ปราจีนบุรี-ม็อบ 200 ชีวิตฮือปิดโรงงานขยะพิษ! เผาหุ่นสาปแช่งกลางลาน ‘จาตุรนต์’ ลุยควันไฟโผล่ให้กำลังใจ ลั่นไม่ถอยหนีปัญหา จี้รัฐรื้อระบบผักชีโรยหน้า
ปราจีนบุรี-ม็อบ 200 ชีวิตฮือปิดโรงงานขยะพิษ! เผาหุ่นสาปแช่งกลางลาน ‘จาตุรนต์’ ลุยควันไฟโผล่ให้กำลังใจ ลั่นไม่ถอยหนีปัญหา จี้รัฐรื้อระบบผักชีโรยหน้า
ปราจีนบุรีแตก! ชาวบ้าน 3 อำเภอสุดทน รวมตัว 200 ชีวิตปิดล้อมโรงงานขยะพิษศรีมหาโพธิ์ ตะโกนขับไล่พ้นพื้นที่ หลังน้ำท่วมทำสารเคมีเน่าทะลักลงแม่น้ำ ปลาตายเกลี้ยงกระชัง เสียหายล้านแปด ทำพิธีไสยศาสตร์ เผาหุ่น-เผาพริกเผาเกลือแช่งยับ! ด้าน “อ๋อย-จาตุรนต์ ฉายแสง” ลุยควันตลบโผล่กลางม็อบ ลั่นวาจา “จะไม่ถอยหนีปัญหา” ก่อนซัดรัฐบาลสั่งปิดตาม ม.37-39 แค่ผักชีโรยหน้า รอวันกลับมาเปิดใหม่ จี้รื้อใหญ่ผังเมืองมรดก คสช. และส่งแล็บมหาวิทยาลัยตรวจสารพิษสร้างความกระจ่างให้ประชาชน
เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี บรรยากาศบริเวณหน้าบริษัท กรีนไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี จำกัด ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ ทวีความเดือดขั้นสุด เมื่อกลุ่มชาวบ้านกว่า 200 ชีวิต จาก อ.ศรีมหาโพธิ อ.ศรีมโหสถ และ อ.บ้านสร้าง รวมตัวกันชุมนุมใหญ่ แสดงพลังปักหลักประท้วงเรียกร้องให้โรงงานปิดกิจการ พร้อมย้ายกากขยะอิเล็กทรอนิกส์และขยะอุตสาหกรรมออกจากพื้นที่อย่างถาวรโดยเร็วที่สุด ท่ามกลางกำลังตำรวจ สภ.ศรีมหาโพธิ คอยดูแลความสงบเรียบร้อย
แอกชันประท้วงระอุขึ้นเมื่อชาวบ้านจัดพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ตามความเชื่อท้องถิ่น นำหุ่นฟางมาเผาพร้อมพริกและเกลือด้วยภาษาท้องถิ่นชาวลาวพวน ส่งควันไฟตลบอบอวลพร้อมเสียงสาปแช่งดังระงม เพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้ายและโรงงานขยะพิษออกไปจากชุมชน
นายประจวบ นาแพง อดีตผู้ใหญ่บ้าน ตัวแทนชาวบ้าน เปิดเผยด้วยความอัดอั้นว่า เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมา ทำให้น้ำเสียปนเปื้อนสารเคมีพิษลอยออกจากโรงงาน ไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรเสียหายยับเยิน มิหนำซ้ำยังทะลักลงสู่แม่น้ำปราจีนบุรี จนปลาในกระชังและปลาธรรมชาติ умер (ตาย) เกลี้ยงลำน้ำใน 3 อำเภอ ประชาชนเดือดร้อนหนัก ไม่กล้าจับปลากิน และไม่กล้าใช้น้ำอุปโภคบริโภคอีกต่อไป
ขณะที่ นางสาวศิริพร ฉายวัฒนะ หรือ เจ๊พร อายุ 47 ปี อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ชื่อดังจากการโค่นโครงการดินแลกน้ำ แควหนุมาน ,คลองยาง อ.นาดี แกนนำกลุ่มคนรักษ์ปราจีนบุรี กล่าวเสริมว่า โรงงานตั้งอยู่กลางทุ่งซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำ พอท่วมทีไรน้ำเสียดำปี๋ก็ไหลลงคลอง การที่ภาครัฐใช้มาตรการสั่งปิดตาม ม.37 และ ม.39 เป็นเพียงการปิดชั่วคราวเพื่อรอให้เรื่องเงียบแล้วเปิดใหม่ ชาวบ้านไม่ยอมอีกแล้ว รัฐบาลจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่เกิดน้ำเสียอีก ขอเรียกร้องให้ย้ายออกไปเปิดที่อื่น แต่ต้องไม่ใช่ที่ปราจีนบุรี
ระหว่างที่ม็อบกำลังคุกรุ่น นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้เดินทางลงพื้นที่พบปะชาวบ้าน โดยเดินตรงเข้าไปหากลุ่มผู้ชุมนุมท่ามกลางกลุ่มควันไฟจากการเผาหุ่นสาปแช่ง แม้ผู้ติดตามจะพยายามดึงตัวให้ถอยห่าง แต่ นายจาตุรนต์ ได้คว้าไมค์ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงทันทีว่า “จะไม่ถอยและไม่หลบควันไฟ หากถอยก็ถือว่าถอยหนีปัญหาและมาไม่ถึงประชาชน!” ทำเอาชาวบ้านปรบมือและส่งเสียงโห่ร้องยินดีกันลั่นลานชุมนุม
นายจาตุรนต์ เปิดเผยหลังลงพื้นที่ว่า ปัญหานี้สร้างความเสียหายวงกว้าง มวลน้ำเสียสีดำทำปลาตายหมดแม่น้ำ การสั่งปิดชั่วคราวของกระทรวงอุตสาหกรรมแก้ปัญหาไม่ได้ ต้นตอยังอยู่ พร้อมเสนอ 3 มาตรการเร่งด่วน ได้แก่
1. ตรวจวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์: ดึงห้องแล็บจากมหาวิทยาลัยชั้นนำมาตรวจน้ำ ดิน ปลา และพืชผล เพื่อความโปร่งใส
2. รื้อใหญ่เรื่องผังเมือง: ทบทวนกฎหมายและช่องว่างคำสั่ง คสช. ในอดีต (เช่น คำสั่งที่ 4/2559) ที่เอื้อให้ตั้งโรงงานขยะกลางพื้นที่เกษตรและทางน้ำ
3. ดึงประชาชนมีส่วนร่วม: ต้องแก้ไขเชิงระบบ ไม่ใช่แก้ปัญหาแบบผักชีโรยหน้า สั่งหยุดแป๊บๆ แล้วแอบปล่อยสารเคมีอีก
นอกจากนี้ ชาวบ้านยังได้ฝากข้อสังเกตเชิงแซ่บไปถึง นายชนาธิป โคกมณี รอง ผวจ.ปราจีนบุรี รักษาราชการแทน ผวจ. ที่เตรียมจัดงาน “ชวนกินปลา” ในวันที่ 2 พ.ย. ที่ อ.ประจันตคาม โดยชาวบ้านแขวะแรงว่า “ท่านรองฯ เป็นคนฉลาดมากที่เลือกไปจัดประจันตคาม เพราะเป็นอำเภอเดียวที่ไม่มีโรงงานประเภท 105 และ 106 ปลาจึงปลอดภัย แต่ถ้ากล้าจริง แน่จริง ลองมาจัดงานกินปลาที่ อ.ศรีมหาโพธิ อ.ศรีมโหสถ หรือ อ.บ้านสร้าง ที่เจอน้ำแม่น้ำสีรุ้งดูบ้าง ว่าท่านกล้ากินไหม!”
นายจาตุรนต์ ทิ้งท้ายว่าจะนำความเดือดร้อนของชาวบ้านปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรา ไปตั้งกระทู้และผลักดันเป็นญัตติด่วนในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมบี้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้ลงมาเช็ดล้างปัญหานี้อย่างยั่งยืนโดยเร็วที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม เพจสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี โพสต์ภาพขณะปฎิบัติหน้าที่ พร้อมระบุข้อความ … สอจ.ปราจีนบุรี ตรวจติดตามการแก้ไขปัญหา ของ บริษัท กรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี่ จำกัด
วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2569 สอจ.ปราจีนบุรี ลงพื้นที่ร่วมกับศูนย์วิจัยและเตือนภัยมลพิษโรงงานภาคตะวันออก กรมโรงงานอุตสาหกรรม อำเภอศรีมโหสถ และอำเภอศรีมหาโพธิ เก็บตัวอย่างน้ำและดิน ภายนอกโรงงาน จำนวน 7 จุด และภายในโรงงาน จำนวน 3 จุด ดังนี้
ภายนอกโรงงาน เก็บตัวอย่างน้ำและดิน จำนวน 7 จุด ดังนี้
จุดที่ 1 สะพานสร้างใหม่ รอยต่อระหว่างหมู่ 3 ตำบลคู้ลำพัน และหมู่ 2 ตำบลโคกปีบ
จุดที่ 2 สะพาน บ้านเกาะกระต่าย หมู่ที่ 8 ตำบลโคกปีบ
จุดที่ 3 สะพานตรงข้ามวัดหนองสะแก (สะพานคลองหัวไผ่เทศ) ถนนทางหลวงเส้น 319 ฝั่งมุ่ง หน้าไปทางอำเภอเมืองปราจีนบุรี
จุดที่ 4 สะพานข้ามคลองบางพลวง หลังตลาดม่วงขาว หมู่ที่ 5 ตำบลโคกปีบ
จุดที่ 5 ท่อลอดไปยังคลองลำผักชี
จุดที่ 6 คลองต้นทางก่อนถึงบริษัทฯ
จุดที่ 7 แปลงเกษตรชาวบ้านติดบริษัทฯ
ภายในโรงงาน เก็บตัวอย่างน้ำ จำนวน 3 จุด

ศวต.ภอ. ได้นำตัวอย่างน้ำและดิน ทั้ง 10 จุด กลับไปตรวจ/วัด/วิเคราะห์และทดสอบที่ห้องทดสอบของศูนย์ฯ ต่อไป
มานิตย์ สนับบุญ-ข่าว/ทองสุ
ข สิงห์พิมพ์-ภาพ/ปราจีนบุรี-###
