ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จับกุมเครือข่าย “เงินด่วนทันใจ” ปล่อยกู้นอกระบบ ดอกโหดกว่า 304% ต่อปี โปรยนามบัตรเกลื่อนเมืองเชียงใหม่ พบถูกจับแล้วหลายครั้งยังไม่หยุด
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป.,
พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.เจษฎา แก้วจาเครือ, พ.ต.ท.อรรถวิทย์ สุขทัศน์, พ.ต.ท.เอนก บุญตา, พ.ต.ท.กิตติพงศ์ ศิลาพันธุ์, พ.ต.ท.ชนะ ขำทอง รอง ผกก.4 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กองบังคับการปราบปราม นำโดย พ.ต.ท.จิรัฎฐวัฒน์ กิจรุ่งเรืองเดช สว.กก.4 บก.ป., ว่าที่ พ.ต.ต.ดิฐาศักดิ์ โชติเธียรศรณ์ สว.กก.4 บก.ป., ร.ต.อ.ถวิล สายอินต๊ะ รอง สว.กก.4 บก.ป., ด.ต.จิรพันธ์ กันทะยอด, ด.ต.ทนงศักดิ์ ตุ้ยวงศ์ษา, จ.ส.ต.เบนชัย ชื่นใจ ผบ.หมู่ กก.4 บก.ป.
พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กก.4 บก.ปทส.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 (กก.ตชด.33)
ร่วมกันจับกุม นายภาคินฯ อายุ 19 ปี โดยกล่าวหาว่า/กระทำผิดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย/ข้อหา
โดยกล่าวหาว่า/กระทำผิดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย/ข้อหา
1.“ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับในทางการค้าปกติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตามกฎหมายประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (ปว.58) ลงวันที่ 26 มกราคม 2515 ข้อ 5(7), ข้อ 16 และประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง เรื่องธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ”
2. “ให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินหรือกระทำการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด” ตามกฎหมายพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 มาตรา 4
3.”โฆษณาด้วยการปิด ทิ้ง หรือโปรยแผ่นประกาศหรือใบปลิวในที่สาธารณสถานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน” ตามกฎหมาย: พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 10 วรรคหนึ่ง และมาตรา 56″
ของกลาง/สิ่งของที่ตรวจยึด 9 รายการ
1. กระดาษนามบัตรเงินกู้ (ใบปลิวสีเหลือง) บัตรระบุข้อความว่า “เงินด่วนทันใจ” ไม่มีโอนก่อน
ไม่มีมัดจำ ติดต่อสอบถาม…..เฟรม ระบุเบอร์โทรติดต่อ จำนวน 513 ใบ
2. กระดาษนามบัตรเงินกู้ (ใบปลิวสีขาว-ดำ) บัตรระบุข้อความว่า เงินทุน เงินด่วน บริการเงินทุนสำหรับท่านที่มีอาชีพค้าขาย เจ้าของกิจการสถานบันเทิง ธุรกิจต่างๆ ที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียน อนุมัติทันใจ อนุมัติง่าย…ให้วงเงินสูง ระบุเบอร์โทรติดต่อ จำนวน 39 ใบ
3. กระดาษนามบัตรเงินกู้ (ใบปลิวสีน้ำเงิน-ดำ) บัตรระบุข้อความว่า ไอ้ไข่ เงินทุน ไม่มีโอนก่อน
ไม่มีมัดจำ เงินกู้ด่วนของจริงรับเงินสด 100 % ระบุเบอร์โทรติดต่อ จำนวน 187 ใบ
4. รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ HONDA สีแดงดำ จำนวน 1 คัน
5. กระดาษนามบัตรเงินกู้ (ใบปลิวสีเหลือง)บัตรระบุข้อความว่า “เงินด่วนทันใจ ไม่มีโอนก่อน
ไม่มีมัดจำ” ติดต่อสอบถาม…..เฟรม ระบุเบอร์โทรศัพท์ จำนวน 32 ใบ
6. ธนบัตรฉบับละ 100 บาท จำนวน 3 ฉบับ รวมเป็นเงิน 300 บาท
7. บัญชีรายชื่อลูกค้าที่มากู้ จำนวน 1 แผ่น
8. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ `INFINIX รุ่น HOT 60 PRO สีเงิน
9. กระเป๋าสะพายข้าง ยี่ห้อ `MC JEANS สีแดง
ตำแหน่งที่พบของกลาง ของกลางรายการที่ 1 – 3 อยู่ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ของกลางรายการที่ 4 ขณะถูกจับกุม ของกลางรายการที่ 5 – 8 อยู่ใน ของกลางรายการที่ 9 ที่นายภาคินฯ สะพายอยู่ขณะถูกจับกุม
สถานที่จับกุม บริเวณริมถนนภายในหมู่บ้าน ต.ชมภู อ.สารภี จว.เชียงใหม่
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่จ.เชียงใหม่ว่า มีกลุ่มนายทุนเงินกู้นอกระบบเครือข่าย “เงินด่วนทันใจ” เข้ามาประกอบธุรกิจปล่อยเงินกู้นอกระบบให้แก่ประชาชนในพื้นที่จ.เชียงใหม่ โดยมีนายทุนและผู้ควบคุมเครือข่ายอยู่ในพื้นที่ จ.จันทบุรีและ
จ.ระยอง มีพฤติการณ์เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ในอัตราร้อยละ 20 ต่อ 24 วัน หรือร้อยละ 304 ต่อปี รวมทั้งมีพฤติการณ์ทวงถามหนี้ในลักษณะสร้างความหวาดกลัวแก่ลูกหนี้
นอกจากนี้ กลุ่มเครือข่ายดังกล่าวยังมีพฤติการณ์นำใบปลิวและนามบัตรโฆษณาเงินกู้ไปโปรยตามบ้านเรือน ร้านค้า ตลาด และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ส่งผลให้ประชาชนได้รับ
ความเดือดร้อนรำคาญ ต้องคอยเก็บกวาดใบปลิวเป็นประจำ อีกทั้งยังกระทบต่อภาพลักษณ์และสิ่งแวดล้อมของ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ โดยประชาชนได้ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนและ
สื่อสังคมออนไลน์มาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง
ผู้ร้องเรียนซึ่งเป็นประชาชนผู้หวังดีต่อทางราชการแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมทราบว่า เครือข่าย “เงินด่วนทันใจ” เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในพื้นที่จ.เชียงใหม่มาแล้วจำนวน 3 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปี แต่ยังคงกลับมาลักลอบประกอบธุรกิจปล่อยเงินกู้นอกระบบอย่างต่อเนื่องโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง ประชาชนจึงร้องขอให้ตำรวจสอบสวนกลางเข้า ทำการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด รวมถึงตรวจสอบว่ามีผู้มีอิทธิพลหรือผู้ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังเครือข่ายดังกล่าวหรือไม่ ภายหลังได้รับเรื่องร้องเรียน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนวางแผนเข้าดำเนินการจับกุม
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง โดย กก.4 บก.ป. (กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ตชด.33 (กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33) และ กก.4 บก.ปทส.
(กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) ได้รับแจ้งจากว่า มีชายไทย ขับรถจักยานยนต์ ลักลอบนำใบปลิวโฆษณาเงินกู้นอกระบบออกโปรยแจกภายในพื้นที่หมู่บ้าน และสถานที่สาธารณะสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ในเขตอ.สารภี และอ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าตรวจสอบบริเวณ ริมถนนภายในหมู่บ้านบุปผาราม ต.ชมภู อ.สารภี จ.เชียงใหม่
เมื่อเดินทางไปถึง พบชายไทยมีลักษณะตรงตามที่ได้รับแจ้งขับรถจักรยานยนต์มายังที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ พร้อมแสดงบัตรประจำตัวให้ดูก่อนทำการตรวจค้น โดยเจ้าหน้าที่ทุกนายได้แสดงความบริสุทธิ์ใจจนเป็นที่พอใจแก่ผู้ถูกตรวจค้น ทราบชื่อต่อมาคือ นายภาคินฯ ภูมิลำเนาเป็นคน
จ.ลพบุรี สอบถามคำให้การในชั้นจับกุมให้การยอมรับว่า ประกอบอาชีพปล่อยเงินกู้ให้กับเครือข่าย “เงินด่วนทันใจ” ภายใต้การดูแลของบุคคล/หัวหน้า ชื่อ “เฟลม” ตนเองทำมาแล้วประมาณ 1 ปี
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการตรวจค้นตัวและรถจักรยานยนต์ จากการตรวจค้น พบใบปลิวและนามบัตรโฆษณาเงินกู้ นอกระบบจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะรถจักรยานยนต์และภายในกระเป๋าสะพาย
รวมกว่า 700 ใบ พร้อมบัญชีรายชื่อลูกค้าที่กู้ยืมเงิน โทรศัพท์มือถือซึ่งมีข้อมูลลูกค้าจำนวนมาก และของกลางอื่นรวม 9 รายการ
จากการสอบถาม นายภาคินฯ ให้การรับว่า ตนเองนำใบปลิวดังกล่าวไปโปรยตามหมู่บ้าน ร้านค้า ตลาด และสถานที่สาธารณะต่างๆ ในพื้นที่จ.เชียงใหม่ เพื่อโฆษณาปล่อยเงินกู้นอกระบบ โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะในการแจกใบปลิวและติดต่อปล่อยเงินกู้ พร้อมทั้งยอมรับว่ามีการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ในอัตราร้อยละ 20 ต่อ 24 วัน เช่น การกู้ยืมเงินจำนวน 10,000 บาท จะต้องชำระคืนวันละ 500 บาท เป็นระยะเวลา 24 วัน รวมยอดชำระทั้งสิ้น 12,000 บาท ซึ่งปรากฏหลักฐานจากบัญชีรายชื่อลูกค้าที่ตรวจยึดได้
โดยกล่าวหาว่า/กระทำผิดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย/ข้อหา
1.“ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับในทางการค้าปกติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตามกฎหมายประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (ปว.58) ลงวันที่ 26 มกราคม 2515 ข้อ 5(7), ข้อ 16 และประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง เรื่องธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ” อัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. “ให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินหรือกระทำการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด” ตามกฎหมายพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 มาตรา 4 วรรคหนึ่ง จำคุกไม่เกิน ๒ ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท
3. โฆษณาด้วยการปิด ทิ้ง หรือโปรยแผ่นประกาศหรือใบปลิวในที่สาธารณสถานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ตามกฎหมาย: พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 10 วรรคหนึ่ง และมาตรา 56
จากการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม ทั้งจากข้อมูลโทรศัพท์ เส้นทางการเงิน และการสอบปากคำผู้ถูกจับ ทราบว่า เครือข่าย “เงินด่วนทันใจ” มีการกระจายเครือข่ายอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยใช้รูปแบบนามบัตรและข้อความโฆษณาในลักษณะเดียวกัน แต่เปลี่ยนสีนามบัตรเงินกู้และหมายเลขโทรศัพท์ไปตามพื้นที่ในแต่ละจ.และภาค รวมทั้งการปล่อยเงินกู้ในเครือข่ายของตนเองจะมีผู้จัดการประจำจ.คอยควบคุมดูแลการปล่อยเงินกู้ในแต่ละพื้นที่
ผู้ถูกจับยังให้การเพิ่มเติมว่า เครือข่ายเงินกู้ “เงินด่วนทันใจ” ของตนเคยถูกจับกุมในพื้นที่ จ.เชียงใหม่มาแล้วจำนวน 3 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา และตนเองเพิ่งถูกศาลจ.เชียงใหม่พิพากษาจำคุก 2 ปี ปรับ 150,000 บาท โดยศาลให้รอการลงโทษจำคุก เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ก่อนจะกลับมากระทำผิดซ้ำอีกครั้ง
ในวันนี้ จนถูกเจ้าหน้าที่จับกุม
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายภาคินฯ พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.สารภี จ.เชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งจะดำเนินการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการ นายทุน และผู้เกี่ยวข้องในเครือข่าย “เงินด่วนทันใจ” ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และ
ภาคอีสาน รวมทั้งดำเนินมาตรการทางการเงินเพื่อตรวจสอบเส้นทางทรัพย์สินและดำเนินคดีตามกฎหมาย
กับผู้เกี่ยวข้องต่อไป

พฤติกรรมก่อนหน้า เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่มาอย่างต่อเนื่องว่า มีกลุ่มเครือข่ายเงินกู้นอกระบบ “เงินด่วนทันใจ” ลักลอบเข้ามาประกอบธุรกิจปล่อยเงินกู้นอกระบบในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ โดยมีพฤติการณ์เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด และมีพฤติการณ์ทวงถามหนี้ในลักษณะสร้างความหวาดกลัวแก่ลูกหนี้และประชาชนในพื้นที่
นอกจากนี้ เครือข่ายดังกล่าวยังมีพฤติการณ์นำใบปลิวและนามบัตรโฆษณาเงินกู้ไปโปรยทิ้งตามบ้านเรือน ร้านค้า อาคารพาณิชย์ ตลาด และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจ.เชียงใหม่เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนรำคาญ ต้องคอยเก็บกวาดอยู่เป็นประจำ อีกทั้งยังกระทบต่อภาพลักษณ์
ความสะอาด และสิ่งแวดล้อมของจ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญระดับประเทศ
ที่ผ่านมา แม้ประชาชนจะร้องเรียนผ่านหน่วยงานภาครัฐ สื่อมวลชน และสื่อสังคมออนไลน์มา
โดยตลอด แต่กลับยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเด็ดขาด โดยเครือข่าย “เงินด่วนทันใจ” เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมมาแล้วหลายครั้งในพื้นที่จ.เชียงใหม่ แต่ยังคงกลับมาลักลอบดำเนินกิจการปล่อยเงินกู้นอกระบบได้อีกอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ทำให้ประชาชนในพื้นที่เกิดข้อสงสัยว่า อาจมีผู้มีอิทธิพลหรือกลุ่มผู้ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังเครือข่ายดังกล่าวหรือไม่
ประชาชนจึงเรียกร้องขอให้ตำรวจสอบสวนกลางและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ








