นักศึกษาฝาแฝดถูก 20 โจ๋ใช้มีด–ไม้เบสบอล รุมฟันนิ้วเกือบขาด เหตุแค่มองหน้า คดีเงียบ
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 30 เม.ย.69 ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ “ดร.แก้ว” ประธาน กต.ตร.สภ.รัตนาธิเบศร์ และผู้ก่อตั้งเพจ “ดร.แก้วช่วยได้” ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายเคน อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 พร้อมด้วยนายบวรณัท ศรีจอหอ หรือ “เคิร์ท” อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นฝาแฝดกัน และน.ส.แจน อายุ 23 ปี แฟนสาวของนายเคิร์ท โดยทั้งหมดนำหลักฐานจากกล้องวงจรปิดเข้าร้องเรียน หลังถูกกลุ่มชายฉกรรจ์กว่า 20 คน ใช้อาวุธทั้งไม้เบสบอล มีด และกรรไกร รุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเฉพาะนายเคิร์ทถูกฟันจนเส้นเอ็นนิ้วเกือบขาด เหตุเกิดบริเวณหน้าร้านเหล้า Subscribe Rama 7 อ.เมืองนนทบุรี เมื่อช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 5 มี.ค.69
จากภาพกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าร้าน พบว่ากลุ่มผู้เสียหายและคู่กรณีมีปากเสียงกัน ก่อนจะเกิดเหตุชกต่อยกันอย่างรุนแรง ขณะเดียวกันยังมีคลิปจากพลเมืองดีที่ถ่ายบริเวณริมถนนใกล้จุดเกิดเหตุ บันทึกภาพขณะนายบวรณัท หรือเคิร์ท นอนหมดสติอยู่ข้างรถจักรยานยนต์ หลังถูกกลุ่มคู่กรณีใช้อาวุธรุมทำร้าย โดยมีน.ส.แจน คอยดูแลก่อนประสานรถกู้ชีพเข้าช่วยเหลือ
นายเคน เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้ไปฉลองวันเกิดย้อนหลังกับเพื่อนตามปกติ กระทั่งกำลังจะกลับบ้าน พบกลุ่มคู่กรณีมายืนรอที่ประตูทางออกและใช้ถ้อยคำหยาบคายหาเรื่อง จนเกิดปากเสียงขึ้น น้องชายจึงเข้ามาห้ามและแยกย้ายกันไป แต่ต่อมาเวลาประมาณตี 2 ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งบริเวณนอกร้าน และเกิดการโต้เถียงอีกครั้ง โดยฝั่งคู่กรณีมีประมาณ 10 คน ส่วนตนมีเพียง 2 คน ก่อนจะถูกลงมือทำร้าย โดยอีกฝ่ายมีไม้เบสบอลใช้ฟาดเข้าที่ศีรษะและแผ่นหลัง ยืนยันว่าไม่เคยรู้จักหรือมีปัญหากันมาก่อน หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองนนทบุรี แต่เวลาผ่านไปเป็นเดือนคดีกลับไม่มีความคืบหน้า ยังไม่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ อีกทั้งไม่มีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ ทำให้กังวลเรื่องความปลอดภัย และเกรงว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุจะมีอิทธิพล
ด้านนายบวรณัท หรือเคิร์ท เล่าว่า ตนถูกใช้ไม้เบสบอลฟาดที่ศีรษะบริเวณหน้าร้าน โดยพบว่าฝั่งคู่กรณีมีไม้เบสบอลประมาณ 3–4 อัน หลังจากนั้นถูกรุมทำร้ายทั้งตนและพี่ชาย ทั้งที่ตั้งใจเข้าไปห้ามเท่านั้น ต่อมาเพื่อนพยายามพาไปส่งโรงพยาบาล แต่เมื่อขับรถออกจากซอยกลับพบว่ามีกลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์มาดักรอจำนวนประมาณ 7–8 คัน คันละ 3–4 คน คาดว่าเป็นกลุ่มเดิม ก่อนจะเข้าปิดล้อมและใช้อาวุธทั้งไม้และมีดรุมทำร้ายซ้ำทันที จนตนล้มหมดสติ เมื่อตื่นขึ้นมาพบว่านิ้วห้อย มีบาดแผลที่ศีรษะ และเพื่อนอีกคนถูกฟันแขน แพทย์ต้องผ่าตัดต่อเส้นเอ็นและให้กายภาพบำบัด ปัจจุบันนิ้วยังใช้งานได้ไม่เต็มที่ งอได้เพียงเล็กน้อย พร้อมย้ำว่ารู้สึกหวาดกลัว ไม่กล้าใช้ชีวิตตามปกติ เพราะเกรงว่าจะถูกทำร้ายซ้ำ และตั้งข้อสงสัยว่าคู่กรณีอาจมีอิทธิพล เนื่องจากก่อเหตุอย่างอุกอาจโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย
ขณะที่น.ส.แจน แฟนสาว เปิดเผยว่า อยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น เห็นการโต้เถียงหน้าร้าน โดยการ์ดของร้านแจ้งว่าเป็นเหตุทะเลาะวิวาทที่เกิดขึ้นเป็นประจำ และบอกว่า “ไม่มีอะไร” แต่ภายหลังทั้งสองฝ่ายยังมีการท้าทายกันและกลับมารุมทำร้ายทันที โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุมีอาวุธทั้งมีด ไม้ และกรรไกร หลังจากนั้นระหว่างกำลังจะพาผู้บาดเจ็บไปโรงพยาบาล เมื่อมาถึงลานจอดรถกลับพบว่ามีกลุ่มรถจักรยานยนต์มาดักรอประมาณ 6–7 คัน พร้อมสอบถามว่าใช่กลุ่มผู้เสียหายหรือไม่ เมื่อได้รับคำตอบก็เข้ารุมทำร้ายทันที ตนยอมรับว่าตกใจมาก แต่ไม่ได้ถูกทำร้ายเพราะเป็นผู้หญิง เชื่อว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุมีการเตรียมอาวุธและเรียกพวกมาสมทบเพิ่มเติม สุดท้ายเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเป็นผู้พาผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ทั้งนี้หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกไปสอบปากคำเพียงครั้งเดียว และคดีก็เงียบหายไป
ด้านดร.แก้ว ระบุว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นเหตุทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และอาจเข้าข่ายพยายามฆ่า เนื่องจากมีการใช้อาวุธอันตราย ทั้งไม้เบสบอล มีด และกรรไกร ซึ่งไม้เบสบอลหากไม่ได้ใช้ในการแข่งขันกีฬาก็ถือเป็นอาวุธ อีกทั้งเหตุเกิดในพื้นที่ใจกลางเมืองนนทบุรี และร้านดังกล่าวมีเหตุทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นบ่อย แม้การไปเที่ยวสถานบันเทิงจะไม่ใช่เรื่องผิด แต่การพกพาอาวุธเข้ามาถือว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง พร้อมย้ำว่าเป็นเรื่องโชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต

ทั้งนี้ตนจะเร่งประสานไปยังผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี และผู้กำกับการ สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อเร่งรัดคดี เนื่องจากประชาชนที่ใช้ชีวิตตามปกติควรได้รับความปลอดภัย หากคดีล่าช้าและไม่มีการดำเนินการ ย่อมกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน พร้อมทั้งยืนยันว่าจะติดตามและให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิด เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว










