วันเสาร์, มิถุนายน 20, 2026
Latest:
ในประเทศ

รวบปลัดอำเภอกำมะลอ ตุ๋นเหยื่อสูญกว่า 2 แสน อ้างเส้นสายใหญ่ฝากเข้าราชการ

รวบปลัดอำเภอกำมะลอ
ตุ๋นเหยื่อสูญกว่า 2 แสน อ้างเส้นสายใหญ่ฝากเข้าราชการ

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล.,พ.ต.อ.สาธิต สมานภาพ ผกก.5 บก.ทล., พ.ต.ท.มงคล นนท์ธีระโรจน์ , พ.ต.ท.ดร.เจต จึงประเสริฐศรี รอง ผกก.5 บก.ทล.

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ส.ทล.2 กก.5 บก.ทล. นำโดย พ.ต.ท.เกียรติพร สวัสดิเทพ สว.ส.ทล.2 กก.5 บก.ทล.ร.ต.อ.สยาม วงค์สม , ร.ต.อ.แสงทัย วังสะปัญญา, ร.ต.อ.สุชาติ เรือนวงค์ รอง สว.ส.ทล.2 กก.5 บก.ทล. , ร.ต.ท.จรูญโรจน์ สีตื้อ, ร.ต.ท.ณัฐวุฒิ เถื่อนรอด, ร.ต.ท.วัชระ นาคแก้ว, ร.ต.ท.ทวัตร พิยะเดช รอง สว.(ป.) ส.ทล.2 กก.5 บก.ทล., ด.ต.ทรัพย์มงคล มูลกลาง, ด.ต.ชยากร ใจการ,จ.ส.ต.กฤษฏา เรือนสอน,จ.ส.ต.หญิง สุตากา เครือคำน้อย,ส.ต.ท.เตชวัต ลีนาราช ผบ.หมู่ ส.ทล.2 กก.5 บก.ทล. และ ,ส.ต.อ.กล้าณรงค์ แสนแทน ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล. ปฏิบัติราชการ ส.ทล.2 กก.5 บก.ทล.

ร่วมกันจับกุมตัว นายมนัส (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี
โดยต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน
1.“แสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน และกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน โดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น(ปลัดอำเภอ)”
2. “สวมเครื่องแบบโดยไม่มีสิทธิที่จะสวมเครื่องแบบหรือประดับเครื่องหมายของเจ้าพนักงาน หรือไม่มีสิทธิใช้ยศตำแหน่ง เครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือสิ่งที่หมายถึงเครื่องราชอิสริยาภรณ์ กระทำการเช่นนั้นเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิ (เครื่องแบบปลัดอำเภอ)”
3. “ ใช้เครื่องหมายราชการโดยไม่ได้รับอนุญาต ”
4. “ มีเครื่องวิทยุสื่อสารไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ”
5. “ ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม ”
6. “ ใช้สัญญาณไฟวับวาบโดยไม่ได้รับอนุญาต ”

พร้อมด้วยของกลาง
1.รถยนต์ส่วนบุคคลยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน จว-5XXX เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน

2. กุญแจรถ จำนว ๑ ดอก
3. แผ่นป้ายแม่เหล็กเครื่องหมายกรมการปกครอง จำนวน 2 แผ่น
4. แผ่นป้ายแม่เหล็ “ปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองส่วนกลาง” จำนวน 2 แผ่น
5. วิทยุสื่อสารสีดำ ยี่ห้อ MOTOROLA จำนวน 1 เครื่อง
6. วิทยุสื่อสารสีดำ ยี่ห้อ commander จำนวน 1 เครื่อง
7. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ infinix จำนวน 1 เครื่อง
8.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ ซัมซุง จำนวน 1 เครื่อง
9.แทปเล็ต จำนวน 1 เครื่อง

10.เอกสารราชการปลอม ดังนี้
10.1เอกสารผู้ว่าราชจังหวัดตากแต่งตั้งหมวดเอก ภูมิพัฒน์ ฯ ปฏิบัติหน้าที่ภารกิจสายตรวจ
10.2.เอกสารคำสั่งจังหวัดแต่งตั้ง ภูมิพัฒน์ฯ ออกตรวจปฏิบัติหน้าที่ตามสถานบันเทิงเพื่องดใช้เสียง
10.3.เอกสารคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน
10.4.เอกสารคำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงมหาไทย
10.5.หนังสือร้องเรียนมูลนิธิตากร่วมใจสงเคราะห์
10.6.ภาพถ่ายสวมเครื่องแบบปลัดอำเภอ
สถานที่จับกุม บนถนน ทล.1 กม.688 ต.วังพร้าว อ.เกาะคา จว.ลำปาง

