารและรถร่วม บขส. เข้าติดตามความคืบหน้ากรณี

1.ขอให้เร่งรัด หน่วยงานที่รับผิดชอบ บริษัท ขนส่ง จำกัด ช่วยลดขั้นตอน เอกสารกลับไป กลับมา โดย บริษัท ขนส่ง จำกัด เป็นหน่วยงานของรัฐ ควบคุม กำกับดูแล ดำเนินการจัดเก็บค่าธรรมเนียม เดินรถ จากผู้ประกอบการรถร่วม ทุกเที่ยวเดินรถอยู่แล้ว ควรรับรองรายงานข้อมูลโดยไม่ต้องข้าง ให้หา เอกสารต่าง ๆ ที่ผู้ประกอบการรถร่วม ต้องไปดำเนินการนำมาแนบเสนอ ตามที่ต้องการเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งทำการให้เกิดความล่าช้า และอาจทำให้สูญเสียสิทธิในการรับเงินค่าชดเชยค่าโดยสารดังกล่าว ได้

2.ขอให้บริษัท ขนส่ง จำกัด หน่วยงานที่ควบคุม กำกับ ดูแล ผู้ประกอบการรถร่วม ดำเนินการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการเดินรถ (ชลบ. 302) เฉพาะเที่ยวที่มีการเดินรถจริง หาก รถโดยสาร คันใด เที่ยวเดินรถใด ไม่ได้มีการเดินรถ ไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมการเดินรถ (ขสบ.305) ให้กับบริษัท ขนส่ง จำกัด เนื่องจากไม่มีรายได้จากการเดินรถ และเพื่อความธรรม เป็นการช่วยเหลือ บรรเทาความ เดือดร้อน ลดภาระค่าใช้จ่าย

3.บริษัท ขนส่ง จำกัด ไม่ควร กำหนดนโยบายให้ผู้ประกอบการรถร่วม ให้ซื้อใบเวลา ไป-กลับ สำหรับเที่ยวเดินรถปกติ แต่กรณี มีการเสริมรถ กลับให้ซื้อเที่ยวไปเพียงอย่างเดียว และในเที่ยว กลับให้ไปซื้อค่าธรรมเนียม เป็นพาสวิน ทำให้ผู้ประกอบการฯ ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนและไม่สามารถ เดินรถเสริมในเที่ยวกลับได้

4.กรณีนายสถานีปลายทาง พนักงานในสังกัดของบริษัท ขนส่ง จำกัด แจ้งไม่ให้รถร่วม เสริมรถ โดยกำหนดให้ต้องรอให้รถของบริษัท ขนส่ง จำกัด (รถหมวด ๑๙๙) เต็มก่อน หรือบางสถานีให้ รถร่วมเสริมได้ แต่เฉพาะเที่ยวสุดท้ายของเที่ยววินในเส้นทางนั้น ๆ เข้าลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่ เป็นธรรมและทำให้ผู้ประกอบการรถร่วมเสียโอกาสในการให้บริการและสูญเสียรายได้จากการเดินรถ ซึ่งเป็นรายได้หลักของผู้ประกอบการรถร่วมทุกราย

ขอให้บริษัท ขนส่ง จำกัด พิจารณาทบทวนกฎ ข้อบังคับต่าง ๆ โดยเฉพาะระเบียบ และคู่มือรถร่วม พศ.2547 (แก้ไขครั้งที่ 1 พ.ศ. 2547) ให้มีความเป็นจริงกับปัจจุบัน เกิดสภาพบังคับใช้กับ ผู้ประกอบการรถร่วมตามกฎหมาย อีกทั้งปรับลดอัตราค่าปรับและค่าธรรมเนียมให้เกิดความเป็นธรรม เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเพื่อความโปร่งใส ควรจัดให้มีกลไกการตรวจสอบ ก่อนการพิจารณา โทษรวมถึงการขออุทธรณ์ ในความชอบธรรมต่อไปได้ รวมทั้งขอให้เปิดโอกาสให้ผู้แทนสมาคมฯ และ ผู้ประกอบการรถร่วม สามารถมีส่วนร่วมในการพิจารณา ทบทวนระเบียบและอัตราค่าปรับ เพื่อให้เกิด ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และเป็นไปตามระเบียบและคู่มือรถร่วม พ.ศ. 2547 (แก้ไขครั้งที่ 1 พ.ศ. 2547 ) ข้อ 5. ในกรณีมีปัญหาข้อโต้แย้งในการตีความ แต่งแต่งตัวแทนเข้าร่วมพิจารณา

โดยนายนายอัสนี ได้กล่าวว่า”ผู้ประกอบการจำนวนมากยังไม่ได้รับเงินชดเชยตามมาตรการตรึงค่าโดยสาร แม้จะดำเนินการยื่นเอกสารตามเงื่อนไขครบถ้วนแล้ว แต่ต้องส่งเอกสารแก้ไขหลายรอบ ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของกิจการนอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังสะท้อนปัญหาการบังคับใช้กฎระเบียบที่เห็นว่าไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะการปรับเพิ่มอัตราค่าปรับบางกรณีจากเดิมหลักร้อยหรือหลักพันบาทเป็นหลักหมื่นบาท เช่น กรณีจอดรับส่งผู้โดยสารนอกจุดที่กำหนด หรือกรณีขาดพนักงานต้อนรับบนรถโดยสารและยังเสนอให้ บขส. ทบทวนระเบียบรถร่วม พ.ศ.2547 ลดขั้นตอนเอกสารที่ซ้ำซ้อน ปรับการจัดเก็บค่าธรรมเนียมให้สอดคล้องกับเที่ยววิ่งจริง และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการมีส่วนร่วมในการพิจารณาแก้ไขกฎระเบียบ รวมถึงจัดให้มีกลไกอุทธรณ์เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการบังคับใช้กฎหมาย โดยจะให้เวลากระทรวงคมนาคม 1 เดือน ในการแก้ไขปัญหา แต่ถ้ายังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เราก็ต้องเดินทางไปทำเนียบ เพื่อพูดให้นายกฯรับทราบถึงปัญหาต่อไป”

ด้านนายปรีดา ได้กล่าวว่า””พูดถึงรถใหญ่นะครับ ใบเวลาเนี่ย เวลาเราไป เราซื้อขาไปนะฮะ ขากลับเราซื้อไม่ได้ ต้องให้รถ 99 เต็มก่อน ผมยกตัวอย่างว่า อย่างถ้าจะไปนครชัยหรือจะไปเชิดชัย ต้องรอให้รถ 99 เต็มก่อนเหรอ เราต้องไปซื้อเวลาการเดินทางเหรอ แล้วซื้อเป็นเวลาไม่ได้ใช่มั้ยฮะ ธรรมดาสมัยก่อนเราก็จะมีเสริมรถเรา เสริมรถเราก็ซื้อได้นะครับ ซื้อได้ มาได้ ไปไหนได้ เพราะผู้โดยสารเราเยอะกว่า คุณออกรถมาใช่มั้ย คุณเป็นบริษัทแม่ใช่มั้ย บริษัทที่ใหญ่ที่ดูแลพวกเรา พูดกันง่ายๆ ต้องแบ่งกันหากิน ผมพูดตรงๆ เลยนะ ถ้าพวกผมเนี่ยไม่อยากอยู่บริษัทขนส่ง อยากขึ้นตรงกับกรมการขนส่งทางบกนะ คือไม่ต้องมาเป็นทาสของ บขส.เลย พูดตรงๆ เลยนะ บขส.ได้เงินจากผม จากพวกผมเนี่ยวันละเท่าไหร่ทั่วประเทศไทย ให้ บขส.ไปหากินคนเดียวพอเลี้ยงพนักงานมั้ย ถามแค่เนี้ย บขส.ยิ่งลดเอาเลย ไม่พอเลี้ยงพนักงาน ถ้าไม่เอาเงินจากพวกผมนี่แหละ ค่าใช้เวลาค่าขาเนี่ยนะ แล้วการปรับเนี่ย ผมพูดตรงๆ การปรับเนี่ย เค้ามีคนบทลงโทษนะ นักโทษน่ะนะ ใช่มั้ยฮะ เวลาโดนศาล โดนศาลสืบปรับ มีศาลมีตั้งสามครั้ง มีศาลอุทร มีศ่ลฎีกา มีศาลอะไรต่ออะไร ไอ้นี่ปรับอย่างเดียว มันต้องเรียกไปคุยก่อน เออนี่นะ แบบนี้นะ คุณผิดนะต้องเรียกคุยกันก่อน”

ต่อมาเวลา09.30 น.นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ได้เดินทางมาเป็นประธานในการประชุมหารือกรณีดังกล่าว โดยมีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงคมนาคม,อธิบดีกรมขนส่งทางบก, บขส.,ผู้ประกอบการรถยนต์โดยสาร,ผู้ประกอบการรถตู้โดยสาร,รถบัสโดยสารและรถร่วม บขส. เข้าร่วมประชุมหารือถึงปัญหาดังกล่าว

หลังจบการประชุมนายสิริพงศ์ ได้เปิดเผยว่า”หลังจากการหารือกับผู้ประกอบการแล้ว กระทรวงคมนาคมรับทราบข้อกังวลของผู้ประกอบการ และกำลังเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยได้ให้ บขส. ตรวจสอบเอกสารการขอรับเงินชดเชยส่วนต่างค่าโดยสารแล้ว และจะทยอยโอนเงินให้ผู้ประกอบการภายในสัปดาห์นี้ต่อเนื่องถึงสัปดาห์หน้าและกระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างพิจารณาทบทวนบทลงโทษบางกรณีที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานการให้บริการ ซึ่งอาจมีการผ่อนปรนในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวได้ สำหรับในเรื่องของค่าปรับบางกรณีที่ไม่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย อาจมีการพิจารณาผ่อนปรนตามความเหมาะสม แต่เรื่องความปลอดภัยของผู้โดยสารยังต้องบังคับใช้อย่างเข้มงวด ส่วนมาตรการที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย เช่น การออกนอกเส้นทาง การทิ้งผู้โดยสาร หรือการกระทำที่กระทบต่อความปลอดภัยในการเดินทาง จะยังคงดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเน้นเรื่องความปลอดภัย เป็นสิ่งที่กระทรวงคมนาคมไม่สามารถผ่อนปรนได้ ดังนั้นข้อเสนอให้ขยายอายุรถตู้โดยสารหรือชะลอการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถมินิบัส จะต้องพิจารณาภายใต้หลักความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ”