รวบหนุ่มโรงงาน เชื่อเพื่อนลวงหลอกเปิดบัญชีม้า อ้างลำบากต้องการเงินเลี้ยงครอบครัว กองบัญชาการตำรวจสอบสวน
รวบหนุ่มโรงงาน เชื่อเพื่อนลวงหลอกเปิดบัญชีม้า อ้างลำบากต้องการเงินเลี้ยงครอบครัว
กองบัญชาการตำรวจสอบสวน
กลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ.,พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ พ.ต.อ.จักรกริช เสริบุตร, พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.ธีรภาส ยั่งยืน ผกก.3 บก.ปอศ., พ.ต.ท.นนทพัทธ์ ยอดแก้ว, พ.ต.ท.ธรรมศักดิ์ พลเดช รอง ผกก.7 บก.ทล.ปรก.รอง ผกก.3 บก.ปอศ., พ.ต.ท.ณธัชพงศ์ สินสิริยานนท์, พ.ต.ท.ชวลิต น้ำใจสัตย์, พ.ต.ท.สุรโชค กังวานวาณิชย์ รอง ผกก.3 บก.ปอศ.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ประภาส วังงาม สว.กก.3 บก.ปอศ.,ร.ต.อ.สุริยน วิกยานนท์ รอง สว.กก.3 บก.ปอศ., ว่าที่ ร.ต.ท.ปัณณ์วิชญ์ สร้อยปลิว, ว่าที่ ร.ต.ท.ไพโรจน์ รังสิวรารักษ์ รอง สว.กก.3 (ป)บก.ปอศ., ด.ต.ไกรราช เทียมยศ., ด.ต.สุริยา ชินวงค์, จ.ส.ต.นคเรศ อุตสา ผบ.หมู่ กก.3 บก.ปอศ.
ได้จับกุม นายอัครพนธ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี
โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนและเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือกิจการที่ตนเกี่ยวข้องโดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการ กระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด”
สถานที่จับกุม บริเวณสถานีรถไฟกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ) แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหา ได้มีเพื่อนร่วมวงสุราซึ่งทำงานที่โรงงานเดียวกัน ชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคารให้บุคคลอื่นใช้งาน โดยอ้างว่า “ไม่ต้องทำอะไรเลย เพียงถ่ายรูปบัตรประจำตัว ประชาชนและรูปหน้าตรงส่งให้ แล้วจะได้รับเงินค่าตอบแทนจำนวน 300 บาท” ผู้ต้องหาหลงเชื่อ และดำเนินการตามคำชักชวนโดยไม่ทราบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดทางกฎหมาย ประกอบกับในช่วงเวลาดังกล่าวกำลังประสบปัญหาด้านการเงิน มีภาระดูแลครอบครัวและต้องการหาเงิน ไปจุนเจือในชีวิตประจำวัน
ต่อมาพบว่าบัญชีที่ผู้ต้องหาเปิดไว้นั้นถูกนำไปใช้ในขบวนการหลอกลวงประชาชนทางออนไลน์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “บัญชีม้า”ส่งผลให้เจ้าของบัญชีถูกออกหมายจับในข้อหาเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง ประชาชนและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
ต่อมาจากการสืบสวนเจ้าหน้าตำรวจ กก.3 บก.ปอศ. สืบทราบว่านายอัครพนธ์ฯ ได้ผ่านมาบริเวณ สถานีรถไฟกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ) แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบบุคคลคล้ายอัครพนธ์ฯ อยู่บริเวณดังกล่าวจริง จึงได้ทำการจับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
สอบถามคำให้การเบื้องต้น นายอัครพนธ์ ยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอเตือนประชาชนให้ใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง อย่าหลงเชื่อ คำชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคารหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีของตนเองไม่ว่าจะได้รับค่าตอบแทนเท่าใดก็ตาม เนื่องจากการกระทำดังกล่าวถือเป็น การสนับสนุนหรืออำนวยความสะดวกให้ผู้อื่นกระทำความผิดทางอาญา โดยเฉพาะในคดี ฉ้อโกงประชาชนและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บัญชีม้า) ซึ่งมีบทลงโทษตามกฎหมาย จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ควรตรวจสอบให้รอบคอบก่อนส่งมอบเอกสารส่วนบุคคล เช่น บัตรประจำตัวประชาชน, เลขบัญชี ธนาคาหรือรหัสยืนยันต่าง ๆ ให้บุคคลอื่น และเพื่อป้องกันมิให้ถูกหลอกลวงและเกิดความเสียหายจากมิจฉาชีพ หากไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิดตามกฎหมาย สามารถแจ้งมาได้โดยตรงที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง Website : https://cib.go.th/ หรือ Facebook ตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิด
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”

