ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกองทัพเรือเปิดปฏิบัติการสกัดขบวนการขนอาวุธข้ามชาติทางทะเลจ.ตราด ยึดเครื่องกระสุนอาวุธสงคราม กว่า 30,000 นัด กลางแม่น้ำเวฬุ
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกองทัพเรือเปิดปฏิบัติการสกัดขบวนการขนอาวุธข้ามชาติทางทะเลจ.ตราด ยึดเครื่องกระสุนอาวุธสงคราม กว่า 30,000 นัด กลางแม่น้ำเวฬุ
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ
รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.รน., พ.ต.อ.นิรัตน์ ช่วยจิตต์ รอง ผบก.รน.,
พ.ต.อ.วัชชิรานนท์ นนท์นา รอง ผบก.รน., พ.ต.อ.สิงห์ชัย ฐานไชยสิทธิ์ ผกก.5 บก.รน.

กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 โดย กรมข่าวทหารเรือ (ขว.ทร.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ร.ต.ศิริพัฒน์ แพงพันธุ์ เสธ.ทรภ.1, น.อ.โรมรัน วังบรรพด ผอ.กปข.สกข.ขว.ทร, น.อ.นาวี นามสง่า
รอง ผอ.กปข.สกข.ขว.ทร. น.ท.จตุรงค์ ขจรฟุ้ง หน.กปข.สกข.ขว.ทร., น.ท.ไตรรงค์ กุลทนาวงศ์ หน.ปฏิบัติการ กปข.สกข.ขว.ทร.
สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.พิทักษ์ กิตติ สว.ส.รน.5 กก.5 บก.รน.,
ร.ต.ต.สาทิศ วิสุทธิแพทย์ รอง สว.(ป.ทางน้ำ) ส.รน.5 กก.5 บก.รน., ด.ต.สุทธิพงศ์ บ้านใหม่ ผบ.หมู่.5 บก.รน., ด.ต.เฉลิมชัย เรืองศิลป์ ผบ.หมู่ ส.รน.5 กก.5 บก.รน., ด.ต.ราชศักดิ์ พลายคง ผบ.หมู่ ส.รน.5 กก.5 บก.รน,
ส.ต.อ.พลวัตร งามประเสริฐ ผบ.หมู่ ส.รน.5 กก.5 บก.รน,
ส.ต.ท.มนัสวี สียางนอก ผบ.หมู่ ส.รน.5 กก.5 บก.รน, ส.ต.ท.จิรวัฒน์ ไกยโส ผบ.หมู่ ส.รน.5 กก.5 บก.รน,
ส.ต.ต.วรพล รักสัจ ผบ.หมู่ ส.รน.5 กก.5 บก.รน, ส.ต.ต.ลิขิต เนตรแสง ผบ.หมู่ ส.รน.5 กก.5 บก.รน.,ส.ต.ต.หัตถชัย ศรีแก้ว ผบ.หมู่ ส.รน.5 กก.5 บก.รน.
เจ้าหน้าที่ร่วมจับกุม กรมข่าวทหารเรือ (ขว.ทร.) นำโดย พ.จ.อ.เสกข์ศรัณย์ เสมสีสม เสมียนแผนกบริการข่าวกรองทางทหาร มว.บริการ กปข.สกข.ขว.ทร. จ.อ.ชิษณุพงศ์ โยธาวงษ์ จนท.วิทยุ ชุดเคลื่อนที่
กปข.สกข.ขว.ทร.
ร่วมกันจับกุม
ผู้ต้องหาที่ 1 นายสราวุธฯ อายุ 40 ปี สัญชาติไทย
ผู้ต้องหาที่ 2 นายสมส่วนฯ อายุ 23 ปี สัญชาติไทย
ผู้ต้องหาที่ 3 นายฉัตรชัยฯ อายุ 48 ปี สัญชาติไทย
ผู้ต้องหาที่ 4 นายณรงค์ศักดิ์ฯ อายุ 55 ปี สัญชาติไทย
ผู้ต้องหาที่ 5 นาย KIM TIN อายุ 34 ปี สัญชาติกัมพูชา
โดยกล่าวหาว่า
ผู้ต้องหาที่ 1 “ร่วมกันมีเครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย , ร่วมกันครอบครองยุทธภัณฑ์ในความควบคุมประเภทอาวุธและเครื่องอุปกรณ์ของอาวุธที่ใช้ในการสงครามโดยไม่ได้รับอนุญาต , ใช้เรือที่มิได้รับใบอนุญาตใช้เรือ ตาม พ.ร.บ.เดินเรือฯ มาตรา 9 (ฉ.6) พ.ศ.2535 ,
ทำการในเรือในตำแหน่งที่กฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรือกำหนดให้ต้องมีประกาศนียบัตรรับรองความรู้ความสามารถโดยมิได้รับประกาศนียบัตร ตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. ๒๔๕๖ มาตรา282 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย(ฉบับที่14)
ผู้ต้องหาที่ 2 – 4 “ร่วมกันมีเครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และ ร่วมกันครอบครองยุทธภัณฑ์ในความควบคุมประเภทอาวุธและเครื่องอุปกรณ์ของอาวุธที่ใช้ในการสงครามโดยไม่ได้รับอนุญาต”
ผู้ต้องหาที่ 5 “ร่วมกันมีเครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย , ร่วมกันครอบครองยุทธภัณฑ์ในความควบคุมประเภทอาวุธและเครื่องอุปกรณ์ของอาวุธที่ใช้ในการสงครามโดยไม่ได้รับอนุญาต และ เป็นบุคคลต่างด้าว เดินทางเข้ามาหรืออยู่ในราชอาณาจักรไม่ได้รับอนุญาต (พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522)”
สถานที่จับกุม บริเวณแม่น้ำเวฬุ อ.เขาสมิง จ.ตราด (พิกัด 12.365660, 102.347040 )
พร้อมด้วยของกลางในคดี
1.เครื่องกระสุนปืนอาก้า (AK 47) (ขนาด 7.62 มม.) จำนวน 31,680 นัด บรรจุอยู่ในกล่องเหล็กจำนวน 44 กล่อง แต่ละกล่อง บรรจุกล่องละ 720 นัด
2.เครื่องกระสุนปืนอาก้า (AK 47) (ขนาด 7.62 มม.) จำนวน 200 นัด และวัตถุคล้ายแท่งดินส่ง บรรจุในท่อ PVC กว้างประมาณ 2 นิ้ว ยาวประมาณ 12 นิ้ว สีเขียว จำนวน 3 แท่ง บรรจุอยู่ในกล่องเหล็กจำนวน 1 กล่อง
3.ยานพาหนะ เรือยนต์สปีดโบต สีขาว ไม่มีชื่อ ไม่มีหมายเลขทะเบียน ขนาดตัวเรือกว้าง 2.30 เมตร
ยาว 7.5 เมตร ลึก 1 เมตร เครื่องยนต์ติดท้าย ยี่ห้อ HONDA 115 แรงม้า 2 เครื่อง จำนวน 1 ลำ (ตำรวจน้ำ เก็บรักษาไว้ที่ทำการชั่วคราว ส.รน.5 กก.5 บก.รน.)
4.โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ( เป็นของผู้ต้องหาที่ 5 )
5.โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ( เป็นของผู้ต้องหาที่ 3 )
การเปิดปฏิบัติการสกัดเรือสปีดโบตขนอาวุธสงครามใน จ.ตราด
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 13.00 น. มีการจับกุม เรือสปีดโบตขนอาวุธสงครามทางทะเลตราด ตำรวจน้ำบุกยึด AK-47 จำนวน 2 กระบอก เครื่องกระสุนปืนอาก้า (AK 47) (ขนาด 7.62 มม.) จำนวน 23,640 นัด เครื่องกระสุนปืนกล (ขนาด 12.7 มม.) จำนวน 765 นัด แมกกาซีนปืนอาก้า(AK 47) จำนวน 102 อัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจน้ำแหลมงอบ ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมข่าวทหารเรือ กองบัญชาการกองทัพเรือ และเจ้าหน้าที่ข่าวทัพเรือภาคที่ 1
ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันสืบสวนขยายผลหาข่าวในพื้นที่ หลังจากมีการจับกุมกรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำแหลมงอบและเจ้าหน้าที่กรมข่าวทหารเรือ กองบัญชาการกองทัพเรือ และเจ้าหน้าที่ข่าวทัพเรือภาคที่ 1 ได้ร่วมบูรณาการออกตรวจในพื้นที่สุ่มเสี่ยง ที่คาดว่าผู้กระทำความผิดจะมากระทำความผิดซ้ำ
ข้อมูลข่าวจากการออกตรวจ ทราบว่าจะมีการนำเรือสปีดโบตออกไปรับสิ่งของกลางทะเล โดยเชื่อว่าเป็นสิ่งของผิดกฎหมาย บริเวณทะเลใกล้เกาะกูด จังหวัดตราด จากนั้นจะลำเลียงสิ่งของดังกล่าวกลับขึ้นฝั่งที่ แม่น้ำเวฬุ จังหวัดตราด ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด
ข้อมูลดังกล่าวถูกรายงานต่อ พ.ต.ต.พิทักษ์ กิตติ สว.ส.รน.5 กก.5 บก.รน. ซึ่งได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการเฝ้าสังเกตการณ์ทั้งทางบกและทางน้ำ เพื่อเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเรือตามเบาะแส จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 18.10 น. ชุดปฏิบัติการทางบกพบเรือสปีดโบต สีขาว วิ่งออกจากแม่น้ำเวฬุ มุ่งหน้าออกสู่ทะเลไปทางเกาะกูด ชุดปฏิบัติการเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเรือเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง
จนกระทั่งเวลาประมาณ 05.40 น. ของวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ชุดปฏิบัติการทางบกตรวจพบเรือสปีดโบตลำเดิมกำลังวิ่งกลับเข้าฝั่งทางแม่น้ำเวฬุ (พื้นที่รอยต่อเขตจังหวัดจันทบุรี – ตราด) จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบเรือเป้าหมายดังกล่าว ที่บริเวณกลางแม่น้ำเวฬุ ฝั่งตรงข้ามคลองท่าสอน
จากการตรวจค้นเรือ พบผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย เมื่อเปิดห้องหัวเรือ พบกระสอบจำนวนหลายกระสอบพันด้วยกระดาษกาว ก่อนจะพบเครื่องกระสุนปืนอาก้าบรรจุซุกซ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก ตามของกลางข้างต้น ก่อนนำตัวผู้ต้องหา พร้อมกับของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. เพื่อดำเนินคดี
พร้อมกับสืบสวนและขยายผลเพื่อให้ทราบถึงขบวนการและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตั้งแต่ต้นทาง ผู้จัดหา ผู้ว่าจ้าง ผู้ลำเลียง ตลอดจนปลายทางของอาวุธดังกล่าว เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
สอบปากคำเบื้องต้น นายสราวุธฯ (ผู้ควบคุมเรือ) ระบุว่า ได้รับจ้างวานจากนายดนัย ไม่ทราบนามสกุล (ผ่านทางช่องทางไลน์ชื่อ ดนัย) โดยแจ้งว่าให้ขับเรือไปรับคนชาวกัมพูชาและสิ่งของโดยอ้างว่าตนไม่ทราบว่าเป็นสิ่งใด ซึ่งจะมีเรือเพลายาวไม้วิ่งมาจากฝั่งกัมพูชาเข้ามาส่งคนและสิ่งของดังกล่าว
โดยจุดนัดพบอยู่บริเวณกลางทะเล ใกล้เกาะกูด จ.ตราด (ภายในน่านน้ำไทย) และเมื่อรับคนและสิ่งของเรียบร้อยให้นำเรือไปจอดที่ท่าเรือธรรมชาติ ริมแม่น้ำเวฬุ อ.เขาสมิง จ.ตราด จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นและจับกุมไว้ได้ดังกล่าว
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”
