ปราจีนบุรี กระหึ่มโซเชี่ยล! รองผู้ว่าฯ ปราจีนบุรีสั่งฟันเด็ดขาดโรงงานมลพิษ แฉขบวนการลักลอบทิ้งขยะพิษข้ามจังหวัด กระทบช้างป่าและชุมชน
ปราจีนบุรี กระหึ่มโซเชี่ยล! รองผู้ว่าฯ ปราจีนบุรีสั่งฟันเด็ดขาดโรงงานมลพิษ แฉขบวนการลักลอบทิ้งขยะพิษข้ามจังหวัด กระทบช้างป่าและชุมชน
ปราจีนบุรี — สถานการณ์ปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีทวีความรุนแรงขึ้นอย่างหนัก หลังตรวจพบการลักลอบปล่อยน้ำเสียและนำกากอุตสาหกรรมอันตรายมาทิ้งกระจายในหลายจุด ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อวิถีชีวิตชาวบ้าน แหล่งน้ำสาธารณะ และระบบนิเวศในพื้นที่
เมื่อเวลา 18.55 น. วันที่ 6 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี ปรากฏกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์จากเพจเฟซบุ๊กชื่อ Nattakan Khokmanee ได้โพสต์คลิปเสียงและภาพโปสเตอร์ร่วมกับ นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ระบุ… “ผมเกิดที่ปราจีน” ! … ข้อความเน้นย้ำการลุยตรวจสอบ เร่งแก้ไขปัญหาความทุกข์ร้อนของชาวบ้าน และสั่งการจัดการโรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยน้ำเสียอย่างเด็ดขาดตั้งแต่ต้นตอ โดยโพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมาก มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและกดแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ จากจังหวัดปราจีนบุรีสถานการณ์ปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีทวีความรุนแรงและร้อนระอุขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จากการโทรศัพท์สัมภาษณ์พิเศษ นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยที่มาของคลิปเสียงดังกล่าวว่า เป็นการประชุมด่วนในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจและหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ด้านโรงงานอุตสาหกรรม ร่วมกับหน่วยงานราชการ ฝ่ายปกครอง และผู้แทนภาคเอกชน ณ เทศบาลเมืองหนองกี่ อำเภอกบินทร์บุรี เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 เพื่อเร่งรัดแก้ปัญหากรณีโรงงานลักลอบปล่อยน้ำเสียลงสู่คลองสาธารณะและพื้นที่เกษตรกรรม
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกบริเวณสวนอุตสาหกรรมกวางตุ้ง อำเภอกบินทร์บุรี เจ้าหน้าที่ตรวจพบท่อระบายน้ำภายนอกของโรงงานเทียนเฉง นิวแมททีเรียล (ไทยแลนด์) มีการปล่อยน้ำเสียสีขาวขุ่นส่งกลิ่นเหม็น อีกทั้งในพื้นที่สวนปาล์มติดโรงงานยังพบน้ำเน่าเสียสีดำสนิท ซึ่งผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำและตะกอนดินโดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและมลพิษที่ 7 สระบุรี ยืนยันว่าคุณภาพน้ำเสื่อมโทรมจัดอยู่ในประเภทที่ 5 โดยมีค่าสารอินทรีย์และแอมโมเนียสูงเกินมาตรฐาน นอกจากนี้ยังพบเหตุการณ์ปลาตายลอยเกลื่อนลำคลองหลังสวนอุตสาหกรรมกวางตุ้ง ในพื้นที่รับผิดชอบของบริษัท ยูด้า อินดัสเทรียล จำกัด อีกด้วย
นายชนาธิป ระบุว่า ที่ผ่านมาพบสถานประกอบการบางแห่งลักลอบเชื่อมต่อท่อระบายน้ำลับเพื่อแอบปล่อยน้ำเสียโดยไม่ผ่านระบบบำบัดที่ถูกต้อง จึงได้มีข้อสั่งการด่วน 3 ข้อ ได้แก่
ให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดติดตามการแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสียและรายงานผลโดยเร็ว
ให้อำเภอกบินทร์บุรีติดตามเรื่องร้องเรียนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
ให้เทศบาลเมืองหนองกี่ร่วมกับอุตสาหกรรมจังหวัด เข้าตรวจสอบท่อระบายน้ำและระบบบำบัดของโรงงานทุกแห่งในพื้นที่ พร้อมย้ำเตือนว่าจะบังคับใช้กฎหมายขั้นสูงสุดโดยไม่มีการละเว้น
ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม จ.ปราจีนบุรี ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา มีการตรวจพบการลักลอบนำกากขยะพิษและของเสียอุตสาหกรรมมาทิ้งในชุมชน 2 จุดใหญ่ คือ บริเวณบ้านโคกไม้แดง อำเภอกบินทร์บุรี พบผงขี้เถ้าและเศษเปลือกสายไฟบดย่อยปนเปื้อนในพื้นที่ป่า แปลงเกษตร และบ่อน้ำ ซึ่งจุดดังกล่าวนอกจากจะกระทบวิถีชีวิตชุมชนแล้ว ยังตั้งอยู่บนเส้นทางหากินตามธรรมชาติของโขลงช้างป่า ที่ข้ามฝั่งมาจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จังหวัดฉะเชิงเทรา (ผืนป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก) ส่งผลให้สัตว์ป่าเสี่ยงต่อการได้รับสารเคมีสะสมในห่วงโซ่อาหาร ส่วนอีกจุดคือบริเวณคลองหนองแสง อำเภอศรีมโหสถ ซึ่งมีการลักลอบทิ้งน้ำเสียลงคลองส่งผลกระทบต่อชาวบ้าน 5 หมู่บ้าน จนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งสูบน้ำเสียออกและนำน้ำดีเข้าเจือจาง
ด้านคดีความ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังตะเคียน ร่วมกับมูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH) ได้ทำการสกัดจับรถบรรทุกพ่วง 3 คัน พบวัตถุอันตรายตาม พ.ร.บ. วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และเมื่อตรวจสอบสัญญาณ GPS พบเส้นทางขบวนการขนส่งกากอุตสาหกรรมจากโรงงานรีไซเคิลในอำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา นำมาทิ้งในจังหวัดปราจีนบุรี และกระจายไปยังอำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว
รายงานสถิติจากมูลนิธิบูรณะนิเวศ ระบุว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 – 2568 ทั่วประเทศมีการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงแหล่งน้ำสาธารณะ 265 ครั้ง และทิ้งกากขยะอุตสาหกรรมอันตราย 117 ครั้ง รวมสะสม 382 ครั้ง ส่งผลให้เครือข่ายภาคประชาชนกลุ่มปราจีนบุรีเข้มแข็ง และ “ชมรมเรารักษ์ปราจีน” ยื่นหนังสือคัดค้านการขยายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เข้ามาในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี เนื่องจากกังวลด้านประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายที่จะกระทบต่อแหล่งน้ำและเกษตรกรรมในระยะยาว

มานิตย์ สนับบุญ / ปราจีนบุรี
###
