ปราจีนบุรี สลด สิ้นตำนานหญิงแกร่ง ป้าลือ สวนทุเรียนอินทรีย์ ล้มป่วยดับเหงา ครองโสด 20 ปี ผัว ลูกตายจาก
ปราจีนบุรี สลด สิ้นตำนานหญิงแกร่ง ป้าลือ สวนทุเรียนอินทรีย์ ล้มป่วยดับเหงา ครองโสด 20 ปี ผัว ลูกตายจาก
ฮือฮาวาระสุดท้าย! แจก ‘หมอนทอง-มังคุด’-กระท้อน ของชำร่วยส่งวิญญาณน้องน้ำตาคลอ ตัดผลไม้ต้นสุดท้ายในชีวิตพี่สาวแจกแขกคนนับร้อยร่ำไห้อาลัย เคล้าเสียงเพลง ‘ผ่องศรี วรนุช’ ที่ผู้ตายรัก
ปราจีนบุรีแตกสลาย! รูดม่านปิดฉากชีวิตหญิงแกร่งหัวใจเพชร “ป้าลือ เจ้าแม่ทุเรียนอินทรีย์กบินทร์บุรี” โดดเดี่ยวสองทศวรรษหลังผัว-ลูกด่วนตายจาก สู้ยิบตาทำสวน 17 ไร่จนโด่งดัง ก่อนสังขารพังล้มป่วยดับสลดในวัย 77 ปี ญาติทำเก๋แกมเศร้า ขนทุเรียนหมอนทอง-มังคุด หยาดเหงื่อหยดสุดท้ายในชีวิตแจกเป็นของชำร่วยส่งวิญญาณ แขกเหรื่อนับร้อยกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ฟังเพลง “ผ่องศรี วรนุช” กล่อมหน้าไฟ ร่ำไห้อาลัยส่งขึ้นสวรรค์
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 14 มิ.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศสุดสะเทือนใจจาก วัดมุ่งประสิทธิ์ ต.นนทรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ในพิธีฌาปนกิจศพ นางบุญลือ จอมพันธ์ หรือ “ป้าลือ” อายุ 77 ปี เจ้าของสวนทุเรียนอินทรีย์ระดับตำนานแห่งตำบลนนทรี ท่ามกลางความเนืองแน่นของแขกผู้มีเกียรติและชาวบ้านที่รักใคร่นับถือกว่า 300 คน ที่หลั่งไหลมาร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย โดยมี นายวัลลภ ประวัติวงศ์ อดีตนายอำเภอกบินทร์บุรี เดินทางมาเป็นประธานในพิธี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเคล้าซาบซึ้ง มีการบรรเลงวงดนตรีปี่พาทย์ขับกล่อมด้วยบทเพลงของ “ผ่องศรี วรนุช” ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งเป็นบทเพลงโปรดที่ป้าลือชื่นชอบเมื่อครั้งยังมีชีวิต พร้อมด้วยการแสดงรำส่งดวงวิญญาณจากชมรมนางรำผู้สูงอายุตำบลนนทรีอย่างอ่อนช้อยงดงาม แต่สิ่งที่ทำให้แขกเหรื่อทั้งงานต้องตกตะลึงและน้ำตาซึม คือ “ของชำร่วย” ที่เจ้าภาพนำมาแจกจ่าย ซึ่งไม่ใช่สิ่งของสำเร็จรูปทั่วไป แต่เป็นทุเรียนหมอนทอง มังคุด และกระท้อนสด ๆ ที่เพิ่งตัดมาจากสวนของป้าลือเอง
เบื้องหลังของชำร่วยสุดแปลกตาชิ้นนี้ ซ่อนเรื่องราวชีวิตอันสุดแสนรันทดแต่แข็งแกร่งของหญิงชรา โดยญาติสนิทเปิดเผยเนตรสดพาย้อนอดีตว่า ป้าบุญลือเคยมีครอบครัวที่อบอุ่น มีสามีและลูกชายผู้เป็นแก้วตาดวงใจ 1 คน แต่โชคชะตากลับเล่นตลกอย่างแสนสาหัส เมื่อหลายปีก่อนสามีสุดที่รักด่วนมาพรากจากไปด้วยโรคประจำตัว และหลังจากนั้นไม่นาน ลูกชายเพียงคนเดียวซึ่งเป็นความหวังและลมหายใจสุดท้ายของชีวิต ก็มาเสียชีวิตตามไปอีกคน ทิ้งให้ป้าลือต้องเผชิญโลกอันกว้างใหญ่เพียงลำพัง ครองตัวเป็นโสดไร้คู่คิดและทายาทเคียงข้างทนทุกข์กับความเหงามานานร่วม 20 ปี
“20 ปีที่อ้างว้าง หญิงชราหัวใจเพชรคนนี้ใช้หยาดเหงื่อและแรงกายเยียวยาความเจ็บปวด ตรากตรำทำสวนทุเรียนหมอนทองผสมผสานเกษตรอินทรีย์ 100% บนเนื้อที่กว่า 17 ไร่ มีทุเรียนกว่า 250 ต้น ซึ่งเป็นมรดกความทรงจำที่เธอและสามีร่วมกันฟูมฟักมานานกว่า 30 ปี โดยไม่ใช้สารเคมีแม้แต่หยดเดียว
แต่ใช้ภูมิปัญญาปล่อยฝูงวัวเกือบ 20 ตัวเดินกินหญ้าเพื่อเป็นปุ๋ยคอกธรรมชาติ จนสวนแห่งนี้โด่งดังไปทั่วสารทิศ ก่อนที่ระยะหลังสังขารจะต้านทานไม่ไหว ป้าลือได้วางมือให้หลานชายสานต่อ ส่วนตัวเองล้มป่วยด้วยโรคประจำตัวและสิ้นลมหายใจอย่างสงบเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา”
ด้าน นายไฟจิตร์ จอมพันธ์ อายุ 60 ปี น้องชายคนที่ 8 ซึ่งเป็นน้องคนสุดท้อง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้าและเสียงสะอื้นว่า หลังจากที่พี่สาวจากไป ในสวนยังมีทุเรียนหมอนทองต้นสุดท้ายที่แก่จัดและเพิ่งตัดลงมาได้จำนวน 33 ลูก พร้อมด้วยมังคุดและกระท้อนอีกกว่า 200 กิโลกรัม
ตนและญาติ ๆ จึงตั้งใจนำผลไม้ซึ่งเป็นผลผลิตจากหยาดเหงื่อและแรงกายชิ้นสุดท้ายในชีวิตของพี่สาว มาจัดสรรแจกจ่ายให้แก่แขก VIP คณะนางรำ และผู้มาร่วมงานในวันนี้จนหมดสิ้น เพื่อให้ทุกคนได้จดจำรสชาติความอร่อยจากฝีมือของพี่สาวเป็นครั้งสุดท้าย และร่วมส่งดวงวิญญาณของป้าลือให้ไปสู่สุคติในสัมปรายภพ ปิดฉากชีวิตหญิงแกร่งผู้สู้ชีวิตจนลมหายใจสุดท้ายอย่างงดงามและน่าจดจำชั่วนิรันดร์
### มานิตย์ สนับบุญ – ข่าว / ทองสุข สิงห์พิมพ์– ภาพ /ปราจีนบุรี ###

