กองปราบไม่รอช้า ประสานข้อมูลกับสืบสวน สภ.กระสัง “รวบสามีใหม่ยาย ข่มขืนหลานสาวนานนับปี
กองปราบไม่รอช้า ประสานข้อมูลกับสืบสวน สภ.กระสัง
“รวบสามีใหม่ยาย ข่มขืนหลานสาวนานนับปี”
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม, พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา, พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.สมเดช สาระบรรณ์, พ.ต.ท.พชรเดช บุญฤทธิ์, พ.ต.ท.กฤษฎา พลายละหาร, พ.ต.ท.รัฐวิรุฬห์ จันทสุบรรณ และ
พ.ต.ท.ปภินวิทย์ อุดมพร รอง ผกก.1 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.ธีรเดช อรุณนพรัตน์ สว.กก.1 บก.ป., ร.ต.อ.จริวัฒน์ ประสพพรพิบูลย์, ร.ต.อ.วรัญชัย สุขยิ่ง รอง สว.กก.1 บก.ป. พร้อมข้าราชการตำรวจ ชป.12 กก.1 บก.ป.
ร่วมกันจับกุม นายสุพุทธฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ 222/2569 ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบสามปี ผู้อยู่ในปกครอง ซึ่งมิใช่ภรรยาตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิดสิบสามปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือทำให้เด็กนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคอื่น และพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล
เพื่อการอนาจาร”
สถานที่จับกุม ไซต์งานก่อสร้าง ถ.สุขสวัสดิ์ เทศบาลเมืองลัดหลวง อ.พระประแดง
จ.สมุทรปราการ
ด้วยเมื่อประมาณเดือน เมษายน 2568 นางสุพิน ยายของ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ)
อายุ 12 ปี ในขณะนั้น ได้ย้ายไปอยู่กับนายสุพุทธฯ ซึ่งเป็นสามีใหม่ของนางสุพิน โดยนางสุพินนั้น
ได้พา ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) ไปอาศัยอยู่ด้วย ต่อมาเมื่อนางสุพิน ไม่อยู่บ้านไปทำงานต่างจังหวัด นายสุพุทธฯ อาศัยอยู่กับ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) เพียง 2 คน ได้ฉวยโอกาสลวนลามกระทำอนาจารตั้งแต่เดือน มิถุนายน 2568 เรื่อยมาต่างกรรมต่างวาระกัน รวม 17 ครั้ง

ต่อมาวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) จึงได้บอกความจริงกับญาติ ญาติจึงพาเข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายสุพุทธฯ โดยพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับ
จนกระทั่งชุดสืบสวน กก.1 บก.ป. และชุดสืบสวน สภ.กระสัง ได้แกะรอยจนทราบแน่ชัดว่านายสุพุทธ หลังจากก่อเหตุแล้วได้หลบหนีออกจากพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ และได้หลบหนีไปอยู่ที่ไซต์งานก่อสร้างแห่งหนึ่งใน อ.พระประแดง จว.สมุทรปราการ
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบนายสุพุทธ ยืนอยู่หน้าไซด์งานก่อสร้าง จึงได้แสดงตัวและเข้าทำการจับกุมตัวผู้ต้องหา และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน
สภ.กระสัง ดำเนินคดีในข้อหา “กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบสามปี ผู้อยู่ในปกครอง ซึ่งมิใช่ภรรยาตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิดสิบสามปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ
โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือทำให้เด็กนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น และพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร”
สอบถามคำให้การผู้ต้องหา
เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
เตือนภัย ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม ขอประชาสัมพันธ์
เตือนภัยผู้ปกครองและประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการดูแลเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะกรณีที่เด็กต้องอาศัยอยู่กับบุคคลอื่น หรืออยู่ตามลำพังกับผู้ใหญ่ที่ไม่ใช่บิดามารดาเป็นเวลานาน
คดีนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า ผู้กระทำความผิดทางเพศต่อเด็กมักเป็นบุคคลใกล้ชิด บุคคลในครอบครัว หรือบุคคลที่เด็กให้ความไว้วางใจ จึงอาจทำให้เด็กไม่กล้าเปิดเผยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอให้ผู้ปกครองหมั่นสังเกตพฤติกรรมและสภาพจิตใจของบุตรหลาน หากพบความผิดปกติ
เช่น มีความหวาดกลัวบุคคลใดเป็นพิเศษ เก็บตัว ซึมเศร้า หรือไม่ต้องการอยู่ใกล้บุคคลบางคน ควรสอบถามและให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ ควรสอนเด็กให้รู้จักสิทธิในร่างกายของตนเอง กล้าปฏิเสธการสัมผัสที่ไม่เหมาะสม และรีบแจ้งผู้ปกครอง ครู หรือเจ้าหน้าที่ที่ไว้วางใจได้เมื่อเกิดเหตุ
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”
