นนทบุรี ต่อข่าว ยายวัย 88 เล่านาทีเฉียดตาย เรือโยงชนเสาไฟทับบ้านพังยับหวิดถูกทับคาเตียง
เมื่อเวลา 08.20 น. วันที่ 27 พ.ค. 69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้ากรณีเรือโยงบรรทุกไม่ทราบชนิดพุ่งชนเสาไฟฟ้าริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหมู่ 1 ต.เกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จนเสาไฟฟ้าเอนทับบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายหลัง และส่งผลให้ไฟฟ้าดับเกือบทั้งชุมชน
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่ 33-34/1 หมู่ 1 ต.เกาะเกร็ด ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว พบเสาไฟฟ้าเอนพาดตัวบ้าน สภาพหลังคาและฝ้าเพดานได้รับความเสียหาย โดยได้เข้าพบ น.ส.เพ็ญศรี กรอบบาง อายุ 70 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 33 และนางทวน ชื่นพันธ์ หรือยายป้อม อายุ 88 ปี ซึ่งอาศัยอยู่เพียงลำพังและไม่สามารถเดินได้ เกือบถูกบ้านถล่มทับ
น.ส.เพ็ญศรี เปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุประมาณตี 5 เรือโยงได้พุ่งชนเสาไฟฟ้า จนเสาไฟฟ้าบริเวณบ้านหลังสีเขียวเกือบล้มลงมา โดยสายไฟได้พาดเข้ามาที่บ้านของน้า ส่วนบ้านของตนได้รับความเสียหายบริเวณด้านข้าง หลังคาแตกร้าว ฝ้าเพดานถล่มลงมา และไฟดับทันที โชคดีที่หม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ซึ่งอยู่หน้าบ้านไม่ระเบิด ไม่เช่นนั้นอาจเกิดความเสียหายรุนแรงมากกว่านี้
น.ส.เพ็ญศรี กล่าวอีกว่า หากมีการซ่อมหรือเปลี่ยนหม้อแปลงใหม่ ก็ไม่อยากให้มาติดตั้งไว้หน้าบ้านอีก ตอนนี้ยังไม่กล้าเข้าไปในบ้าน เพราะต้องรอให้ช่างเข้ามาตรวจสอบก่อน เนื่องจากมีกระเบื้องหล่นลงมาและยังไม่แน่ใจว่าโครงสร้างหลังคาร้าวหรือไม่ ตอนเกิดเหตุตนตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก รีบวิ่งหนีออกจากบ้าน แต่ระหว่างวิ่งเสียหลักล้มอยู่ภายในบ้าน ก่อนที่หลานจะเข้ามาช่วยประคองออกมา เพราะกลัวถูกไฟช็อตจากเสาไฟฟ้าที่ล้มลงมา พร้อมระบุว่าโชคดีที่เสาไฟไม่ล้มทับยายข้างบ้านที่นอนอยู่ใกล้ผนังบ้าน ไม่เช่นนั้นอาจเสียชีวิตได้
ด้านนางทวน ชื่นพันธ์ หรือยายป้อม อายุ 88 ปี เล่านาทีเฉียดตายว่า ขณะเกิดเหตุตนนอนอยู่บนเตียง กระทั่งเวลาประมาณ 05.30 น. ได้ยินเสียงดัง “ปึ้งๆ” หลายครั้ง จึงรีบลุกลงจากเตียง ก่อนจะเห็นเสาบ้านเอนลงมา ทำให้ตกใจอย่างมาก พร้อมพูดด้วยอาการสั่นเครือว่า “ไม่น่าเชื่อ พูดแล้วยังขนลุก” จากนั้นรีบตะโกนเรียกให้เข้ามาช่วยเหลือ

ยายป้อมยังบอกอีกว่า บ้านเรือนบริเวณดังกล่าวได้รับความเสียหายหลายหลัง ปัจจุบันเรือเหล็กที่วิ่งผ่านมีทั้งขนาดใหญ่และยาวกว่าในอดีต ต่างจากเมื่อก่อนที่เรือมีขนาดเล็กกว่านี้ ตนเกิดและเติบโตอยู่ริมน้ำ เห็นเรือโยงแล่นผ่านทุกวัน แต่ไม่เคยเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน หลานเคยชวนไปอยู่ที่อื่น แต่สุดท้ายก็กลับมาอยู่บ้านเกิด เพราะรักที่นี่ โชคดีที่ครั้งนี้ไม่ได้รับบาดเจ็บ แม้ตนจะไม่สามารถเดินได้ก็ตาม