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 14.00 น. ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงลำปางปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจบนทางหลวงหมายเลข 1 บริเวณกิโลเมตรที่ 688 ตำบลวังพร้าว อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง ได้ตรวจพบรถยนต์ส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ขับมาด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

จึงเรียกให้หยุดตรวจสอบ พบว่ารถคันดังกล่าวติดตั้งอุปกรณ์และสัญลักษณ์ที่แสดงตนคล้ายเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทั้งไฟสัญญาณฉุกเฉิน เสาวิทยุสื่อสาร ป้ายข้อความ “บก.ปพ.” รวมถึงตราสัญลักษณ์กรมการปกครองและป้าย “ปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองส่วนกลาง”

ภายในรถมีผู้โดยสารรวม 3 คน โดยชายที่แสดงตนเป็น “ปลัดอำเภอเมืองเชียงใหม่” สวมเสื้อกั๊กปักชื่อ “ภูมิพัฒน์ ฯ ปลัดอำเภอ” ไม่สามารถแสดงบัตรประจำตัวข้าราชการหรือเอกสารยืนยันตัวตนได้ เมื่อตรวจสอบร่วมกับฝ่ายปกครองพบว่าไม่มีบุคคลดังกล่าวอยู่ในสารบบราชการแต่อย่างใด

ก่อนเจ้าหน้าที่จะตรวจค้นรถและพบเครื่องแบบปลัดอำเภอ วิทยุสื่อสารที่ไม่มีใบอนุญาต ตลอดจนเอกสารราชการปลอมหลายรายการ

จากการแยกสอบปากคำบุคคลที่เดินทางมาด้วยกัน คือ นายพัฒนศิริฯ และนายชยังกูรฯ ซึ่งเป็นบิดาและบุตร ให้การสอดคล้องกันว่า รู้จักกับนายมนัสฯ ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 หลังเข้ามาเช่าห้องพักรายเดือนในจังหวัดตาก

โดยนายมนัสฯ อ้างตัวเป็นปลัดอำเภอและกล่าวว่ามารดาเป็นข้าราชการระดับสูง สามารถช่วยฝากเข้ารับราชการและช่วยเหลือเรื่องการเลื่อนตำแหน่งของบุคคลในครอบครัวได้ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ นายมนัสฯ มักแต่งกายด้วยเครื่องแบบปลัดอำเภอ ถ่ายภาพร่วมกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งสร้างบัญชีไลน์ปลอมแอบอ้างเป็นมารดาที่อ้างว่ารับราชการชั้นผู้ใหญ่ ใช้ติดต่อพูดคุยกับครอบครัวผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง

จนทำให้หลงเชื่อสนิทใจ และทยอยมอบเงินให้ตามคำร้องขอ โดยอ้างว่าจะนำไปใช้ซื้อของฝากหรือดำเนินการกับผู้ใหญ่ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 200,000 บาท

ในวันเกิดเหตุ นายมนัสฯ ได้ขับรถไปรับนายพัฒนศิริฯ และนายชยังกูรฯ จากจังหวัดตาก โดยอ้างว่าจะพาไปพบผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งสองจึงร่วมเดินทางมาด้วยความเชื่อถือ

กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเรียกตรวจสอบและพบข้อเท็จจริงทั้งหมดว่า นายมนัสฯ มิได้เป็นปลัดอำเภอตามที่กล่าวอ้าง และไม่มีมารดาเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ตามที่ใช้หลอกลวงแต่อย่างใด ภายหลังผู้เสียหายได้รวบรวมพยานหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดี

ขณะที่การตรวจสอบเบื้องต้นยังพบว่า ผู้ต้องหารายนี้มีพฤติการณ์แอบอ้างเป็นปลัดอำเภอกับบุคคลอื่นอีกหลายรายในพื้นที่จังหวัดตากและจังหวัดใกล้เคียง ก่อนถูกเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะคา จังหวัดลำปาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป