ตำรวจ ปคบ.สนธิกำลังกับพลังงาน จ.ปทุมธานี ขยายผลทลายแหล่งรึไซเคิล น้ำมันเครื่องเถื่อน ยึดกว่า 697,200 ลิตร
ตำรวจ ปคบ.สนธิกำลังกับพลังงาน จ.ปทุมธานี ขยายผลทลายแหล่งรึไซเคิล น้ำมันเครื่องเถื่อน ยึดกว่า 697,200 ลิตร
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.สำเริง อำพรรทอง รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.ต.ชัฏฐ นากแก้ว
รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.ภาคภูมิ ศรีลาภะมาศ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ รอง ผบก.ปคบ.,พ.ต.อ.ชัชวาล ชูชัยเจริญ รอง ผบก.ปคบ., พ.อ.สุมรภูมิ ไทยเขียว รอง ผบก.ปคบ, พ.ต.อ.ธนาทัศน์ ศรีพิพัฒน์
ผกก.(สอบสวน)รรท.เกก.2 บก.ปคบ., พ.ต.ท.หญิง สุจิตรา ทองสกุล รอง ผกก.2 บก.ปคบ., พ.ต.วิศรุต บางน้ำเค็ม รอง ผกก.2 บก.ปคบ.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.จำรูญ คำมา สว.กก.2 บก.ปคบ., ว่าที่ พ.ต.มนูญ แทงทอง สว.กก.2 บก.ปคบ. พร้อมด้วย ร.ต.อ.ก็รติ ถานโอภาส รอง สว.กก.2 บก.ปคบ., ร.ต.ต.สุทษ์ โคช่วย รอง สว(ป).กก.2
บก.ปคบ., ด.ต.สายัณห์ นายะคุปต์, ด.ต.สวโรจน์ ชะเอม, ด.ต.อาคม แพรกม่วง, ด.ต.ธวัชชัย หิรัญวรณ์,ด.ต.ด่วนอูเซ็น ต่วนจาหลง, ด.ต.ธนภัทร เศวตรันต์ ผบ.หมู่ กก.2 บก.ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่พลังงานจังหวัดปทุมธานี นำโดย นายภัทรพล อิ่มกระจ่าง วิศวกรชำนาญการพิเศษ, นายสายันต์ พันเดช ประสานงานได้
ร่วมกันตรวจค้น บริษัทผลิตและจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นในพื้นที่ ต.บางเตย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี
ร่วมกันจับกุม การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายฝ้าฝืน พระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2542
มาตรา 7 ประกอบมาตรา 66 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สถานที่จับกุมในพื้นที่ ต.บางเตย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี
ด้วยกองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครอง
ผู้บริโภค (กก.2 บก.ปคบ.) เดินหน้าขยายผลการปราบปรามขบวนการผลิตและจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นผิดกฎหมาย หลังจากก่อนหน้านี้ได้เข้าตรวจยึดผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นต้องสงสัยในพื้นที่ ต.ไผ่กองดิน อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ซึ่งพบเป็นน้ำมันสูตร 20W-50 ไม่มีเครื่องหมายการค้าและเลขทะเบียน (5พ.) และ
มีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทบต่อความปลออดภัยของผู้ใช้รถยนต์และประชาชนทั่วไป
จากการสืบสวนขยายผล เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวถูกจัดหามาจากสถานที่
ผลิตน้ำมันหล่อลืนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุญาตศาลจังหวัดปทุมธานีออกหมายค้น
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปคบ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพลังงานจังหวัดปทุมธานีได้นำหมายค้นเข้าตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว พบกรรมการบริษัทอยู่ภายในโรงงาน เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายค้น
แสดงตัว และบัตรเจ้าพนักงาน ก่อนดำเนินการตรวจค้นอย่างละเอียด
ผลการตรวจค้นพบ ผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นและวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสิ้น 697,200 ลิตร คิดเป็น
มูลค่ากว่า 13,944,000 บาท ซึ่งเข้าข่ายเป็นการประกอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิง โดยไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไข ที่กำหนดในกฎกระทรวง จากการสอบถาม กรรมการบริษัทให้การว่า น้ำมันหล่อลื่นดังกล่าวได้มาจากการประมูลน้ำมันเครื่องใช้แล้วจากบริษัทเอกชน เพื่อนำมาฟื้นฟูคุณภาพและอ้างว่าส่งออกจำหน่ายให้กับลูกค้า
ต่างประเทศเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม จากพฤติการณ์และข้อมูลการสืบสวนของเจ้าหน้าที่กลับพบความย้อนแย้ง เนื่องจากมีหลักฐาน ว่าผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นดังกล่าว เคยถูกจำหน่ายภายในประเทศ โดยเฉพาะในพื้นพื้นพื้นที่
จ.สุพรรณบุรีมาก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าตรวจสอบและขยายผลในคดีนี้
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบด้านความปลอดภัยภายในสถานประกอบการ ยังพบว่า ไม่มีแหล่งน้ำที่มีปริมาณเพียงพอสำหรับการระงับอัคคีภัย, ไม่มีการขออนุญาตเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มถังเก็บนำมันหล่อลื่นขนาด 40,000 ลิตร ตามที่กฎหมายกำหนด การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืน พระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.ศ.2542 มาตรา 7 ประกอบมาตรา 66 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำมันหล่อลื่นสูตร 20W-50 ส่งตรวจวิเคราะห์คุณภาพ เพื่อประกอบสำนวนและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
ซึ่งการกระทำในลักษณะดังกล่าว ไม่เพียงเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย แต่ยังสร้างความเสียงอย่างร้ายแรงต่อชีวิต ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อม เนื่องจากน้ำมันหล่อลื่นและวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องเป็นวัตถุไวไฟ หากจัดเก็บ
หรือดำเนินการโดยไม่เป็นไปตามมาตรฐาน อาจก่อให้เกิดเหตุเพลิงไหม้ การะเบิด หรือการรั่วไหลของสารเคมี
ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงผู้ปฏิบัติงานภายในโรงงาน
ทั้งนี้ ปคบ.จะเดินหน้าขยายผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานและอ”จเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคเล็ดลอดสู่ตลาด พร้อมย้ำเตือนประชาชนให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีแหล่งที่มาและการรับรองถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อความปลอดภัยของตนเองและสังคม
เตือนภัย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.)
จึงขอประชาสัมพันธ์และเตือนผู้ประกอบการทุกราย ให้ดำเนินกิจการเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นให้ถูกต้องตามกฎหมาย และปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด
สำหรับประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการเลือกชื่อน้ำมันเครื่อง เนื่องจากนำมันเครื่องที่ผลิตหรือรีไซเคิลโดยไม่ได้มาตรฐาน อาจมีคณสมบัติการหล่อลื่นไม่เพียงพอ ส่งผลให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็ว เครื่องยนต์
เสียหายรุนแรง และเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุขณะขับขี่ อีกทั้งน้ำมันเครื่องที่มีสารปนเปื้อนหรือจุดวาบไฟต่ำ อาจก่อให้เกิดเพลิงไหม้ในห้องเครื่องได้ เจ้าหน้าที่จึงขอแนะนำให้ประชาชนเลือกใช้น้ำมันเครื่องที่มีฉลากครบถ้วน มีเลขทะเบียนถูกต้อง และซื้อจากแหล่งจำหน่ายที่เชื่อถือได้ หากพบเบาะแสการจำหน่ายน้ำมันเครื่อง
ผิดกฎหมาย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อป้องกันอันตรายและรักษาความปลอดภัยของสังคมโดยรวม

โปรดแจ้ง สายด่วน บก.ปคบ: โทร. 1135 หรือ เพจเฟซบุ๊กกองบังคับการปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค
