วันอาทิตย์, มิถุนายน 14, 2026
Latest:
ในประเทศ

“ทนายด่าง” โวยราชทัณฑ์ไม่ให้ภาพวงจรปิด “บุ้ง ทะลุวัง” อ้างเหตุกระทบสิทธิ

"ทนายด่าง" โวยราชทัณฑ์ไม่ให้ภาพวงจรปิด “บุ้ง ทะลุวัง” อ้างเหตุกระทบสิทธิ 

วันนี้ (24 พ.ค.) เวลา 10.00 น. บริเวณด้านหน้าทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ออมาให้สัมภาษณ์ หลังเข้าพบเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เพื่อติดต่อขอไฟล์ภาพกล้องวงจรปิดในห้วงเวลาการเสียชีวิตของ น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ "บุ้ง ทะลุวัง" ตามนัดหมายเพื่อรวมรวมเป็นข้อมูลประกอบกับผลการรักษา ว่า ข้อสรุปทางกรมราชทัณฑ์ไม่สามารถให้ไฟล์ภาพกล้องวงจรปิดช่วงเช้าในวันที่ 14 พ.ค. ตอนเกิดเหตุ น.ส.เนติพร เสียชีวิตได้ โดยให้เหตุผล 3 ข้อ 1.กระทบสิทธิผู้อื่นอาจมีภาพใบหน้าทั้ง เจ้าหน้าที่ พยาบาล หรือผู้ต้องขัง 2.ความมั่นคงภายในเพราะเป็นสถานที่คุมขังเรือนจำ และ 3.กระทบสิทธิผู้เสียชีวิต เนื่องจากปรากฏภาพขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ทำการรักษาผู้เสียชีวิต อาจเป็นภาพไม่เหมาะสม และเกรงนำไปเผยแพร่ต่อสื่อมวลชน แต่ตนยืนยันว่าไม่เผยแพร่เช่นเดียวกับผลชันสูตรที่ให้มาก่อนหน้านี้ ซึ่งไฟล์ภาพจะนำไปวิเคราะห์ถึงการเสียชีวิต โดยที่ผ่านมาโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ยังเชิญครอบครัวและทนายร่วมตรวจสอบผลชันสูตร

นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า เหตุผลทั้ง 3 ข้อไม่สามารถฟังขึ้นเพราะภาพกล้องวงจรปิดแก้ได้ด้วยการเบลอภาพจึงไม่กระทบเจ้าหน้าที่แน่นอน ส่วนเกรงว่าเป็นพื้นที่ความมั่นคง แต่มีการเชิญนักข่าวไปสังเกตการณ์ เผยแพร่ภาพกราฟฟิกออกทีวี แต่มาบอกว่าเป็นความมั่นคง รวมถึงไม่แจ้งญาติและทนาย หลังจากนี้ ต้องเดินหน้าขออุทธรณ์คำสั่งร้องต่อสํานักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการและศาลปกครอง ต่อไป

นายกฤษฎางค์ กล่าวยืนยันว่า ตนและครอบครัวของ น.ส.เนติพร ต้องการไฟล์ภาพกล้องวงจรปิด ตั้งแต่ช่วยชีวิตในห้องผู้ป่วย การทำ CPR พาตัวไปห้อง ICU หรือทำซีทีสแกน ตรงกับเอกสารหรือไม่ เพราะเป็นข้อมูลสำคัญตามมาตรฐานพยาบาล พิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าเสียชีวิตได้อย่างไร เราเพียงต้องการความจริงไม่ได้ต้องการดำเนินคดีกับผู้ใด แต่ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นก็ต้องไปแก้ไขระบบ ต้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ ตำรวจ ศาล อัยการ การปล่อยตัวชั่วคราว จนถึงราชทัณฑ์ที่ดูแลผู้ต้องขังเด็ดขาดและอยู่ระหว่างพิจารณา ต้องได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียมทุกคดี

นายกฤษฎางค์ กล่าวอีกว่า ถือเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง เพราะก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีก็รับปากว่าจะทำให้เกิดความโปร่งใส เพื่อให้การเสียชีวิตของ น.ส.เนติพร คลายข้อสงสัยของประชาชน อีกทั้ง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม พูดตั้งแต่งานศพแล้วว่าสามารถนำไฟล์ภาพวงจรปิดมาได้ ขออย่าซุกปัญหาไว้ใต้พรม เพราะมีผู้ต้องขังอยู่ในโรงพยาบาลราชทัณฑ์อีกจำนวนมาก ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์อ้างว่า ได้ทำหนังสือส่งไปถึงผู้ปกครองของ น.ส.เนติพร ให้มาดูภาพวงจรปิด ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.แล้ว แต่คิดว่าไม่มีประโยชน์ถ้าไม่มีผู้เชี่ยวชาญร่วมตรวจสอบ

นายกฤษฎางค์ กล่าวต่อว่า ตนเข้าใจและไม่ถือโทษกับเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ เพราะเนื่องจากว่าพวกเขาก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่งที่ผู้ใหญ่สั่งการมาอีกทีหนึ่ง แต่ตนเชื่อว่าน่าจะมีคำสั่งจากใครบางคนที่มีอำนาจเหนือกรมราชทัณฑ์ สั่งการไม่ให้นำไฟล์วงจรปิด โดยตนมีผลชันสูตรของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ค่อนข้างสมบูรณ์ แต่เพื่อให้เกิดความยุติธรรมต้องฝั่งทุกฝ่าย เมื่อปิดโอกาสตัวเอง ตอบคำถามสังคม ตนจะต้องเดินหน้าอธิบายครอบครัว น.ส.เนติพร ว่าสาเหตุการเสียชีวิตเพราะอะไร นอกจากการใส่ท่อในหลอดอาหาร ยังมีประเด็นอื่นอีก โดยในห้วง 2-3 วันหลังจากนี้จะรวบรวมเอกสารเกี่ยวกับการการรักษาก่อนจัดตั้งโต๊ะแถลงรายละเอียดอีกครั้ง 

ผู้สื่อข่าวยังได้สอบถามอีกว่า การไม่ส่งมอบภาพวงจรปิดของกรมราชทัณฑ์นั้น ยิ่งสร้างความเคลือบแคลงสงสัย ให้แก่กรมราชทัณฑ์หรือไม่ นายกฤษฎางค์ ไม่ขอให้ความเห็น แต่ตนเชื่อว่า สาธารณชนจะคิดเห็นอย่างไรกับประเด็นนี้ เพราะอย่างที่ทราบกันว่า ไม่ว่าจะมีคดีอาชญากรรมใดๆ ก็ตามในประเทศนี้ ก็สามารถหาภาพวงจรปิดมาเปิดเผยข้อเท็จจริงได้ ไม่มีการปกปิดแต่ทำไมเคสนี้ถึงต้องปกปิดด้วย
ปิดโหมดสีเทา