สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์องค์การโทรศัพท์ รวมตัวร้องกองปราบ รับโอนคดี อดีตผู้บริหารร่วมพวก ปลอมแปลงเอกสารยักยอกเงินสหกรณ์กว่า 150 ล้านบาท หลังแจ้งตำรวจท้องที่แต่คดีไม่คืบหน้า ทั้งที่เอกสารหลักฐานชัด
สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์องค์การโทรศัพท์ รวมตัวร้องกองปราบ รับโอนคดี อดีตผู้บริหารร่วมพวก ปลอมแปลงเอกสารยักยอกเงินสหกรณ์กว่า 150 ล้านบาท หลังแจ้งตำรวจท้องที่แต่คดีไม่คืบหน้า ทั้งที่เอกสารหลักฐานชัด
เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นางพัชราวลัย เกียรติณรงค์รบ อายุ 61 ปี สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ผู้ปฏิบัติงาน ทศท. คอเปอร์เรชั่น จำกัด (องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย) พร้อมพวกรวมประมาณ 10 คน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อร้องขอความเป็นธรรมให้ช่วยตรวจสอบพฤติกรรมของอดีตผู้บริหารสหกรณ์ออมทรัพย์ ทศท. ฯ เนื่องจากพบว่า มีพฤติกรรมเข้าข่ายทุจริตปลอมแปลงเอกสารสมาชิกเพื่อยักยอกเงินขององค์กรไปใช้ส่วนตัว จนเกิดเป็นความเสียหายกว่า 150 ล้านบาท หลังก่อนหน้านี้เคยนำเรื่องเข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้วที่ สน.ทุ่งสองห้อง แต่กลับไม่มีความคืบหน้าทางคดีเท่าที่ควร
นางพัชราวลัย กล่าวว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ มีการตรวจพบความผิดปกติเกี่ยวกับเงินคงเหลือของสหกรณ์ที่สูญหายไปจากระบบจำนวนมาก จนมีการตรวจสอบอย่างละเอียด ก่อนพบว่า มีอดีตผู้บริหารของสหกรณ์ท่าหนึ่งพร้อมพวก ได้ร่วมกันจัดทำเอกสารเงินกู้ฉุกเฉินของสมาชิกสหกรณ์เท็จขึ้นมาโดยพลการ โดยที่สมาชิกเหล่านั้นไม่ทราบเรื่อง จำนวน 1,300 ฉบับ เพื่อทำการทุจริตยักยอกเงินของสหกรณ์ออกไปใช้จ่ายส่วนตัว จนเกิดเป็นความเสียหายรวมกว่า 150 ล้านบาท โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568-ต้นปี 2569
“หลังตรวจสอบพบ ทางสหกรณ์ก็ได้มีการสั่งปลดอดีตผู้บริหารคนดังกล่าวออกจากตำแหน่งไปเมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2569 ที่ผ่านมา พร้อมกับตั้งทีมคณะบริหารงานสหกรณ์ชุดใหม่ขึ้นมา แต่ทว่าจนถึงตอนนี้การดำเนินการของทางคณะผู้บริหารชุดใหม่ในการเร่งรัดติดตามเงินสหกรณ์กลับคืน หรือ การดำเนินคดีทางกฎหมายกับอดีตผู้บริหาร นั้นก็ยังไม่มีความคืบหน้าหรือความชัดเจนใดๆ”
นางพัชราวลัย จากเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อสมาชิกสหกรณ์เป็นอย่างมาก เนื่องจากปัจจุบันสมาชิกจำนวนมากไม่ได้รับเงินปันผล หรือ เบิกถอนเงินหรือหุ้นของตนเองกลับคืนออกจากสหกรณ์ได้ เนื่องจากสหกรณ์ขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างหนัก ทำให้ทรัพย์ต่างๆของสมาชิกไม่ว่าจะเป็นหุ้น หรือ เงินออมทรัพย์ ที่ฝากไว้กับสหกรณ์ ตั้งอยู่บนความเสี่ยง

“ส่วนเหตุผลที่เลือกมาร้องขอความเป็นธรรมกับตำรวจกองปราบในวันนี้ ก็เพื่ออยากให้ทางกองปราบช่วยรับโอนคดีจาก สน.ทุ่งสองห้อง มาดำเนินการแทน เพราะคดีผ่านมาหลายเดือน กลับยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ปัจจุบันคนกระทำผิดก็ยังใช้ชีวิตปกติ หรือ ได้รับบทลงโทษตามกฎหมายแต่อย่างใด”
