ชุดเฉพาะกิจสังขละบุรี สกัดจับผู้นำพาชาวไทย ลอบขน 11 แรงงานเถื่อนซุกรถยนต์
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 17.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกับพลตรี ณัฏฐพงศ์ อัศวินวงศ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 / ผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์ พลตำรวจตรี พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายสุริยศักดิ์ เหมือนอ่วม นายอำเภอสังขละบุรี และพันตำรวจเอก สันติ พิทักษ์สกุล ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรอำเภอสังขละบุรี พันเอก พรรณศักย์ เพรียวพานิช ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 29 ในฐานะ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ พร้อมด้วย พันเอก ปิยะเณศร์ ภัทรศาศวัตวงษ์ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า จัดกำลังพลร่วมกับ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 136, สถานีตำรวจภูธรสังขละบุรี ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดกาญจนบุรี, และฝ่ายปกครองอำเภอสังขละบุรี ร่วมตั้งจุดตรวจหน้าหมวดทางหลวงสังขละบุรี ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจพิเศษ จังหวัดกาญจนบุรี ขณะปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจหน้าหมวดทางหลวงสังขละบุรี ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ได้ร่วมกันทำการสกัดจับกุมขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ได้ผู้ต้องหารวม 12 ราย พฤติการณ์ในการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจฯ ได้ตรวจพบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าต้องสงสัย ขับขี่มาจากทางอำเภอสังขละบุรี มุ่งหน้าไปยังอำเภอทองผาภูมิ จึงได้ส่งสัญญาณให้หยุดตรวจเพื่อขอทำการตรวจสอบอย่างละเอียด ผลการตรวจสอบและควบคุมตัว ผู้นำพาชาวไทย: จำนวน 1 คน (ทำหน้าที่ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าว) และแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย: จำนวน 11 คน
จากการตรวจสอบเบื้องต้น บุคคลต่างด้าวทั้งหมดไม่สามารถแสดงเอกสารประจำตัว หนังสือเดินทาง หรือเอกสารแสดงสิทธิการเข้าเมืองที่ถูกต้องตามกฎหมายได้ อีกทั้งยังไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดรวม 12 คน พร้อมตรวจยึดรถยนต์ของกลาง เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำตัวผู้นำพาชาวไทยและแรงงานต่างด้าวทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสังขละบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาที่เกี่ยวข้อง และจะทำการสืบสวนขยายผลถึงขบวนการลักลอบนำพาแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายรายนี้ต่อไป

/////////#ทีมข่าวภาคตะ
วันตก










