บช.ปส.ทลายแก๊งเวียดนามผลิตกัญชาเถื่อน ซุกโกดังย่านบางบอน ส่งออกต่างประเทศ กิโลละ2แสนบาท
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 26 พ.ค. พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วรพจน์ ดิษยบุตร รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผบก.ปส.1 ร่วมกับ อย.นำโดย ภก.ฉัตรชัย พานิชศุภกรณ์ ผอ.กองคุมวัตถุเสพติด กรมการแพทย์แผนไทยปฏิบัติการ นายอนิรุธ วงษ์ศรีเพ็ง แพทย์แผนไทย น.ส.อัญญกานต์ จันทรสวัสดิ์ นิติกร ได้นำหมายค้นของศาลอาญาธนบุรีที่ 101/2569 ลงวันที่ 25 พ.ค.69 เข้าตรวจค้นโกดังเลขที่ 44/3 ถนนบางบอน 5 ซอย 3 แขวงบางบอนเหนือ เขตบางบอน กรุงเทพฯภายหลังรับแจ้งว่าเปิดเป็นที่ลักลอบผลิตยาเสพติด
ที่เกิดเหตุเป็นโกดังปูน 2 ชั้น กลิ่นกัญชาฟุ้งออกมาด้านหน้า ด้านในเปิดแอร์เย็นฉ่ำทั้งโกดังชั้นล่างแบ่งเป็นห้อง 5 ห้อง ชั้น 2 แบ่งเป็น 3 ห้อง ทั้งบ้านถูกบุด้วยฉนวนกันความร้อน ห้องแรกเป็นห้องเก็บกัญชา ห้องที่ 2 ห้องปั่นกัญชา ห้องที่ 3 เป็นห้องกดอัดขึ้นแท่งกัญชา ห้องที่ 4 เป็นห้องแช่เย็นกัญชา ห้องที่ 5 เป็นห้องเก็บกัญชา ส่วนด้านบนเป็นห้องพัก พบคนงานกำลังทำงาน 4 คนประกอบด้วย นายเหงียน ทัว น่า อายุ 51 ปี น.ส.แพม ไท ดุง อายุ 49 ปี นายโด ฟาน ฮวง อายุ 45 ปี และนายโว แวน แอม อายุ 39 ปี ทั้งหมดเป็นชาวเวียดนาม จึงควบคุมตัวไว้สอบสวน โดยสามารถยึดช่อดอกกัญชาได้ 442 ก.ก. แฮช (ยางกัญชา 20 ก.ก. โรซิป 2 ก.ก. เรซิ่นแบบขี้ผึ้ง 2.5 ก.ก. กัญชาป่น 8.7 ก.ก. ตู้แช่ 2 ตู้ เครื่องกดอีด 5 เครื่อง เครื่องปั่นกัญชา 1 เครื่อง รวมมูลค่าเกือบ 4 ล้านบาท
พล.ต.ท.อาชยน กล่าวว่า บก.ปส.1 ได้สืบสวนตรวจสอบกลุ่มคนต่างด้าวที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด และดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดในพื้นที่บางบอน ประกอบกับได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน เรื่องกลิ่นกัญชาที่ออกมาจากโกดังแห่งนี้ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนบริเวณใกล้เคียง มีอาการป่วย ปวดศีรษะ ไอ และแสบจมูก โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุ ประกอบกับมีคนทำงานตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งยังส่งเสียงดังรบกวนอย่างต่อเนื่อง
จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพบโกดังมีลักษณะปิดทึบ ปิดบังสายตาจากภายนอก มีการติดตั้งระบบระบายอากาศ และเครื่องปรับอากาศจำนวนมาก พบวัสดุ อุปกรณ์ และสารที่เชื่อว่าใช้ในการแปรรูปและสกัดกัญชา รวมถึงไม่พบใบอนุญาตการปลูก แปรรูปหรือจำหน่ายกัญชา จากการขยายผลขบวนการนี้ได้เริ่มทำการผลิตกัญชาในโกดังนี้มาได้ 3 เดือน โดยรับซื้อช่อดอกกัญชามาจากฟาร์มปลูกกัญชา จากนั้นเอามาเข้ากระบวนการผลิตแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อส่งขายไปประเทศในทวีปยุโรป ราคาส่ง ก.ก.ละประมาณ 22,000 บาท ไปถึงมือลูกค้าจะราคา ก.ก. ละประมาณ 1 แสนบาท ซึ่งการจับกุมครั้งนี้นับว่าเป็นการทลายแก๊งคนต่างชาติลักลอบเข้ามาทำผิดโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ซึ่งก่อนหน้านี้โกดังแห่งนี้ อยู่ด้วยกัน 5 คน ซึ่งทุกคนเรียกว่าบอส เป็นชาวเวียดนามเช่นกัน แต่เพิ่งเดินทางไปติดต่อการค้ากับลูกค้าชาวโมร็อกโค ได้ไม่กี่วันนี้เอง จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง บช.ปส.ดำเนินคดีข้อหา ร่วมกันผลิตยาเสพติดให้โทษประเภทที่5 (สารสกัดกัญชา)โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประช่าชน ร่วมกันในพฤติการณ์ในการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติในพฤติการณ์ร่วมกันผลิตและจำหน่ายยาเสพติดฯและฝ่าฝืนจำหน่าย หรือ แปรรูปสมุนไพรควบคุม(กัญชา)เพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต.
/////











