วันศุกร์, กรกฎาคม 10, 2026
ในประเทศ

ผู้ช่วยรัฐมนตรี ทส. นำทีม ปทส. บุกตรวจโรงเลื่อยเมืองกรุงเก่า อายัดไม้ต้องสงสัย ตรวจยึดเลื่อยโซ่ยนต์ 5 เครื่อง พร้อมขยายผลตรวจสอบไม้ทั้งหมด หลังพบความเชื่อมโยงกับไม้ทางภาคเหนือ

ผู้ช่วยรัฐมนตรี ทส. นำทีม ปทส. บุกตรวจโรงเลื่อยเมืองกรุงเก่า อายัดไม้ต้องสงสัย ตรวจยึดเลื่อยโซ่ยนต์ 5 เครื่อง พร้อมขยายผลตรวจสอบไม้ทั้งหมด หลังพบความเชื่อมโยงกับไม้ทางภาคเหนือ ตามนโยบายปราบปรามการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติ ตามข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำชับให้ทุกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับกลุ่มทุนและผู้มีอิทธิพลที่บุกรุกพื้นที่ของรัฐ โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด ล่าสุด เมื่อ 13.00 น.วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นายสุชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้ พลตำรวจตรี นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายโกสิทธิ์ นิลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ร่วมกับ พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ นำหมายค้นของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าตรวจสอบโรงไม้แห่งหนึ่ง พื้นที่ตำบลบ้านแพน อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากการตรวจสอบ พบรถพ่วงบรรทุกไม้จำนวน 1 คัน ภายในบรรทุกไม้ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นเป็นไม้หวงห้าม โดยผู้ครอบครองได้นำหนังสือรับรองความถูกต้องของไม้มาแสดง ระบุว่าเป็นไม้จากที่ดินกรรมสิทธิ์ของตนเอง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบว่าหนังสือรับรองดังกล่าวยังมีเหตุอันควรสงสัยว่าไม้อาจไม่ได้มาจากแหล่งที่ระบุ จึงได้ร่วมกันอายัดไม้ทั้งหมดไว้เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดตามกฎหมาย นอกจากนี้ ภายในบริเวณโรงงานยังพบเลื่อยโซ่ยนต์ ที่ประกอบสำเร็จรูปพร้อมใช้งาน จำนวน 5 เครื่อง ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นเลื่อยโซ่ยนต์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมตามกฎหมาย และผู้ครอบครองไม่สามารถแสดงใบอนุญาตให้มีเลื่อยโซ่ยนต์ (ลซ.3) ได้ เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตรวจยึดไว้ตามพระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ. 2545 พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า เรื่องนี้ทางตำรวจ ปทส.ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ ทางกรมอุทยานและกรมป่าไม้ ร่วมกันสืบสวนใช้เวลานาน สืบสวนมาจากขบวนการในการตัดไม้ทำลายป่าในภาคเหนือ แล้วก็เอาลงมาขนถ่ายมา หลบเลี่ยง หลีกหนีมา จับได้บ้างไม่ได้บ้าง ที่ผ่านมาทางทางท่านผู้การ ก็ยังมุ่งมานะ พยายามที่จะเสาะแสวงหาหลักฐานเล็กๆน้อยๆ ค่อยๆ รวบรวมมาเหมือนจิ๊กซอว์คเป็นภาพรวมๆ เทำให้เราได้ขยายผลจนรู้ว่าที่ไหนที่มันรับซื้อไม้ไว้บ้าง ที่เราได้มานี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่มาจากขยายผลจากทางภาคเหนือ ท่านผู้การเมื่อได้ข้อมูลมาก็มีการร่วมกันในทุก ๆ องคาพยพของราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐบาลท่านอนุทินท่านได้มอบหมายท่านสุชาติ ชมกลิ่น เนี่ย บอกเลยว่า “ เรื่องตัดไม้ทำลายป่านี่เรายอมไม่ได้ นอกจากการยึดพื้นที่คืนจากพวกผู้มีอิทธิพล นายทุนต่าง ๆ ที่มายึดที่เอาไปเป็นส่วนตัวเนี่ย เราต้องยึดกลับคืนมาในส่วนหนึ่ง พวกตัดไม้ทำลายป่านี่ก็อีกส่วนหนึ่งที่เราต้องต่อสู้กับพวกนี้ ” เราจะไม่ยอมให้เขากินอยู่ นอนหลับอย่างสบาย ถ้าเขาเก่งเขารอดได้ ไม่เป็นไร เราก็ต้องพยายามตามจับเขาให้ได้ ในวันนี้เรื่องนี้ก็เหมือนกันครับ ไม้ที่มานี่ก็เป็นส่วนหนึ่ง ในทางเทคนิคของตำรวจ ก็มีหลักฐานพยานยืนยันหลายอย่างถึงตัวผู้ต้องหา ถึงตัวกลุ่มคน บุคคลต่าง ๆ ที่สามารถทำให้เราเนี่ย ดำเนินการในการสืบสวนออกหมายจับได้ แต่ว่าในวันนี้ เราได้มาเจอที่โรงงานนี้ก็ส่วนหนึ่ง โรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม้บางส่วนก็เป็นไม้ที่มีหลักฐาน อย่างที่รถที่จอด เราดูจากภาพถ่ายทางอากาศ จากทางกรมป่าไม้ตรวจสอบ มีอยู่ 1 ต้น แต่ในขณะที่เขาบอก ทั้งหมดมา 3 – 4 ต้น เราก็ต้องหาพยานหลักฐานต่างๆ ถ้าไม่ถูกต้องเราก็ดำเนินคดี ขณะนี้สิ่งที่เราเจออย่างเลื่อยยนต์ ผิดแน่นอน 4 – 5 ตัว ก็ต้องดำเนินคดีในข้อหานี้ อีกส่วนหนึ่งไม้ในบางส่วนที่มีหลักฐาน เราก็ต้องทำการตรวจสอบด้วย อันไหนที่ไม่มีหลักฐานเราก็ทำการตรวจยึด แล้วต้องตรวจสอบ ถ้าหากพบการกระทำความผิด ดำเนินคดีในการข้อหาในตัดไม้ทำลายป่า พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เปิดเผยว่า จากที่ชุดสืบสวนได้ติดตามกลุ่มผู้ค้าไม้ทางภาคเหนือ ทางเจ้าหน้าที่เราได้ติดตามบุคคลและยานพาหนะ ก็มีข้อมูลและหลักฐานว่ามีไม้บางส่วนที่ติดตามมา มาเข้าในโรงงานแห่งนี้ก่อนหน้านี้แล้ว แล้วก็ช่วงเมื่อวานนี้ เมื่อวานนี้เราก็ส่งชุดกอง 4 บก.ปทส.ไปร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนของกรมอุทยานและกรมสืบสวนคดีพิเศษกรมป่าไม้ร่วมกัน ติดตามกลุ่มบุคคล เรามีข้อมูลเห็นตั้งแต่ อยู่บนเขาแล้วก็ไล่เรียงมาจนถึง เราติดตามสะกดรอยติดตามรถบรรทุกคันนึงมา ซึ่งในรถบรรทุกคันนั้นก็จะมีรถกระบะคันนึงนำหน้า เป็นสเกาต์หน้ามาตลอดทาง พอถึงบริเวณใกล้ สภ.