วันพฤหัสบดี, ตุลาคม 29, 2026

วรศิษฎ์” เคาะมติฟันข้าราชการท้องถิ่นโกงสอบ ชงกฤษฎีกาเคาะประตูดึงเงินเดือน-สวัสดิการคืนย้อนหลังทั้งระบบกว่า 3 พันราย พร้อมแจงยิบปมบรรจุมือปราบรอบ 4 หลุดเป้า เร่งปรับแผนลุยรอบ 5 ขยายวันรายงานตัว ปักหมุดเรียกเพิ่มไม่เกิน 20 พ.ย.นี้

“วรศิษฎ์” เคาะมติฟันข้าราชการท้องถิ่นโกงสอบ ชงกฤษฎีกาเคาะประตูดึงเงินเดือน-สวัสดิการคืนย้อนหลังทั้งระบบกว่า 3 พันราย พร้อมแจงยิบปมบรรจุมือปราบรอบ 4 หลุดเป้า เร่งปรับแผนลุยรอบ 5 ขยายวันรายงานตัว ปักหมุดเรียกเพิ่มไม่เกิน 20 พ.ย.นี้

 

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม เวลา 13.45 น. ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นั่งเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) ร่วมกับหน่วยงานระดับนโยบายที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมบัญชีกลาง สำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสำนักงบประมาณ โดยมีวาระร้อนที่ต้องเร่งสะสางคือการวางมาตรการเรียกคืนเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่นของกลุ่มบุคคลที่มีรายชื่อทุจริตการสอบท้องถิ่น

 

นายวรศิษฎ์ เปิดเผยถึงมาตรการเด็ดขาดว่า กระบวนการถอดถอนและเพิกถอนการบรรจุผู้ทุจริตสอบซึ่งมีจำนวนกว่า 3,000 คนในทุกตำแหน่งได้เสร็จสิ้นแล้ว แต่โจทย์สำคัญในขณะนี้คือการติดตามเรียกคืนเงินเดือนและเงินตอบแทนทั้งหมดที่เคยได้รับไป เนื่องจากจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นจากการบรรจุแต่งตั้งโดยมิชอบทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การฟ้องร้องและเรียกเงินคืนเป็นไปอย่างถูกต้อง รัดกุม ตามกรอบระเบียบของกฎหมายโดยไม่เกิดปัญหาตามมาภายหลัง ที่ประชุมจึงเตรียมส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาวางแนวทางปฏิบัติและกำหนดกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน ก่อนจะเร่งดำเนินการดึงเงินหลวงกลับคืนมาโดยเร็วที่สุด

 

นอกจากนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังได้ชี้แจงถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีการเรียกบรรจุข้าราชการท้องถิ่นในรอบที่ 4 ที่มีจำนวนผู้ได้รับบรรจุเพียง 4,200 กว่าคน ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ตั้งไว้ราว 8,000–9,000 ตำแหน่ง โดยอธิบายว่า ตัวเลขที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้านั้นเป็นตำแหน่งที่ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างละเอียด ทั้งตำแหน่งที่มีการขอใช้มาและตำแหน่งของผู้สอบแข่งขันได้ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการยืนยันความถูกต้องอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ยังติดปัญหาด้านข้อจำกัดของระบบรายงานตัวที่กำหนดไว้เพียง 2 วัน และสามารถรองรับผู้มารายงานตัวได้สูงสุดเพียงวันละ 2,000 คนเท่านั้น แต่กระนั้นในรอบที่ 4 ก็ได้มีการเปิดโอกาสให้ผู้ที่เคยสละสิทธิในรอบที่ 3 ได้รับการคืนสิทธิเพื่อกลับมาเลือกพื้นที่บรรจุใหม่อีกด้วย

สำหรับการแก้ปัญหาในระยะต่อไป นายวรศิษฎ์ ยืนยันว่าได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับแผนการทำงานเป็นแบบเชิงรุก โดยกำลังเร่งรวบรวมตัวเลขตำแหน่งว่างทั้งหมดเพื่อเตรียมเรียกบรรจุในรอบที่ 5 ซึ่งหากพบว่ามีจำนวนผู้ผ่านการคัดเลือกเป็นจำนวนมาก จะทำการปรับเพิ่มและขยายจำนวนวันรายงานตัวทันที เพื่อรองรับผู้ผ่านการสอบอย่างเหมาะสมและเร่งใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มกระบวนการเรียกบรรจุรอบที่ 5 ได้อย่างเป็นทางการไม่เกินวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้