กาบังโมเดล เปิดมหกรรม ตาดีกาสัมพันธ์ ครั้งที่ 14 หลอมรวมพลังชุมชน ชูอัตลักษณ์มลายู-รณรงค์ต้านยาเสพติด สืบสานวิถีเกษตรยั่งยืน ดึงเยาวชนคืนถิ่นพัฒนาบ้านเกิด
วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ณ สนามโรงเรียนกาบังพิทยาคม หมู่ที่ 5 ตำบลกาบัง อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา ได้มีการจัดพิธีเปิดโครงการ “ตาดีกาสัมพันธ์ตำบลกาบัง ครั้งที่ 14 ประจำปี 2569” อย่างยิ่งใหญ่ โดยมี นายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต 2 ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายอัมรันท์ บากา นายอำเภอกาบัง และ นายอับดุลอาซิ ดือราแม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกาบัง (อบต.กาบัง) ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดงาน ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ทุกภาคส่วน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำศาสนา คณะกรรมการมัสยิด ชมรมตาดีกาตำบลกาบัง และ “ครอบครัวกาบัง” หลั่งไหลเข้าร่วมกิจกรรมอย่างเนืองแน่นกว่า 1,000 คน บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและเปี่ยมไปด้วยพลังสามัคคี
◇ อลังการขบวนพาเหรดอัตลักษณ์มลายู-แฟนซีวิถีเกษตร ผสานนวัตกรรมสู้ภัยยาเสพติด ◇
ไฮไลต์สำคัญที่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ร่วมงาน คือขบวนพาเหรดสุดอลังการของเด็กและเยาวชนจากศูนย์ตาดีกาในพื้นที่ตำบลกาบัง ทั้ง 14 แห่ง ที่พร้อมใจกันแต่งกายด้วย “ชุดมลายูถิ่น” อันเป็นเอกลักษณ์งดงาม เพื่อฟื้นฟูและสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมที่ดีงาม ควบคู่ไปกับการเดินรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดทุกประเภทอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ ยังมีขบวนแฟนซีสะท้อนวิถีชีวิตดั้งเดิมของบรรพบุรุษ โดยความร่วมมือระหว่างผู้ปกครองและชุมชน ที่ช่วยกันถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านการจำลองวิถีทำกิน เช่น การปลูกข้าว และวิถีหาปลา
นายอับดุลอาซิ ดือราแม นายก อบต.กาบัง ได้กล่าวแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ในพื้นที่ว่า
“จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ และภัยแทรกซ้อนจากสิ่งเสพติดรวมถึงอบายมุขต่างๆ เป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันรับผิดชอบเพื่อปกป้องลูกหลานของเรา อบต.กาบัง จึงได้จัดกิจกรรมนี้ขึ้นเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน โดยเรามุ่งปลูกฝังให้เยาวชนรู้จักรากเหง้าและอาชีพบรรพบุรุษ นำวิถีเกษตรกรรมดั้งเดิมมาผสมผสานกับการคิดค้นทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อให้เท่าทันโลก และสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขากลับมาพัฒนาบ้านเกิด นำพาอำเภอกาบังไปสู่การเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่ยั่งยืนและพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต”
◇ เสริมทักษะรอบด้าน: กีฬาสร้างวินัย ศาสนานำจิตใจผุดผ่อง ◇
สำหรับกิจกรรมภายในงานแบ่งออกเป็นหลายภาคส่วน เพื่อพัฒนาศักยภาพของเยาวชนทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างสมบูรณ์ ประกอบด้วย 1.กิจกรรมทางศาสนาและการประกวดวิชาการ : การอ่านอัลกุรอาน, การขับร้องอนาชีด, การประกวดอัล-ซายาะ, ซาเราะห์, การบรรยายธรรม, การแข่งขันทอบปัญหา และการประกวดคัดลายมือรวมถึงเรียงความภาษามลายู 2.ภาคสนามและการแข่งขันกีฬา : เพื่อส่งเสริมสุขภาพและรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย อาทิ กีฬาฟุตบอล, วอลเลย์บอล และเซปักตะกร้อ รวมถึงการแสดงบนเวทีที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้แสดงออกอย่างมั่นใจและสร้างสรรค์
◇ นายอำเภอกาบังเล็งเปิดด่านชายแดน ชี้กิจกรรมชุมชนคือ “อาหารเสริม” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว ◇

ทางด้าน นายอัมรันท์ บากา นายอำเภอกาบัง ได้กล่าวชื่นชมการจัดงานของ อบต.กาบัง ในครั้งนี้ว่า กิจกรรมที่เกิดขึ้นถือเป็น “อาหารเสริม” ชิ้นสำคัญที่ทำให้ชุมชนเติบโตอย่างแข็งแรง เป็นภาพลักษณ์เชิงบวกที่ส่งออกไปให้คนภายนอกได้รับรู้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ ยิ่งไปกว่านั้น ในอนาคตอันใกล้ที่กำลังจะมีการ เปิดด่านชายแดน พลังของชุมชนที่เข้มแข็งและห่างไกลจากอบายมุขที่ถูกบ่มเพาะจากกิจกรรมเช่นนี้ จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและสังคมที่สำคัญของอำเภอกาบังอย่างแน่นอน
◇ “ซูการ์โน” ย้ำ “คุณธรรม-ความยุติธรรม” คือเกราะคุ้มภัย เชื่อมั่น “ฟ้ามีตา พระเจ้ามีจริง” ◇
ขณะที่ นายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ ประธานในพิธี ได้เดินเยี่ยมชมและให้กำลังใจเยาวชนตลอดทั้งงาน พร้อมกล่าวเปิดใจด้วยความตื้นตันใจว่า กิจกรรมนี้นอกจากจะสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างศูนย์ตาดีกาและใช้กีฬาในการสร้างความสามัคคีต้านภัยยาเสพติด ตลอดจนปลูกจิตสำนึกรักชาติและประชาธิปไตยแล้ว สิ่งที่อยากฝากถึงเยาวชนและครอบครัวชาวกาบังทุกคนคือเรื่องของ ความยุติธรรมและจริยธรรม ที่ต้องตั้งมั่นอยู่บนความศรัทธาในหลักศาสนาที่สมบูรณ์
“ผมเชื่อและมั่นใจว่า สิ่งเหล่านี้จะเป็นเกราะป้องกันภัยให้แก่เราในทุกสถานการณ์ ถึงแม้ในโลกปัจจุบัน ความยุติธรรมในใจของมนุษย์อาจจะมีไม่มากนัก แต่ผมเชื่อมั่นเสมอว่าสุดท้ายแล้ว ‘ฟ้ามีตา พระเจ้ามีจริง’ และกรรมใดใครก่อ ไม่ช้าไม่นานน้ำที่มันเต็มแก้วมันก็ต้องล้นออกมาให้ทุกคนได้เห็นถึงความชั่วของแต่ละคนเอง” นายซูการ์โน กล่าว
งานตาดีกาสัมพันธ์ตำบลกาบัง ครั้งที่ 14 ในปี 2569 นี้ ไม่เพียงแต่เป็นเวทีแห่งความสนุกสนานของเด็กและเยาวชนเท่านั้น แต่สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันแน่วแน่ของผู้นำและคนในท้องถิ่นอำเภอกาบัง ที่มุ่งมั่นจะใช้มิติด้านกีฬา วินัย วัฒนธรรมมลายู และหลักธรรมทางศาสนา มาเป็นกำแพงเหล็กคุ้มกันภัยยาเสพติด พร้อมทั้งจุดประกายให้คนรุ่นใหม่หันกลับมาพัฒนาแผ่นดินเกิดด้วยวิถีเกษตรกรรมยั่งยืน เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการเปิดประตูสู่ชายแดนในอนาคตอันใกล้อย่างมั่นคง