พยุหะ ก็มีการเรียกตรวจสอบ ตรวจยึด ก็ปรากฏว่าในรถก็พบไม้ท่อน ซึ่งเป็นไม้ประดู่ท่อนใหญ่ ขนาดใหญ่ จำนวน 10 ท่อน ปกคลุมด้วยผ้าใบ พอเปิดผ้าใบออกมาก็ เหมือนดูทั่วไปก็เหมือนรถบรรทุกสินค้าทั่วไป แต่ปรากฏว่าเมื่อเปิดผ้าใบออกมาก็พบว่าเป็นไม้ประดู่ท่อนขนาดใหญ่จำนวน 10 ท่อน ซึ่ง กลุ่มผู้เกี่ยวข้องทั้ง 4 คน ทั้ง อยู่ในรถกระบะ 2 คน แล้วก็รถบรรทุก 2 คน ก็มีเป้าหมายว่าจะนำไม้มาที่โรงงานแห่งนี้ จึงให้ทางผู้กำกับ 2 บก.ปทส. และทีมงานเนี่ย ขอหมายค้นศาลจังหวัดอยุธยา เข้ามาตรวจค้น ส่วนนี้ ในส่วนจากการที่เราเข้าตรวจค้น ได้คุยกับผู้ดูแลสถานที่แห่งนี้ ก็เขาอ้างว่า ที่แห่งนี้เป็นโรงเลื่อยที่รับแปรรูปไม้ รับจ้างแปรรูปไม้เท่านั้น ซึ่งในระหว่างที่เราตรวจสอบเนี่ย ก็มีบุคคลเข้ามาอ้างว่าเป็นผู้รับซื้อไม้จากผู้ขายและมาแปรรูปที่นี่เพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ตรงนี้ก็เป็นข้ออ้างแต่ละคน ไม่เป็นไร ตรงนี้เราก็ต้องบอกเลยว่าเบื้องต้นตอนนี้เรามีข้อมูลและหลักฐานที่อาจจะไม่ตรงกับที่เขาอ้าง ก็ขอเวลาให้ทาง บก.ปทส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมอีกสักพักนึง ก็จะมีความชัดเจนในเรื่องนี้มากขึ้น ตอนนี้เรามีข้อมูลแล้ว และเห็นแล้ว แต่ตอนนี้ขอยังไม่เปิดเผย ว่าใครเป็นเจ้าของหรือคนสั่งการ เพราะตอนนี้เราเห็นแล้วว่าใครคือ behind the scene คือใครที่อยู่เบื้องหลัง ตอนนี้ขอรวบรวม เอาเป็นว่ากลุ่มผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง อาจจะใกล้ๆ 10 คน ที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลการสืบสวน ก่อนหน้านี้ประเด็นนี้ ทางเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องไม่ว่ากรมป่าไม้ กรมอุทยาน หรือว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เรามีการตรวจยึด ไม้ในโกดัง ในจังหวัดหนองคาย ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ล่าสุดก็ที่อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งหลังจากปฏิบัติการส่วนนั้นก็ข้อมูลในเชิงสืบสวนเราก็พบว่ามีความต่อเนื่อง ยังมีข้อการไม่หยุด เอาเป็นว่ากลุ่มผู้ที่เป็นนายหน้า กลุ่มผู้ที่หาไม้ คนตัดไม้ ยังมีการดำเนินงานกันอยู่อย่างเป็นระยะ ซึ่งเราก็มีการเก็บรวบรวมข้อมูลหลักฐาน จนถึงเมื่อวานนี้จริงๆ เราต้องการที่จะจับพร้อมขณะที่มีการขนไม้ชุดนึงที่ในป่าที่อำเภอแม่สอด แต่ว่าเป้าหมายก็เคลื่อนตัวมา เราก็เลยตามสะกดรอยมาจนจะจับกลุ่มได้ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวเพิ่มเติมว่า “ ฝากกับพี่น้องประชาชน ท่านรัฐมนตรีสุชาติ ฝากมาบอกว่า “ เราไม่ปล่อยพวกนี้ไว้แน่ ” ยังไงเราก็ต้องติดตามจับกุมให้ถึงที่สุด ในขบวนการของพวกที่กระทำความผิดในเรื่องนี้ ถึงตรงไหนเราก็เอาตรงนั้นเราทำเต็มที่ เพราะว่าตำรวจในยุคนี้ ข้าราชการในยุคนี้ของท่านอนุทิน เราจะไม่ปล่อยไว้แน่นอน และอีกเรื่องหนึ่ง ท่านได้สั่งการมาที่ผม ว่าให้ผมประสานงานกับตำรวจ ปทส. ในการสืบสวนคดีเก่าๆ ที่ผ่านมา ที่มีการจับกุมไปรื้อมา แล้วไปสืบมา แล้วไปจับกุมในกระบวนการนี้ให้ได้ ซึ่ง ทางตำรวจ ปทส. เขาได้ทำไว้แล้วทางเราก็จะเอาความรู้ที่เรามีอยู่ หรือสิ่งที่เราทำได้ มาช่วยกันคนละไม้คนละมือ เอาเรื่องเนี้ยให้เรียบร้อยครับ ไม่ต้องห่วง ท่านรัฐมนตรีท่านก็พูดอยู่เสมอ ว่าไม่มีอะไรอยู่เหนือกฎหมาย ไม่มีอะไม่ต้องห่วง ท่านพูดกับผม พวกผมบอกทำอะไรไม่ต้องไม่ต้องห่วง ไม่ต้องมากลัวอ้างอิงว่าใคร ใหญ่โตขนาดไหน จะยังไงก็แล้วแต่ ไม่ต้องไปกังวล เราทำตามกฎหมาย “ ถ้าเราเป็นข้าราชการแล้วเรายังกลัวอิทธิพลอย่างนี้อยู่ แล้วชาวบ้านเขาจะอยู่ยังไง ” อันนี้ท่านพูดให้ผมฟังอยู่เสมอ เมื่อคืนก็คุยกัน ท่านก็พูดเรื่องนี้ เราทำไปเรื่อยๆ มันเหมือนสิ่งที่ทำดูเหมือนไม่ยากแต่มันก็ยาก อย่างยกตัวอย่างที่โรงหาดนุ้ย ผมใช้เวลา เพราะมันมีขั้นตอนของกฎหมาย เราจะต้องใช้เวลา มันก็ทำให้มันดูเนิ่นนาน คราวนี้พี่น้องประชาชนอาจจะไม่ได้สะใจ แต่มันก็ต้องใช้เวลา พวกผมก็ต้องทำอะไรที่ตามกฎหมายเช่นเดียวกัน แต่ผมไม่ปล่อยปละละเลยแน่นอน ท่านสุชาติ พูดอยู่เสมอเลยว่า “ ไม่ต้องห่วง ทำไปเลย ถ้ามีใครมาอ้างอิงอะไรพี่บอกผม เดี๋ยวผมจัดการเอง ” ท่านพูดอย่างนี้จริงๆ ครับ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าว ทั้งนี้ การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามนโยบายของรัฐบาลในการปราบปรามการลักลอบทำลายทรัพยากรธรรมชาติ โดยย้ำว่า “ในรัฐบาลยุคของท่านนายกอนุทิน เราทำงานบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง” พร้อมระบุว่า นายสุชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ติดตามทุกคดีอย่างถึงที่สุด หากการสืบสวนสอบสวนพบว่าเข้าข่ายความผิดมูลฐานตามกฎหมาย ก็ต้องดำเนินการขยายผลไปสู่การยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องตามกระบวนการกฎหมาย เพื่อไม่ให้ผู้กระทำผิดได้รับประโยชน์จากการกระทำความผิด และเป็นการตัดวงจรการลักลอบทำลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังได้ขยายผลตรวจสอบไม้ทั้งหมดที่อยู่ภายในโรงเลื่อยแห่งนี้ เพื่อพิสูจน์แหล่งที่มาและความถูกต้องของการครอบครอง โดยจะตรวจสอบว่าไม้ทุกชิ้นมีที่มาจากแหล่งใด มีเอกสารและใบอนุญาตรับรองการได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่ รวมถึงการเคลื่อนย้าย การครอบครอง และการแปรรูปเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ หากตรวจพบความผิดหรือพบว่าไม้มีแหล่งที่มาไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด พร้อมขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มุ่งปราบปรามการกระทำผิดด้านทรัพยากรธรรมชาติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง