นนทบุรี ส่งลูกเรียน รร.นานาชาติ ปีละ 180,000 แขนหักร้าวเบิกได้แค่ 10,000 รู้แบบนี้ให้เรียน รร.วัดดีกว่า
วันที่ 30 เมษายน 69 ที่สำนักงานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ถนนแจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี น.ส.มิ้นท์ อายุ 36 ปี ได้พาลูกชายคือเด็กชาย “เดฮัน” อายุ 10 ปี นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี โดยนำหลักฐานเอกสารต่างๆเดินทางเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ประธานมูลนิธิ เพื่อขอให้ช่วยเหลือในเรื่องคดีหลังตนเองแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ จังหวัดชลบุรี กรณี ลูกชายถูกเพื่อนร่วมชั้นเรียน “เตะตัดขา” จนหกล้มแขนซ้ายหัก เอ๊กซเรย์พบกระดูกร้าว แจ้งความแล้วแต่คดีไม่มีความคืบหน้า
น.ส.มิ้นท์ เล่าว่า เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 68 ช่วงใกล้เลิกเรียนเกือบ 4 โมงเย็น น้องเดฮัน ลูกชายตนเอง กำลังวิ่งไปเก็บลูกฟุตบอล ก็ถูกน้อง อาเรกซ์ สัญชาติอยู่เครน เพื่อนร่วมชั้นเรียน ใช้ขาเตะตัดขาลูกชายตนเอง จนล้มคว่ำแขนซ้ายหักผิดรูป ถูกนำตัวส่ง รพ.สมเด็จศรีราชา แพทย์ต้องทำการผ่าตัดดามเหล็กไว้ที่แขน ทุกวันนี้ต้องทำกายภาพบำบัด
หลังเกิดเหตุตนได้พยายามขอดูกล้องวงจรปิดจากทางโรงเรียน แต่ไดรับการยืนยันว่าตรงจุดเกิดเหตุโรงเรียนไม่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด แตอย่างใด ตนพยายามถามหาความรับผิดชอบแต่ทางโรงเรียนได้ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย หาว่าลูกตนเองเล่นแล้วหกล้มเอง เมื่อทางโรงเรียนและพ่อแม่ของน้องอเร็กซ์ ปฏิเสธความรับผิดชอบ ตนจึงได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ เพื่อให้ทางโรงเรียนและฝ่ายคู่กรณีออกมารับผิดชอบร่วมกันในเรื่องนี้ ส่วนลูกชายตนเองใช้ประกันกลุ่มของทางโรงเรียนที่ทำไว้ เบิกได้แค่ 10,000 บาท ทั้งๆที่ตนหมดค่ารักษาผ่าตัดลูกชายหมดไปแล้วตอนนี้ร่วม 200,000 บาท ทางพนักงานสอบสวนก็ไม่เคยเรียกตนและคู่กรณีรวมทั้งทางโรงเรียนมาพูดคุยเจรจาค่าเสียหายแต่อย่างใดเลย
ลูกชายและลูกสาวตนเองเรียนอยู่ในโรงเรียนนานาชาติแห่งนี้เสียค่าเทอมปีละ จ180,000 บาท แต่เอาเข้าจริงพอเกิดอุบัติเหตุ ทางโรงเรียนกลับบอกว่ามีประกันให้ไว้แค่คนละ 10,000 บาท ตนรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรม อุตสาห์ให้ลูกมาเรียนอยู่ในโรงเรียน แห่งนี้ที่มีชื่อเสียง แต่ พอเกิดเรื่องกลับได้รับการปฏิเสธช่วยเหลือ ไม่สู้ไปเรียนโรงเรียนวัดดีกว่าเหรอ ตนจึงตัดสินใจให้ลูกชายและลูกสาวทั้งสองคน ลาออกจากโรงเรียนเพื่อไปหาที่เรียนใหม่ กลับถูกทางโรงเรียน ให้ตัว F ในการเรียนกับลูกทั้งสองคนของตน 3 วิชา ตนมองเหมือนว่าเป็นการไปแกล้งเด็กหรือเปล่า จึงเดินทางมาร้องเรียนขอความเป็นธรรมเมูลนิธิให้ช่วยเหลือในรูปคดีด้วย
ทางด้านทนายนาย
รณณรงค์ เผยว่า เข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อแม่ผู้ปกครอง เพราะตนก็มีลูกน้อยเหมือนกัน เวลาเกิดเรื่องแบบนี้ ให้ตรวจสอบให้ดีว่า ลูกของเราถูกแกล้งในโรงเรียนจริงไหม อย่าเพิ่งโวยวาย ตรวจสอบก่อนว่าลูกเราเป็นอะไร ถามตรงๆว่าเกิดเหตุอะไรมีวงจรปิดหรือเปล่า ขอโรงเรียนดูถ้าโรงเรียนมีแต่ไม่ให้ดูให้ไปแจ้งตำรวจ ตำรวจต้องพาไปดูตามกฎหมายอายุ 11 ปี ผู้ก่อเหตุก็ 11 ปี ประมวลวิธีพิจารณาความและประมวลกฎหมายอาญามาตรา 73 ดูว่าเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีไม่ต้องรับโทษทางอาญาแต่ให้ไปแจ้งความให้มีการดำเนินการบำบัดฟื้นฟูเด็กการถูกเพื่อนแกล้งของเคสนี้ไม่ต้องรับโทษทางคดีอาญาก็จริงส่วนข้อหาทำร้ายร่างกาย หรือทำการประมาท เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส อันนี้เป็นคดีอาญา ส่วนความรับผิดชอบทางแพ่งประมวลกฎหมายแพ่งพาณิชย์มาตรา 420 ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำให้เสียหายต้องรับผิดชอบ ผู้ปกครองของผู้เยาว์ คืออายุไม่ถึง 20 ปี ไปก่อเหตุแกล้งเพื่อนมีเกิดขึ้นบ่อยในสถานศึกษาทำให้เพื่อนได้รับอันตรายทั้งตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งความเสียหายก้อนนี้ผู้ปกครองต้องรับผิดชอบแทนผู้เยาว์ แปลว่าตัวน้องที่มาแกล้งเพื่อนไม่ต้องรับผิดชอบก็จริงแต่พ่อแม่ต้องจ่ายเงินทุกบาททุกสตางค์ ส่วนโรงเรียนนานาชาติ หากพบว่ามีการปล่อยปละละเลยมีการประมาทเลินเล่อหรือมีหน้าที่ดูแลเด็กแล้วไม่ดูแลยังต้องร่วมรับผิดชอบด้วยกันอยู่ โรงเรียนนานาชาติแห่งนี้ยอมรับและมีหนังสือแจ้งกับทางคุณแม่ว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง ไม่มีการทำร้ายร่างกายจึงไม่ต้องร่วมรับผิดชอบ ค่าเทอมปีหนึ่งตก 180,000 บาท เดี๋ยวตนจะพาไปร้องรัฐมนตรีอุดมศึกษาพอมีเรื่องแบบนี้รัฐมนตรีตอบตนได้ไหม เรื่องนี้ต้องมีคำตอบให้กับคนเป็นแม่ ทนายรณรงค์กล่าว











